
หิมาลัยสราญ ภูฏานอภิเษก
ท่องไปกับใจตน : หิมาลัยสราญ ภูฏานอภิเษก โดย...ธีรภาพ โลหิตกุล
อีกไม่กี่วันข้างหน้า โลกจะจับตามองประเทศเล็กๆ แถบเทือกเขาหิมาลัยอย่างภูฏาน ที่มีประชากรทั้งประเทศ น้อยกว่าจังหวัดนครพนมของไทย (ภูฏาน 674,000 คน นครพนม 703,000 คน) เนื่องใน พระราชพิธีอภิเษกสมรส พระเจ้าจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์หนุ่มแห่งภูฏานวัย 31 พรรษา กับจิตซิน เปมา สาวสามัญชนชาติเดียวกันวัย 21 ปี
แน่นอน โลกมิได้คาดหวังจะเห็นฉากพิธีสยุมพรอันเลิศหรูอลังการ ดังงานอภิเษกเจ้าชายหนุ่มแห่งราชวงศ์อังกฤษกับพระคู่หมั้นสาวสวยดั่งเทพบุตรและเทพธิดาในจินตนาการ แต่ปรารถนาจะได้ประจักษ์ตาในโบราณราชประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ ของดินแดนเร้นลับแห่งหิมาลัย ที่ถูกจัดให้เป็นประเทศยากจนติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก หากวัดจากจากตัวเลขจีดีพี. แต่กลับมีดัชนีชี้วัดว่าพลเมืองประเทศนี้มีความสุขมากติดอันดับโลกเช่นกัน จากศรัทธาสูงส่งในพระพุทธศาสนา การรักษาป่าไม้และสภาพแวดล้อม ความภูมิใจในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม การมีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง ไม่มีหนี้สิน และจากการมีองค์พระประมุขที่ปรีชาชาญ อันถือเป็นเสาหลักทั้งสี่ ของพระราโชบายว่าด้วย “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” (GNH (Gross National Happiness) ที่พระเจ้าจิกมี ซิงเย วังชุก รัชกาลที่ 4 แห่งภูฏาน พระราชทานไว้ให้ปวงชนชาวภูฏาน ก่อนจะสละราชบัลลังก์ให้พระราชโอรส พร้อมกับเปลี่ยนแปลงประเทศจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย ในปี 2551
กษัตริย์จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงจบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และฮาร์วาร์ด ทรงเป็นพระราชโอรสองค์โตของพระเจ้าจิกมี ซิงเย วังชุก กับมเหสีองค์ที่ 3 ในจำนวนมเหสีทั้งหมด 4 พระองค์ ซึ่งล้วนเป็นพี่น้องกัน กรณีนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่สังคมภายนอกมักตั้งคำถามถึงเหตุผล ซึ่งรัชกาล 4 ทรงมิได้ตอบโดยตรง แต่ทรงให้ตราไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ว่า กษัตริย์แห่งภูฏานพึงมีพระมเหสีพระองค์เดียว อันอาจตีความได้ว่าพระองค์ไม่โปรดที่จะให้ยึดถือพระองค์เป็นแบบอย่าง ทั้งๆ ที่สังคมภูฏานยอมรับการที่ผู้ชายจะมีภรรยามากกว่า 1 คน ในกรณีเลี้ยงดูได้ แต่พระองค์ก็โปรดที่จะให้ยึดหลักจริยธรรมสากลมากกว่า
ขณะที่ พระคู่หมั้น จิตซิน เปมา เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง บิดาเป็นนักบิน มารดาเป็นแม่บ้าน จบชั้นมัธยมศึกษาจากอินเดีย และจบด้านสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยรีเจนต์ คอลเลจในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยชื่อแรก “จิตซิน” เป็นพระนามของพระโพธิสัตว์แห่งสติปัญญาในศาสนาพุทธสายวัชรยาน ส่วนชื่อที่ 2 คือ “เปมา” เป็นภาษาสันสกฤตแปลว่า ปัทมา หรือดอกบัว หนึ่งในสัญลักษณ์มงคลของชาวพุทธวัชรยาน ทั้งนี้ ธรรมเนียมของชาวภูฏานจะไม่มีนามสกุล
แหล่งข่าวในภูฏานวิเคราะห์ว่า เหตุผลสำคัญที่กษัตริย์หนุ่มทรงเลือกเธอ เพราะเธอเป็นสามัญชน เกิดในครอบครัวที่ไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ก่อนหน้านั้น ทรงได้รับการแนะนำให้รู้จักหญิงสาวหลายคน ซึ่งมาจากตระกูลนักธุรกิจใหญ่ อันอาจนำมาซึ่งข้อครหาว่า การอภิเษกสมรสอาจเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจให้คนบางกลุ่ม
20 พฤษภาคม 2554 ทรงมีพระราชดำรัสต่อที่ประชุมรัฐสภาเรื่องการอภิเษกสมรส ตอนหนึ่งว่า “สำหรับพระราชินีแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะปัจเจกบุคคลคือ ต้องเป็นคนดี และในฐานะพระราชินี ก็ต้องมีความมุ่งมั่นไม่ท้อถอย ที่จะรับใช้ประเทศชาติและประชาชน...การแต่งงานครั้งนี้มิได้หมายความว่า ข้าพเจ้าจะสร้างครอบครัวเป็นของตนเอง เพราะตั้งแต่วันแรกที่ข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์ ชาวภูฏานทั้ง 20 ชนเผ่าก็เป็นเสมือนครอบครัวของข้าพเจ้า...
...การอภิเษกสมรสในครั้งนี้จะทำให้ข้าพเจ้ามีพระราชินี ซึ่งจะคอยสนับสนุน ตลอดจนทำงานรับใช้ประเทศชาติและประชาชนร่วมกัน... พิธีราชาภิเษกสมรสจะจัดตามราชประเพณีโบราณของภูฏาน เพื่อให้ทวยเทพยดาทั้งปวงร่วมอำนวยพรแก่เรา แต่ข้าพเจ้าขอให้รัฐบาลอย่าจัดพิธีให้ใหญ่โตนัก เพราะความสุขของพระราชบิดาที่ข้าพเจ้ารัก และคำอวยพรจากพสกนิกรชาวภูฏาน ก็ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขอย่างที่สุดแล้ว”
21 กันยายน 2554 ไม่เกินหนึ่งเดือนก่อนถึงพระราชพิธีอภิเษกสมรส ผมมีโอกาสเดินทางไปภูฏาน แล้วเพียรพยายามค้นหาสิ่งที่พอจะบ่งบอกว่า ประเทศนี้กำลังจะมีงานอภิเษกสมรสในเร็ววันนี้ อาทิ ป้ายประกาศขนาดใหญ่ ทว่า นอกจากเข็มกลัดที่ระลึกแล้ว ผมไม่พบสิ่งบ่งบอกใดเลย ยกเว้น คำถวายพระพรในหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับ และข่าวการเสด็จไปเยี่ยมพสกนิกร พร้อมทั้งทรงแนะนำพระคู่หมั้นให้เป็นที่รู้จัก
ทั้งนี้ พระราชพิธีอภิเษกสมรสจะจัดขึ้นภายในวิหารหลวงแห่งเมืองปูนาคา-ราชธานีเดิม ซึ่งถือเป็นวิหารแห่งจิตวิญญาณของชาวภูฏานในวันที่ 14 ตุลาคม และจะจัดอีกครั้งในวันที่ 16 ที่วิหารหลวงแห่งนครหลวงธิมพู ต่อหน้าพระราชอาคันตุกะและพสกนิกรที่รอคอยวันแห่งความปลื้มปีตินี้ด้วยใจจดจ่อ และด้วยความโสมนัสในว่าที่สมเด็จพระราชินี ผู้ที่กษัตริย์หนุ่มทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมว่า...
“แม้ว่าเธอจะอายุยังน้อย แต่มีบุคลิกที่อบอุ่น จิตใจที่ดีงาม เมื่อผนวกกับความรู้ความสามารถที่เธอจะได้รับต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อมีอายุและประสบการณ์มากขึ้น ย่อมจะทำให้เธอเป็นข้ารับใช้ที่ดีของประเทศชาติได้”
...................
(ท่องไปกับใจตน : หิมาลัยสราญ ภูฏานอภิเษก โดย...ธีรภาพ โลหิตกุล)



