
ตลกลิเก บันเทิงชาวบ้าน
หัวใจไทย : ตลกลิเก บันเทิงชาวบ้าน โดย...ศิวัช นนทะวงษ์
ลิเก หรือ นาฏดนตรี จัดเป็นสุขนาฏกรรมประเภทหนึ่ง ซึ่งเฉลี่ยความสำคัญให้แก่ ดนตรี การขับร้อง คำพูด และบทบาท เกือบจะเท่าๆ กัน วิธีการแสดงของลิเกนั้น ถึงแม้จะมุ่งความรวดเร็วของการดำเนินเรื่องและตลกขบขันเป็นสำคัญก็จริง แต่ก็ยึดถือหลักของละครรำอยู่เป็นอันมาก แต่สิ่งที่ยังถือเป็นหัวใจของการแสดงลิเกที่ขาดไม่ได้ เหมือนการแสดงมหรสพที่เล่นเป็นเรื่องราวประเภทอื่นๆ ก็คือ ตลก ซึ่งแต่เดิมจะเรียกขานกันว่า ผู้ช่วย(ตามพระเอก) เป็นตัวตลกฝ่ายชาย และเรียกตัวตลกฝ่ายหญิงว่า ตัวกระแต
เหตุที่สมัยก่อนเรียกขานตลกว่า ผู้ช่วย นั้น ก็เพราะว่าผู้แสดงตลกลิเกในสมัยก่อน จะต้องมีความสามารถมาก คือ ร้องเพลงไทยสองชั้นและชั้นเดียวได้ เช่น ถ้าพระเอกร้องเพลงอะไร ผู้ช่วยหรือตัวตลกก็จะร้องต่อเพลงนั้นในการดำเนินเรื่อง นอกจากนั้นก็ยังต้องร้องราชนิเกลิงหรือด้นกลอนลิเกได้ และมีการรำได้บ้างตามแต่ที่ได้ร่ำเรียนมา
ตลกลิเก แต่เดิมจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบแสดงตามเค้าโครงเรื่อง ผู้ให้เรื่อง ที่จะมีมุขตลกอยู่ในแต่ละช่วงของฉากนั้นๆ ไม่เล่นลอยดอกมากไปให้เสียเรื่อง อาทิ ถ้าลิเกแสดงเรื่อง อิเหนา ที่เป็นบทพระราชนิพนธ์ ตัวตลกในเรื่องไม่มี ปรมาจารย์ทางด้านลิเกจึงต้องหาทางเล่นสอดแทรกไปในตัวแสดงเช่น เป็นประสันตาพระพี่เลี้ยง เล่นตลกคู่ไปกับพระเอกที่เล่นเป็นตัวอิเหนา เป็นต้น
ตลกลิเก ต้องใช้พื้นฐานของการแสดงของเรื่อง คือต้องมี พระเอก นางเอก ตัวโกง และตัวตลก เมื่อเร็วๆนี้ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้สาธิตการแสดง ตลกลิเก และลิเกลูกบทแบบโบราณ โดยจะนำเสนอให้เห็นความสำคัญของผู้แสดงตัวตลก ที่จะแสดงเป็นตัวหลักของเรื่อง ที่จะต้องร้อง รำ เจรจาดำเนินเรื่อง ตามเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ตอน ทหารเอกเมืองตองอู โดย อ.กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ และคณะ
เนื้อเรื่องในการแสดงช่วงนี้ จะจับตอนหลังจาก จะเด็ด ถูกข้อหาขโมยแหวนและทำร้ายสอพินยา อุปราชเมืองหงสาวดี จนต้องหลบหนีอาญาบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่งนั้น พระมหาเถรมังสินธูกุโสดอ ได้เปลี่ยนชื่อจะเด็ดเสียใหม่ว่า "มังฉงาย" แล้วส่งไปเรียนวิชาเพลงดาบกับครูตะคะยีที่บ้านดงกะเหรี่ยง ที่นั่นเองทำให้มังฉงายได้เพื่อนตายเพิ่มขึ้นก็คือ จาเลงกะโบ กันทิมา บุตรและธิดาตะคะยี กับเนงบาและสีอ่อง ศิษย์ร่วมสำนักดาบเดียวกัน
ครั้งนั้นพระเจ้าเมงกะยินโยประชวรหนัก มังตราราชบุตรจึงนำความไปปรึกษาพระมหาเถร ถึงวิธีที่จะป้องกันตองอูมิให้มีภัย มหาเถรแนะให้มังตราส่งคนปลอมแปลงไปอยู่ ณ เมืองแปร อันจะเป็นเมืองหน้าด่านระหว่างหงสาวดีกับตองอู เพื่อคอยสืบข่าวลับต่างๆ ในที่สุดมังตราเลือกเอามังฉงายหรือจะเด็ด เป็นผู้เดินทางไปดำเนินงานอันเป็นราชการลับในครั้งนี้ ครั้นพระเจ้านระบดีแห่งเมืองแปร ได้พบมังฉงาย ก็ให้นึกถูกชะตา ประทานตำแหน่งให้เป็นถึงขุนวังหรือราชวัลลภ เนื่องด้วยรู้ว่ามังฉงายและตะละแม่กุสุมานั้นมีใจต่อกัน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้อุปราชราตองเคลือบแคลงใจ จึงหาทางสืบจนรู้ว่ามังฉงายผู้นี้ก็คือ จะเด็ด นั่นเอง แต่เพลิงพิโรธแห่งมังตรา ที่ระแวงต่อมังฉงายกลายมาเป็นปมขัดแย้งระหว่างพี่น้องร่วมนม นำพามาซึ่งสงครามระหว่างตองอูประเทศและเมืองแปร



