
หมอภัททิรารับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทปี51
"ศิริราช คัดเลือก หมอภัททิรา รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทปี 51 เผยเป็นแพทย์หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ในรอบ 35 ปี เหตุกล้าหาญ เสียสละ ทำงานในพื้นที่วิกฤติและเสี่ยงภัย
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 เม.ย.ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานแถลงข่าวประกาศผลพร้อมมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2551 ร่วมกับ รศ.นพ.อนุพันธ์ ตันติวงศ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบทประจำปี 2551 โดยคณะกรรมการฯ ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์คัดเลือกให้ “พญ.ภัททิรา ทางรัตนสุรรณ” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นแพทย์หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้
ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศรางวัลแพทย์ดีเด่น ตั้งแต่ปี 2516พญ.ภัททิราเป็นแพทย์หญิงคนแรกที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล โดยไม่เพียงแต่เป็นผู้ที่ทำงานด้วยเสียสละ อดทน แต่ยังมีความกล้าหาญในการปฏิบัติงานในพื้นที่วิกฤตเสี่ยงภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยดูแลเอาใจใส่ให้การรักษาพยาบาลประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมทั้งในโรงพยาบาลและในหมู่บ้านอย่างดียิ่งตลอดมา รวมถึงการออกเยี่ยมบ้าน นอกจากนี้ยังมีการประสานทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ประกอบกับการเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้นำในการทำงาน ทำการการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่ได้รับการพัฒนาในทางที่ดี ถือเป็นแบบอย่างสำหรับแพทย์ สำหรับการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นครั้งนี้ เป็นการคัดเลือกจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ 16 ราย และเห็นว่า พญ.ภัททิรา เป็นผู้เหมาะสมได้รับรางวัลนี้
ด้าน พญ.ภัททิรา กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งและเป็นเกียรติ์ที่ได้รับรางวัล ซึ่งรางวัลนี้ไม่ได้เป็นของตนคนเดียวแต่เป็นของทีมงานโรงพยาบาลและชุมชนสายบุรี เพราะการทำงานจะประสบความสำเร็จไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือเหล่านี้ ทั้งนี้เดิมตนเป็นชาวสงขลา แต่หลังจากเรียนจบคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาสงขลานครินทร์ เมื่อ 2535 และได้ทำงานรักษาผู้ป่วยในหลายพื้นที่ แต่จากที่ได้เข้าทำงานในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี รู้สึกประทับใจการทำงานที่นี่ โดยเฉพาะชาวบ้าน ทำให้รู้สึกอบอุ่น ซึ่งจากที่รับตำแหน่งผู้อำนวยโรงพยาบาลฯ โดยในปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้ว นอกจากไม่เคยคิดขอย้ายไปทำงานที่อื่นๆ แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ก็ตาม ขณะนี้ยังได้ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ที่ จ.ปัตตานี้แล้ว
“อ.สายบุรี ปัตตานี แม้ว่าจะถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง แต่ข้างในโรงพยาบาลกลับเป็นพื้นที่สีเขียว เพราะงานของเราเป็นงานที่ให้ เป็นงานบริการชุมชน ไม่เป็นพิษเป็นภัย ไม่มีศัตรู อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด เป็นไทยพุทธ ไทยมุสลิม ก็ให้บริการรักษาหมด ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้รับกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เพียงแต่อาจมีจำนวนผู้บาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบเข้ารับการรักษามากขึ้น” พญ.ภัททิรา กล่าว และว่า ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าไม่สถานการณ์จะเป็นอย่างไร ไม่เคยคิดย้ายไปไหน และมั่นใจว่าจะทำงานได้ต่อไป เพราะมีคติประจำใจว่า “หากเชื่อมั่น มั่นใจว่าทำงานได้ ก็จะทำได้”
พญ.ภัททิรา กล่าวว่า ตนเข้าทำงานที่โรงพยาบาลก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น แต่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น ก็ได้มีการปรับแผนการทำงานลงพื้นที่ตรวจรักษาบ้าง โดยหารือพูดคุยกับคนในชุมชนว่า ช่วงเวลาใดเหมาะสมที่จะลงทำงานพื้นที่ได้ โดยจะลงไปพร้อมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อปลอดภัย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในช่วงที่เกิดสถานการณ์รุนแรงบ่อยๆ ก็รู้สึกกลัวบ้าง แต่ก็จะพยายามมีสติในการทำงาน ไม่ให้กลัวจนเกิดความหวาดระแวง โดยเน้นการคิดให้รอบครอบวางแผนการทำงาน สร้างบรรยากาศการทำงานในโรงพยาบาลให้น่าอยู่ ส่งผลให้บุคลาการในโรงพยาบาลขอย้ายไม่ไม่มาก ทั้งที่ทางครอบครัวต่างรู้สึกกังวลที่ตนทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยและขอให้ย้ายออก แต่เมื่อเห็นว่าตนมีความสุขกับการทำงานก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร
ปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่ที่ผ่านมาพบว่า จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตในชุมชนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นตนจึงได้ให้มีการตั้งศูนย์สุขภาพจิต โดยให้มีเจ้าหน้าที่บริการรับปรึกษาปัญหาตลอด 24 ชม. พร้อมมีทีมเยียวยาลงไปดูแลผู้ที่ได้ผลกระทบจากรุนแรง อย่างไรก็ตามปัญหาสุขภาพจิตในชุมชนระยะหลังประชาชนเริ่มมีการปรับตัวที่ดีขึ้น เพราะยึดหลักศาสนาซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจได้ดี นอกจากนี้ยังมีปัญหาสาธารณสุขแม่และเด็ก เพราะการเข้าถึงบริการเป็นไปอย่างลำบาก โดยเฉพาะเวลากลางคืน ดังนั้นจึงได้มีการจัดรถพยาบาลเคลื่อนที่ในการช่วยรับส่งและอำนวยสะดวกเท่าที่ทำได้
“รู้สึกดีใจที่เป็นผู้หญิงคนแรกได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลนี้ อาจเป็นเพราะว่าในอดีตผู้หญิงที่เรียนแพทย์มีน้อย มาเป็นแพทย์ในชนบท ทำงานในโรงพยาบาลชุมชนน้อย อีกทั้งแพทย์ผู้หญิงที่มาทำงานบริการและได้เป็นผู้อำนวยการก็ไม่มาก จึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”



