ไลฟ์สไตล์

ส้นสูงมหันตภัย

ส้นสูงมหันตภัย

04 ต.ค. 2554

รองเท้าส้นสูงกับผู้หญิง คงเป็นเรื่องที่แยกจากกันไม่ได้ จะออกงาน จะออกเดท จะทำอะไรที่ต้องการดูสวยสง่า ต้องส้นสูงไว้ก่อน รองเท้าส้นสูงก็มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ ว่ากันว่าชนชั้นสูงจะต้องใส่รองเท้าส้นสูงในงานพิธีสำคัญๆ

ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าโรงฆ่าสัตว์ต้องใส่ส้นสูงอีกแบบ จะได้ไม่ต้องเดินลุยกองเลือดของสัตว์ สมัยนี้รองเท้าส้นสูงมีรูปทรงหลายแบบ แต่ถ้าดูเฉพาะลักษณะส้นอย่างเดียว อาจแยกได้เป็น
 • Stiletto จะส้นแหลมมาก ตั้งแต่ 2-10 นิ้ว และมีเส้นผ่าศูนย์กลางของส้นส่วนที่แตะพื้นไม่เกิน 0.4 นิ้ว
 • Kitten จะส้นสูงไม่เกิน 2 นิ้ว และมีเส้นผ่าศูนย์กลางของส้นส่วนที่แตะพื้นไม่เกิน 0.4 นิ้ว เช่นกัน
 • Cone จะมีลักษณะเหมือนกรวย คือ กลมใหญ่ด้านบนและเรียวเล็กลงมา
 • Prism คล้ายๆ ส้นแบบ Cone แต่เป็นสามเหลี่ยม
 • Spool ทรงนี้จะเหมือนทรงโบราณที่ด้านบนใหญ่ แล้วเรียวเป็นก้านลงมาบานออกตรงปลายนิดหน่อย
 • Wedge เป็นลักษณะทรงเตารีด คือส้นจะสูงและเป็นชิ้นเดียวมาจนถึงด้านหน้าซึ่งจะเตี้ยกว่า
 ส้นพวกนี้ ยังไงก็ต้องเขย่งยืน และเดินอยู่บนส้นสูงตลอดทั้งวัน คงจะมีแค่ส้นแบบ Kitten ที่ไม่สูงจนเกินไป อันตรายจากรองเท้าส้นสูง แค่ง่ายๆ ถ้าใส่ส้นสูงแล้วถือของหนัก เช่น ไปทำงานแล้วก็ไปช็อปปิ้ง ตอนกลางวันหอบหิ้วของพะรุงพะรัง อาจมีอันตรายข้อเท้าพลิก เอ็นฉีก หรือถึงขั้นกระดูกหัก
 ถ้าใส่รองเท้าที่มีลักษณะส้นสูงเท ปลายเท้าจิก ยิ่งใส่เป็นระยะเวลานานหลายปี ยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นลักษณะการทรงตัวที่ไม่ถูกกายวิภาค โดยจะมีผลกระทบที่ข้อเท้า เพราะเป็นส่วนที่อยู่ใกล้ชิดเท้ามากที่สุด ต่อมาก็หัวเข่าที่เกิดจากการเคลื่อนไหวที่ผิดลักษณะ
 สุดท้ายคือ กระดูกสันหลัง เป็นส่วนที่จะต้องรับแรงซึ่งเกิดจากการยืน หรือเดินโดยขณะที่เดินอวัยวะทั้ง 3 ส่วน จะต้องทำงานผสมผสานควบคู่กันไป แต่เมื่อใช้งานหนัก กล้ามเนื้อเกิดการอ่อนล้า ปวดเกร็งที่หลัง เพราะเวลาใส่ส้นสูง แกนกระดูกสันหลังจะโน้มไปข้างหน้า ร่างกายจะพยายามรักษาสมดุลโดยอัตโนมัติด้วยการต้าน และเกร็งไม่ให้ลำตัว รวมถึงแผ่นหลัง เอนไปข้างหน้าจนมากเกินไป จึงเกิดการแอ่นหลัง พอแอ่นหลังมากๆ จะทำให้กระดูกบริเวณบั้นเอวรับนํ้าหนักมาก เมื่อสะสมเป็นเวลานาน หมอนรองกระดูกอาจจะเคลื่อนออกมา และกดทับเส้นประสาท
 อาการที่น่าสังเกตคือ ปวดหลังนำ แล้วก็ร้าวลงขา ต่อมาขาอาจชาและอ่อนแรง เดินไกลๆ ไม่ไหว นั่งนานๆ ก็ไม่ได้ อาจชาลงขาเหมือนกัน และถ้าเป็นมากๆ อาจมีอาการกลั้นปัสสาวะ หรืออุจจาระไม่ได้ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ด่วน หากผู้ที่มีอาการปวดหลังมาก และกังวลว่า จะมีอาการของหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท อาจต้องทำการเอกซเรย์เอ็มอาร์ไอ เพื่อประเมินสภาวะของหมอนรองกระดูก และข้อต่อกระดูกสันหลัง
 ปัจจุบัน มีนวัตกรรมในการรักษาที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือกินยาเพื่อรักษาอาการนั่นคือ การรักษาด้วยการผ่านคลื่นความร้อนเป็นการรักษาด้วยการผ่านคลื่น Radio Wave เข้าไปเพื่อลดความดันบริเวณหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนมากดทับเส้นประสาท วิธีนี้ ไม่ทำลายหรือเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อใกล้เคียง
 ข้อดีของการรักษานี้ คือ ไม่ต้องผ่าตัด ลดการสูญเสียเลือด ใช้เวลาในการรักษาน้อยเพียง 20-30 นาที สามารถกลับบ้านได้ และใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติภายใน 1-2 วัน
 รองเท้าที่เหมาะสมจึงควรมี ส้นสูงประมาณ 1 นิ้ว เพื่อให้เฉลี่ยนํ้าหนักไปที่นิ้วโป้งและฝ่าเท้า และรองเท้าควรจะนุ่ม จะได้ลดแรงที่เท้ากระแทกกับพื้น ส่วนการแก้ปัญหาด้วยการใส่รองเท้าที่ไม่มีส้นเลย ก็ไม่ดี เพราะนํ้าหนักจะลงที่ส้นเท้าเต็มที่ อาจทำให้เกิดรองชํ้า แล้วปวดฝ่าเท้าและส้นเท้าอีก
 ถ้าต้องใส่ส้นสูงจริงๆ มีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก คือ ทุก 2 ชั่วโมงให้พักลงจากส้น แล้วยืดเท้า stretching ให้กล้ามเนื้อคลายจากการเกร็ง ตกเย็นกลับบ้านก็แช่เท้าในนํ้าอุ่นให้เลือดไปเลี้ยง ไหลเวียนดี ก็จะช่วยถนอมสุขภาพเท้าและข้อได้
น.ต.นพ.ชัยพฤกษ์ ปั้นดี
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
โทร.0-2378-9242-4