ไลฟ์สไตล์

'วรวัจน์'เอาจริงปัญหาเด็กก่อเหตุทะเลาะวิวาท

'วรวัจน์'เอาจริงปัญหาเด็กก่อเหตุทะเลาะวิวาท

05 ต.ค. 2554

'วรวัจน์'เอาจริงปัญหาเด็กก่อเหตุทะเลาะวิวาท ย้ำหากใครก่อเหตุไม่มีเตือนอีก สั่งปิดถาวรทันที

         5 ต.ค.54 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ตนมีนโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหาเด็กตีกัน นั้นขณะนี้มีการดำเนินการใน 2 ส่วนควบคู่กัน ได้แก่ การดำเนินการโครงการผู้นำตามธรรมชาติ ที่ให้สถานศึกษาทุกสังกัดไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปคัดเลือกนักเรียนที่มีบุคลิกเป็นผู้นำเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเป็นแกนนำนักเรียน พร้อมกันนี้ยังร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดส่งนักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญลงไปให้คำปรึกษาดูแลเด็กที่มีภาวะความเครียด โดยได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินการด้วย

        ขณะเดียวกัน สถานศึกษาทุกแห่งจะต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา โดยสถานศึกษาใดที่ปล่อยปละละเลยไม่สนใจดูแลนักเรียน ปล่อยให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทก็จะไม่มีการเตือนอีกแล้ว โดยเฉพาะสถานศึกษากลุ่มเฝ้าระวังหากมีการก่อเหตุใด ๆ ก็จะสั่งปิดถาวรทันที ไม่ปิดเพียงชั่วคราว 7 วันเช่นที่ผ่านมา ซึ่งตนเน้นย้ำเป็นนโยบายให้สถานศึกษาทุกสังกัดทั้งรัฐและเอกชนถือปฏิบัติและขณะนี้ก็ได้เริ่มทำความเข้าใจกับสถานศึกษาแล้ว ทั้งนี้หากมีการปิดสถานศึกษาส่วนนักเรียนที่ไม่เกี่ยวข้องได้มอบนโยบายแล้วให้มีเครือข่ายเตรียมการรองรับ เช่น ให้เรียนในวิทยาลัยอาชีวศึกษารัฐ โดย ศธ.จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

        “ผมคิดว่าวันนี้สังคม ไม่ยอมรับเรื่องการวิวาทที่เกิดขึ้นแบบที่เป็นมาอีกแล้ว จึงมองว่าเราจำเป็นต้องแก้ไขจริงจัง และไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นอีก เพราะทุกครั้งที่ปัญหาเกิดขึ้นก็จะเกิดผลกระทบทำให้คนรอบข้างได้รับความเดือดร้อนเป็นภาพลักษณ์ไม่ดีต่อสังคมไทย”นายวรวัจน์ กล่าว

 

"วรวัจน์” ร่วมเปิดงานมหกรรมหนังสือครั้ง 16

        นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 16 ” ว่า การจัดงานมหกรรมหนังสือในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่วยหนังสือแห่งประเทศไทย จะช่วยผลักดันให้สังคมไทยเข้าถึงการอ่านและเข้าถึงหนังสือราคาถูกได้มากขึ้น ซึ่งหนังสือต่าง ๆมีความสำคัญเพราะช่วยนำความรู้เข้าไปให้กับผู้อ่านทุกระดับชั้น

        นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า ศธ.จะร่วมมือกับสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ในการส่งเสริมการอ่านให้เกิดขึ้น โดยจะเริ่มการวิเคราะห์กลุ่มผู้อ่านว่าในทุกพื้นที่ว่าต้องการอ่านหนังสือประเภทใด เพื่อที่จะได้คัดเลือกหนังสือที่ดีมีคุณภาพส่งต่อไปยังกลุ่มผู้อ่านได้ตรงตามต้องการ ขณะเดียวกันก็จะทำการวิเคราะห์หนังสือเพราะขณะนี้เรามีสำนักพิมพ์มากกว่า 400 สำนักและมีหนังสือที่พิมพ์ออกมาจำนวนมาก แต่เราก็ต้องคัดเลือกหนังสือที่ดีมีคุณภาพสอดคล้องกับความสนใจของผู้อ่าน จากนั้น ศธ.จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางผลักดันให้หนังสือที่มีคุณภาพทั้งด้านการให้องค์ความรู้ ความบันเทิงลงไปสู่ห้องสมุดโรงเรียน ชุมชน ในทุก ๆ ที่

        “ศธ.ไม่สามารถรับภาระการทำงานทั้งหมดได้จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เมื่อเราคัดเลือกหนังสือที่มีคุณภาพตรงความต้องการของผู้อ่านได้แล้ว กระทรวงฯก็จะเป็นส่วนการผลักดัน และกระตุ้นให้คนเกิดความรู้สึกที่อยากจะอ่านจนกลายเป็นคนที่รักการอ่านได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการอ่านที่ผ่านมานั้นผมมองว่าเราดำเนินกันแต่รูปแบบของโครงการ แต่ไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพของหนังสือที่ผู้อ่านต้องการ จึงทำให้มีผู้อ่านไม่มาก หากเราทำจุดนี้สำเร็จเชื่อว่าจะสร้างนิสัยรักการอ่านให้ทุกคนได้” รมว.ศธ. กล่าว

        ด้านนายวรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มหกรรมหนังสือฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-16 ต.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ภายใต้แนวคิด “อ่านทั่วไทย อ่านได้ทุกที่” โดยมีสำนักพิมพ์ชั้นนำทั่วประเทศร่วมออกร้านถึง 904 บูธ จาก424 สำนักพิมพ์ ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการอ่านให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับนโยบายการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านในทุกที่ ทั่วไทย ทุกครั้งที่มีโอกาส ภายในงานจึงได้มีการจำลองบรรยากาศ อ่านทั่วไทย อ่านได้ทุกที ทั่วทั้งบริเวณงาน เพื่อจุดประกายไอเดียรักการอ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น THE BOOK EXPO THAILAND ให้นักอ่านได้ดาวน์โหลดฟรี ในระบบ IOS และ Android พร้อมเปิดหน้า Fanpage www.facebook.com/bookthai เพื่อเป็นสังคมออนไลน์ให้นักอ่านเข้าร่วมแบ่งปันและอับเดทข้อมูล
 จากนั้น นายวรวัจน์ ได้ไปร่วมงานแถลงเปิดตัวหนังสือคู่มือการท่องเที่ยวและเรียนรู้โครงการหลวง ฉบับสมบูรณ์ ชื่อ “38 เส้นทางความสุข 38 โครงการหลวง” โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ทรงเป็นประธานในการแถลวงเปิดตัว

        หม่อมเจ้าภีศเดช กล่าวว่า หนังสือ “ 38 เส้นทางความสุข 38 โครงการหลวง ” ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ , แคนนอน, โตชิบา, บางจาก, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดทำขึ้น” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสปีมหามงคลสมัยเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา สำหรับเนื้อหาภายในเล่มได้บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และข้อมูลเกี่ยวกับโครงการหลวงทั้ง 38 โครงการ อาทิเช่น พระอัจฉริยะภาพการพัฒนาการเกษตรพื้นที่ดอยสูงโครงการหลวง บทความแนะนำการท่องเที่ยวในโครงการหลวง 6 เส้นทางหลัก ข้อมูลผลิตภัณฑ์สินค้า และบริการของโครงการหลวงและชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น