
'จุลกฐิน-ดอนตาล'สืบประเพณีโบราณ
อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จัดพิธี 'จุลกฐิน' อย่างยิ่งใหญ่ กำหนดจัดงาน 15-16 ต.ค.54 สืบประเพณีโบราณตามขั้นตอน หลังเทศกาลออกพรรษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 15 ต.ค.54 และวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค.54 อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จะจัดพิธีทอดผ้าจุลกฐิน ซึ่งถือว่า เป็นการสืบประเพณีโบราณ ที่ได้ทำกันสืบเนื่องมา โดยพิธีจุลกฐิน จะมีขึ้นหลังเทศกาลออกพรรษา
ทั้งนี้ การสืบพิธีจุลกฐิน ของอ.ดอนตาล จ.มุกดาหารในปีนี้ ได้วางกำหนดการของพิธีทั้ง 2 วัน ดังนี้ คือ วันเสาร์ที่ 15 ต.ค.54 จะเริ่มการเก็บดอกฝ้าย และเริ่มการ อิ้ว อัก ถักทอ ภายในหนึ่งวันหนึ่งและหนึ่งคืน จากนั้น จะมีการทอดผ้าจุลกฐิน ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค.54
สำหรับพิธี "จุลกฐิน" เป็นการร่วมมือร่วมใจของประชาชน เพื่อมอบผ้าอันได้มาซึ่งความบริสุทธิ์ เป็นการตอบแทนความเพียรของพระคุณเจ้า ซึ่งอยู่จำนำพรรษา จนครบ 3 เดือน ซึ่งในสมัยพุทธกาลไม่มีร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์เช่นปัจจุบัน ดังนั้น ผ้าจุลกฐินนี้ จึงได้มาจากความเพียร และความสามัคคีของชาวบ้านโดยแท้จริง
ทั้งนี้ พิธีการจะเริ่มตั้งแต่การกำหนดในการปลูกฝ้าย เมื่อถึงกำหนดวันจุลกฐิน เช้าตรู่พราหมณ์จะทำพิธีบวชชีพราหมณ์ โดยคัดจากสาวพรหมจรรย์จำนวน 9 คนของชุมชน เมื่อเสร็จพิธีจากการบวชชีพราหมณ์ ก็จะจัดขบวนแห่ อันประกอบด้วย พราหมณ์ ชีพราหมณ์ คณะชาวบ้าน พร้อมอุปกรณ์สำหรับการเก็บ การทอผ้า ได้แก่ อิ้ว อัก หลา ไม้เปีย หูก ฟืม ไปที่แปลงฝ้าย
พราหมณ์จะทำพิธีขอขมาฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่เจ้าทาง นางไม้ เพื่อขอขมาเก็บฝ้ายไปทำผ้าจุลกฐิน เสร็จพิธี ชีพราหมณ์พร้อมชาวบ้าน จะเข้าไปเก็บฝ้าย แห่กลับไปที่วัด เข้าสู่ปะรำพิธีเพื่อประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับฝ้ายที่เก็บมา
จากนั้น ชาวบ้านจะเริ่มต้นนำดอกฝ้ายในอิ้ว มาดีดด้วยสายดีด เพื่อให้เป็นปุยคล้ายสำลี แล้วนำไปกรอหรือลอกให้เป็นแท่งยาว ๆ ประมาณยี่สิบเซนติเมตร นำไปเข็นด้วยหลาให้เป็นเส้นด้าย
ทั้งนี้ เส้นด้ายจะถูกนำมาเปียด้วยไม้เปีย ให้ได้ความยาวมากตามที่ต้องการ ซึ่งเส้นด้ายจะถูกนำออกจากไม้เปีย ไปแช่ในน้ำต้มข้าว เพื่อให้เส้นด้ายทน ชาวบ้านจะเรียกขั้นตอนนี้ว่า การฆ่าฝ้าย ซึ่ง ฝ้ายที่ฆ่าแล้ว จะนำไปตากให้แห้ง โดยระหว่างที่ตากอยู่นั้น ต้องหมั่นไปกระตุกให้ฝ้ายเส้นสวย
เมื่อฝ้ายแห้งดีแล้วจะนำไปใส่กง เพื่อนำไปกวักใส่อัก จากนั้น จะถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นแนวยืน จะถูกนำไปค้นใส่เฝือเพื่อไปสืบใส่ฟืม ส่วนที่เป็นแนวพุ่ง จะถูกนำไปกรอใส่หลอดโดยใช้หลาเป็นอุปกรณ์ เมื่อฝ้ายแนวยืนถูกสืบเชื่อมกับฟืมแล้ว ก็จะขึ้นกี่ เพื่อเริ่มกระบวนการทอผ้าต่อไป
สำหรับ วันที่ 2 ของพิธี "จุลกฐิน" เมื่ออรุณรุ่งของวันที่ทอผ้าจุลกฐินสำเร็จ หลังจากการทอผ้าได้เสร็จสิ้นลงโดยสมบูรณ์ ชาวบ้านจะนำผ้าผืนดังกล่าว เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร รับศีล ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ในพิธี
ทั้งนี้ หลังพระสงฆ์ฉันภัตตาหาร ชาวบ้านจะทำพิธีแห่ผ้ารอบหมู่บ้าน เพื่อเป็นการบอกกล่าวให้ทุกคนได้รับทราบว่า การทอผ้าเสร็จสิ้นแล้ว ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสในการฉลองไปด้วย โดยมีกลองยาวอยู่ท้ายขบวน ระหว่างการแห่ผ้า ชาวบ้านในขบวน จะช่วยกันเก็บดอกฝ้าย และสิ่งของที่แขวนเอาไว้รอบหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การทำบุญจุลกฐิน โดยดอกฝ้าย จะถูกนำมาเป็นไส้ผ้าห่มเพื่อถวายพระคุณเจ้าเป็นลำดับต่อไป ส่วนขนม ข้าวต้ม และอื่น ๆ ก็จะนำมาแจกจ่ายกัน
สำหรับ รูปขบวนของการแห่ผ้าจุลกฐินนั้น จะประกอบไปด้วย หัวขบวนเป็นสุภาพบุรุษถือจอบแผ้วถางทาง ตามด้วยสุภาพบุรุษ กวาดทำความสะอาด อำนวยความสะดวกให้กับคณะผู้ร่วมขบวนเพราะสมัยโบราณ ถนนหนทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า
ต่อจากนั้น จะเป็นผ้าจุลกฐิน ซึ่งถือโดยประธานของงาน นอกจากนี้ ก็จะเป็นเครื่ององค์กฐินต่างๆ ประกอบไปด้วยเครื่องใช้ เช่น จอบ มีด พร้า หวดนึ่งข้าว หม้อนึ่ง หมอน ผ้าห่ม ถังน้ำ ขันตักน้ำ ข้าวสาร อาหารแห้ง ต้นกล้วย ต้นอ้อย ซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน
ปิดท้ายด้วยขบวนกลองยาว ซึ่งจะมีชาวบ้านร่วมสนุกเฉลิมฉลองงาน ซึ่งเมื่อขบวนมาถึงวัด ก็จะเวียนทักษิณารอบโบสถ์สามรอบ แล้วจะนำผ้าจุลกฐินเข้าสู่ปะรำพิธี ต่อจากนั้น จะเป็นพิธีถวายผ้าจุลกฐิน แด่พระสงฆ์ผู้จำนำพรรษาครบ 3 เดือน เป็นการกรานกฐิน
ต่อจากนั้น พระคุณเจ้าจะมอบผ้าขาว ที่ได้จากการทอวันหนึ่งและคืนหนึ่ง ให้กับญาติโยมเพื่อนำไปตัด เย็บ ย้อม และถวายคืนให้กับพระคุณเจ้า ที่คณะได้ยินยอมรับผ้าจุลกฐิน แล้วนำขึ้นทำสังฆกรรมของสงฆ์ต่อไป ซึ่งถือเป็นการเสร็จพิธีอนุโมทนาบุญ ร่วมกันสาธุ



