
จัดรูปที่ดินเพื่อปฏิรูปเกษตรไทย
จัดรูปที่ดินเพื่อปฏิรูปเกษตรไทย ทางแก้ปัญหาจัดการ 'น้ำต้นทุน' โดย...สุรัตน์ อัตต
การแพร่กระจายน้ำสู่ไร่นาเกษตรกร ด้วยการจัดรูปที่ดิน ไม่เพียงการรับน้ำเพื่อการเกษตรได้อย่างทั่วถึงทุกแปลงเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร พร้อมๆ กับการลดต้นทุน ตลอดจนความสะดวกในการลำเลียงผลผลิตสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่ประเทศไทยได้เริ่มจัดทำโครงการแปลงจัดรูปที่ดินตัวอย่างครั้งแรกเมื่อปี 2512 ที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี จนปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 1.87 ล้านไร่ พร้อมสร้างคันคูน้ำอีก 10 ล้านไร่เพื่อรองรับการแพร่กระจายน้ำถึงแปลงอย่างทั่วถึง
"เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ในยุคก่อน มีวิสัยทัศน์แนวคิดที่ล้ำสมัยมาก เพราะพิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วว่าการจัดรูปที่ดินสร้างประโยชน์ตามมามากมาย"
จรัญ ภูขาว ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดิน กรมชลประทานเผยระหว่างนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูงานแปลงจัดรูปที่ดินต้นแบบ ซึ่งเป็นโครงการจัดรูปที่ดินแปลงตัวอย่างแห่งแรกในประเทศไทยที่บ้านสระแจง อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี จากเดิมที่มีเพียงแค่ 1,100 ไร่ จนปัจจุบันได้ขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 108,277 ไร่และอยู่ที่แผนที่จะดำเนินการจัดรูปที่ดินอีก 12,000 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 514,049 ไร่
ประโยชน์ที่ว่านั้น จรัญบอกว่าจะมีคูน้ำผ่านทุกแปลงพร้อมถนนหรือทางลำเลียง โดยมีคูระบายผ่านพื้นที่แปลงด้านหลัง ทำให้การใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูกและการระบายน้ำหลังจากใช้น้ำไปแล้วเป็นไปด้วยความสะดวกเกิดประสิทธิภาพเต็มที่ต่อการบริหารจัดการน้ำต้นทุน และเป็นการลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้ทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 3 เท่าตัว
"การโอนกรรมสิทธิ์ต้องตรวจสอบว่าผู้รับซื้อจะใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการใด หากเป็นเกษตรกรก็สามารถโอนได้ทันที แต่ถ้าเพื่อการอื่น เช่น โรงงาน บ้านจัดสรรจะทำไม่ได้ ยกเว้นได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางเท่านั้น เท่ากับเป็นการคุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั่นเอง" ผอ.สำนักจัดรูปที่ดินกล่าว
กฤษณะ มงคลหัตถี หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดิน จ.สิงห์บุรี กล่าวเสริมว่า โครงการจัดรูปที่ดินจ.สิงห์บุรี ได้เริ่มดำเนินการภายหลังจากการที่ได้ศึกษาและประเมินผลจากแปลงตัวอย่างท้องที่ ต.พักทัน อ.บางระจัน เมื่อปี 2511 จากนั้นได้ขยายพื้นที่จัดรูปที่ดินออกไปอีก จนกระทั่งถึงปี 2528 รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 108,277 ไร่ มีการจัดรูปที่ดินทั้งประเภทสมบูรณ์แบบและประเภทพัฒนาบางส่วน ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างดี
ขณะที่ สมบูรณ์ สุขทอง ชาวบ้านใน ต.บ้านสระแจง อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี หนึ่งในเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจัดรูปที่ดินยอมรับว่าหลังเข้าร่วมโครงการมีการจัดรูปที่ดินทำให้ได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น จากเดิมได้ 40-50 ถัง เพิ่มเป็น 80-90 ถังต่อไร่และสามารถทำนาได้เพิ่มเป็นปีละ 2 ครั้ง จากเดิมทำแค่เฉพาะนาปีเท่านั้น เพระาผลพวงจากโครงการทำให้มีน้ำทำนาได้ตลอดทั้งปี
"เมื่อก่อนลำบากมาก น้ำมาไม่ถึงต้องรอฝนอย่างเดียว เพราะที่นาของเราอยู่ไกลจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่หลังเข้าร่วมโครงการจัดรูปที่ดิน ทำให้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ทำนาปีละ 2 ครั้งระหว่างนาก็ปลูกถั่วเขียว ข้าวโพดบ้างสลับกันไป ส่วนข้าวที่ปลูกเมื่อก่อนเคยปลูกข้าวหอมปทุม แต่มาเจอเพลี้ยระบาด เลยเปลี่ยนมาเป็นข้าวเจ้าพันธุ์ กข.31" สมบูรณ์กล่าวพร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุข
นับเป็นอีกก้าวของการปฏิรูปพื้นที่เกษตรกรรมด้วยการจัดรูปที่ดิน โดยมีเป้าหมายหลักสำคัญในการบริหารจัดการน้ำต้นทุน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรนั่นเอง



