
ตะลุยศูนย์เกษตรพอเพียงที่'กะปง'
ตะลุยศูนย์เกษตรพอเพียงที่'กะปง' ดูภารกิจอำเภอต้นแบบกรมการปกครอง : ท่องโลกเกษตร โดย สุรัตน์ อัตตะ
กระแสการพัฒนาในยุคโลกาภิวัตน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติตนให้แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกสาขาอาชีพให้สามารถดำรงตนอยู่ได้ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นนโยบายหลักในจำนวนหลายๆ นโยบายเพื่อให้บรรลุภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน โดยให้อำเภอต่างๆ ทั่วประเทศนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
อ.กะปง จ.พังงา ภายใต้การนำของท่านนายอำเภอ "ประกอบ ศรีทวี" ซึ่งเป็นหนึ่งในอำเภอต้นแบบที่ได้ดำเนินการตามนโยบายของกรมการปกครองในการสืบสานแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นในท้องที่ จนประสบความสำเร็จได้รับการคัดเลือกจากกรมการปกครอง เป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบของจังหวัดพังงา
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ล่องใต้ไปดูภารกิจของกรมการปกครองในการเนรมิตศูนย์เรียนรู้ต้นแบบที่อ.กะปง จ.พังงา นำโดย วรญาณ บุญณราช หัวหน้ากลุ่มงานประชาสัมพันธ์ พร้อมคณะสื่อมวลชนกว่า 20 ชีวิต หลังได้ฟังบรรยายสรุปถึงประวัติความเป็นมาจากนายอำเภอกะปง "ประกอบ ศรีทวี" ซึ่งประกอบด้วย 3 ศูนย์หลักตั้งกระจายอยู่ตามตำบลต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย จากนั้นทั้งหมดก็ได้ลงเยี่ยมชมสถานที่จริง
โดยจุดแรกเป็นโครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านท่านา หมู่ 1 ต.ท่านา ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอกะปงประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ปลูกพืชหมุนเวียนและปศุสัตว์ได้ดำเนินการมาได้ประมาณ 1 ปี ที่เน้นการปลูกมันเทศ สับปะรด ข้าวโพด กล้วยน้ำว้า เลี้ยงเป็ดและได้จัดตั้งโรงสีข้าวชุมชนด้วยมือเพื่อเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้และขยายผลไปยังหมู่บ้าน ชุมชนและโรงเรียน
"เป้าหมายหลักของโครงการไม่ได้อยู่ที่กำไร แต่จะทำอย่างไรให้ขยายผลไปถึงชาวบ้านมากที่สุด" บทสรุปสั้นๆ ที่ท่านนายอำเภอกะปงบอกกล่าวกับสื่อมวลชนระหว่างรับประทานอาหารมื้อเที่ยงที่เต็มไปด้วยหลากหลายเมนูพื้นบ้านฝีมือชาวบ้านนำมาเลี้ยงต้อนรับ โดยโครงการดังกล่าวนี้มีกำนันตำบลท่านา "ปฏิวัติ ประกอบแสง" เป็นประธาน มีการดำเนินงานในรูปของคณะกรรมการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันอย่างชัดเจน
ปฏิวัติเล่าว่า สำหรับโครงการดังกล่าวนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ อดีตเคยเป็นป่าช้าเก่าที่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการดำริของท่านนายอำเภอกะปงคนปัจจุบันในการจัดตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างขึ้นมา โดยมีอำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นผู้สนับสนุน ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนทั้งสิ้น 78 คน
หลังใช้เวลาพอสมควรในการเยี่ยมกิจกรรมต่างๆ จากนั้นก็เดินทางต่อยังศูนย์การเรียนรู้ด้านวิชาการทำนา โรงเรียนเยาววิทย์ หมู่ 1 ต.เหมาะ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดแรกมากนักเพื่อเรียนรู้หลักการทำเกษตรแบบผสมผสานที่ทางโรงเรียนนำมาเสริมในหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเยาววิทย์นั้น เป็นโรงเรียนประจำสำหรับเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเด็กกำพร้าจากเหยื่อสึนามิ เด็กที่ถูกทารุณกรรม ตลอดจนเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนให้ได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปในสังคม ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 84 คน ครู 7 คนและอาสาสมัครชาวต่างชาติอีกจำนวนหนึ่ง
กัญจนา ไหมละเอียด รองผู้อำนวยการโรงเรียนเยาววิทย์บอกว่า โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งโดยมูลนิธิ Children"s World Acadamy และได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2549 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในการเสด็จฯ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด มีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้หลุดพ้นจากวัฏจักรความยากจนด้วยการเรียนรู้วิถีเกษตรแบบพอเพียง นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้จัดโปรแกรมการอุปการะเด็กเพื่อให้ผู้สนับสนุนที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาอาชีพแก่เด็กเหล่านี้ด้วย คลิกดูรายละเอียดที่ www.yaowawit.com
เสร็จการดำนาร่วมกับนักเรียนและชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งหมดก็เดินทางต่อไปยังศูนย์การเรียนรู้ด้านการทำไร่นาสวนผสมตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่บ้านศรีราชา หมู่ 4 ต.รมณีย์ แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติ โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ บ่อน้ำพุร้อน ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแวะเวียนใช้บริการอย่างไม่ขาดสายในแต่ละวัน
จะเห็นว่าบนเนื้อที่กว่า 31 ไร่ถูกจัดแบ่งไว้อย่างเป็นระบบประกอบด้วย ปาล์มน้ำมัน 8 ไร่ นาข้าว 5 ไร่ สับปะรด 3 ไร่ แก้มลิง 5 ไร่ พืชหมุนเวียน 7 ไร่ นาผักบุ้ง 1 งาน นอกนั้นจะเป็นพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร กล้วย และอ้อยที่ปลูกตามแนวคันคลองเพื่อเป็นรายได้เสริมและไว้บริโภคในครัวเรือน
สุวิทย์ ทองสุข กำนันตำบลรมณีย์ ในฐานะประธานกรรมการบอกว่า จากการที่ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ได้ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบครบวงจร มีโครงการที่จะสร้างบ้านพักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและปรับปรุงสถานที่ให้ทันสมัยตามหลักวิชาการโดยเน้นการอนุรักษ์เป็นสำคัญ
นับเป็นอีกก้าวของกรมการปกครองในการนำหลักปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" มาแปลงเป็นนโยบายให้บรรลุภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน ทุกหมู่เหล่า ทุกสาขาอาชีพให้สามารถดำรงตนอยู่ได้ภายใต้กระแสการพัฒนาในยุคโลกาภิวัตน์



