ไลฟ์สไตล์

ตรวจการได้ยิน เด็กแรกเกิด

ตรวจการได้ยิน เด็กแรกเกิด

06 ต.ค. 2554

เคล็ดลับการเลี้ยงดูลูกง่ายๆ ให้ลูกมีสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง เติบโตสมวัยนั้น พ่อและแม่เป็นส่วนสำคัญในการดูแลใกล้ชิด ห่วงใย

 ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ที่มีส่วนช่วยให้พ่อและแม่ หายวิตกกังวลต่อลูกน้อย จากสิ่งที่มองไม่เห็น ให้รู้ตัวก่อน ไม่ต้องเสียเวลา หรือกว่าจะรู้ก็สายแล้ว จากเดิมที่พ่อแม่ต้องใช้เวลาสังเกตนาน 2-3 ปี ซึ่งช้าเกินไปที่จะแก้ไขได้ นั่นคือ ภาวะการได้ยินของเด็กวันนี้สามารถที่จะตรวจได้ทันทีตั้งแต่แรกเกิดภายใน 15 นาที โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ต้องรอเป็นปี
 วิธีง่ายๆ ที่พอจะรู้ได้ นั่นคือ การสังเกตพัฒนาการของลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอด ต้องสังเกตปฏิกิริยาของทารกน้อยว่า รู้จักยิ้ม มองหน้า จ้องตา หันมองตามเสียง นั่นเกิดจากการเรียนรู้ที่ทารกรับรู้ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่แล้ว
 ถ้าหากผ่าน 6 เดือนไปแล้ว พัฒนาการเหล่านี้ไม่ชัดเจน นั่นพออนุมานได้ว่า น่าจะมีปัญหาเรื่องของการได้ยิน การไม่ได้ยินเสียง ก็จะส่งผลให้ไม่สามารถพูดได้ในเวลาต่อมาเช่นกัน
ยิ้มและการส่งสายตาเมื่อเรียก
 มีความหมายมาก นั่นแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของทารกน้อย ก้าวสู่วัยเด็กอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง ดังนั้น ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นรัฐสวัสดิการ อย่างในสแกนดิเนเวีย หรือในบางรัฐของสหรัฐอเมริกา เด็กๆ ทุกคน นับแต่แรกคลอดเกิดมาจะต้องได้รับการตรวจ “การได้ยิน” ทันที เพื่อให้แพทย์ได้มีระยะเวลาในการช่วยเหลือ ให้เกิดพัฒนาการและการได้ยินได้ทันท่วงที
กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว
 ภาวะเด็กทารกไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน บางคนทิ้งเวลาไว้นาน 1-2 ปี เพิ่งจะมาตื่นอกตกใจว่า ลูกพูดไม่ได้ เมื่อเด็กอายุ 2 ขวบ หรือเข้าโรงเรียนแล้ว นั่นมีความหมายว่า ถ้าเด็กปกติทุกอย่าง เด็กจะมีอาการที่เรียกว่า “เด็กพูดช้า” แต่ถ้าหากไม่ปกติ ก็อาจมีปัญหาที่รุนแรงกว่านั้น ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยได้ ดังนั้น ช่วงระยะแรกเกิดจนถึง 2 ขวบ จึงเป็น “ช่วงเวลาทอง” ในการที่จะตรวจพบและดูแลแก้ไข ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี โอกาสรักษาและแก้ไขจะได้ผลมากกว่า
 จากสถิติ พบว่า เด็กไทยอายุ 2 ปีพูดช้า มากถึง 10-15% และ 5% พบเมื่อเข้าโรงเรียนแล้ว เด็กผู้ชายพูดช้ามากกว่าเด็กผู้หญิงถึง 3 เท่า ส่วนสาเหตุเป็นไปได้มากหลายสาเหตุ ทั้งจากการได้ยินที่ผิดปกติ หรือหูหนวก หรือเป็นเด็กปัญญาอ่อน เช่น ดาวน์ซินโดรม บางคนอาจพูดไม่ได้เลย หรือเป็นเด็ก “ออทิสติก” ที่มีปัญหาเรื่องของภาษาที่พัฒนาได้ช้า ชอบเล่นคนเดียว ไม่สนใจคนอื่น
 การคัดกรองด้วยการตรวจการได้ยินตั้งแต่แรกเกิด จึงเป็นทางเดียวที่จะรู้ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อหาทางปรับแก้ไขพัฒนาการให้กลับมาใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด
 ทุกครั้งที่ “ฉีดวัคซีน” ต้องติดตามด้วยการปรึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการในด้านต่างๆ รวมทั้งด้านการฟังและการพูด ทันทีตั้งแต่เดือนแรก ใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็วินิจฉัยได้ ในการประเมินการได้ยิน รอถึง 1 ขวบก็ช้าเกินไปแล้ว
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิด
 ทารก 1,000 คน พบว่า จะมีปัญหาการได้ยินในทารกแรกเกิด 1-5 คน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่
 1.ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 1,500 กรัม
 2.มีความผิดปกติของรูปศีรษะ ใบหน้า และหู ตั้งแต่แรกเกิด
 3.มารดามีการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์
 4.มีปัญหาระหว่างการคลอด แรกคลอดจำเป็นต้องอยู่ในห้องอภิบาลผู้ป่วยแรกเกิด และใช้เครื่องช่วยหายใจ
 5.มีอาการตัวเหลืองจนต้องถ่ายเลือด
 6.มีบุคคลในครอบครัวมีปัญหาทางการได้ยินบกพร่องหรือหูหนวกตั้งแต่กำเนิด
 7.มีลักษณะที่เข้ากับโรคทางพันธุกรรม ที่มีความผิดปกติทางการได้ยิน
 8.การประเมินภาวะแรกคลอดของทารก Apgar score ที่ 1 นาที = 0 - 4 และ 5 นาที = 0-6
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 
โทร.0-2910-1600