
ขอพิสูจน์เสาหลักปันแดน'บริติท-สยาม'
ขอพิสูจน์เสาหลักปันแดน 'บริติท-สยาม' อัตลักษณ์'ชุมชน คนสยาม' ภาคเหนือมาเลเซีย
ดูเผินๆ ก็คือชาวมาเลเซียทั่วไป แต่เมื่อในบัตรประชาชนได้ระบุไว้ น่าแปลกใจที่ช่องเชื้อชาติระบุไว้ชัดเจนว่า เชื้อชาติสยาม
คำคำนี้ทำให้ต้องให้ความสำคัญถึงความเป็นมาของชนกลุ่มน้อยแห่งรัฐเกดะห์ หรือ จ.ไทรบุรี ในอดีตกาล และที่น่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือ การที่ทางการมาเลเซียได้อนุรักษ์คืนพื้นที่ให้เป็นของรัฐบริเวณล้อมรอบ "เสาหินหลัก เขตบริติท-สยาม" ที่ค้นพบอยู่บนที่ดินเอกชนริมฝั่งแม่น้ำคูดาห์ รัฐเกดะห์ มาเลเซีย เป็นเสาหินสูงประมาณ 2 เมตร คาดว่าน่าจะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญในช่วงของการแบ่งดินแดนยุคปี พ.ศ.1905
อย่างไรก็ตาม ทางสถานกงสุลไทย ณ เมืองปีนัง ได้รายงานกระทรวงต่างประเทศของไทยเพื่อทราบและเสนอให้ดำเนินการส่งนักโบราณคดีหรือผู้เชี่ยวชาญไทยมาศึกษาพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป
"คนสยาม" ถือเป็นชนกลุ่มน้อยของมาเลเซีย อาศัยอยู่ทางภาคเหนือที่มีเขตแดนติดต่อกับทางภาคใต้ของไทย จากการศึกษาของนักวิชาการมาเลเซีย พบว่า ชุมชนสยามในปัจจุบันยังรักษาอัตลักษณ์ของตัวเองไว้ได้ ทั้งด้านภาษาวัฒนธรรมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มีวิถีชีวิตเทียบเท่ากับชาวกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือย้อนกลับไปได้เกือบ 400 ปี นับเป็นชุมชนที่สมบูรณ์แบบกับการ "ไปมาหาสู่" อย่างยิ่ง เพื่อการเรียนรู้ "รากของตัวเอง"
ชุมชนสยามนี้ มีความใกล้ชิดกับชุมชนภาคใต้ของไทยมาก คนส่วนใหญ่ยังพูดภาษาท้องถิ่นภาคใต้ในชีวิตประจำวันจนถึงวันนี้ และยังนับถือศาสนาพุทธ มีวัดไทยมากถึง 47 แห่ง ยังประกอบพิธีสงฆ์ ประเพณีสงกรานต์ เข้าพรรษาและลอยกระทงเช่นชนชาวพุทธทั่วไป
วรเดช ธีระเวคิน กงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง เคยเดินทางเยือนชุมชนสยามในมาเลเซียแล้ว กล่าวว่า รู้สึกประทับใจ รู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านพี่เมืองน้องของตัวเอง ทุกอย่างคล้ายคลึงกันหมด แบบเดียวกับชุมชนภาคใต้ของไทย และยังมีโอกาสเดินชม "ตลาดนัด" ที่ชุกชุมคนสยามนำสินค้า ผัก ผลไม้ และอาหารออกมาขายแลกเปลี่ยนกันภายในชุมชน
ความรู้สึกประทับใจเทียบได้กับได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีตที่ไม่เคยเปลี่ยน นับร้อยปีก่อน ที่วัดไทยในปีนังและรัฐเกดะห์ ในวันหยุด ยังมีพระสงฆ์ไทยและครูอาสา จัดหลักสูตรสอนภาษาไทยแก่เด็กชุมชนสยาม ที่นิยมเรียนเขียนอ่านอักษรไทย ขณะนี้มีเด็กอายุต่ำสุด 4 ขวบ และสูงสุด 17 ปี กำลังเรียนและคัดลายมือภาษาไทยได้สวยงาม
คาดกันว่ายังมีชุมชนสยามที่ติดแผ่นดินในรัฐไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู อยู่ไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นคน ที่เรียกตัวเองว่าคนสยาม หรือที่ชาวมาเลย์เรียกว่าคนเซียม
รัฐบาลมาเลเซียเริ่มให้ความสำคัญต่อชาวเซียม คนสยาม ด้วยการจัดพื้นที่บริเวณเสาหลักเขตไว้ให้เพื่อพัฒนาต่อไป เป็นการรับรองการดำรงอยู่ของชาวสยามในมาเลเซียระดับหนึ่ง และแต่งตั้งตัวแทนคนสยามให้มีที่นั่งในวุฒิสภาของมาเลเซียด้วย
ถ้ารัฐบาลมาเลเซียยึดนโยบาย "ภูมิบุตร" มาเลเซียหนึ่งเดียว ชาวเซียมอยู่บนแผ่นดินอยู่ร่วมกับชาวมลายูนานแล้ว
คนสยาม
คนสยามทั้ง 3 คน ที่ได้พบและร่วมประชุมในเครือข่ายชุมชนไทย คุณบุญมาก พรหมเมศ คุณบุญน้อย สุวรรณมณี และคุณบุญสิทธิ์ พรหมจรรย์ ต่างพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่งชัดเจนเป็นเสียงเดียวกันว่า "ผมยังรู้สึกเป็นคนไทยเชื้อสายสยามอยู่ในประเทศมาเลเชีย รัฐเกดะห์ ยังพูดไทยในชุมชน ดำรงชีวิตแบบไทย ไปวัดทำบุญ เลี้ยงพระในวัด"
คนไทยกับคนสยามยังรู้สึกรักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ไปมาหาสู่กันได้ เด็กสยามและเด็กไทยลูกครึ่งไทย-มาเลเซีย ผู้ปกครองยังนิยมส่งไปเรียนภาษาไทยที่วัด ส่วนในโรงเรียนก็สอนภาษามาเลย์ จีน และอังกฤษ และปัจจุบันมีอาชีพกรีดยาง



