ไลฟ์สไตล์

ถอนพิษติดเน็ต ไม่ง่าย

ถอนพิษติดเน็ต ไม่ง่าย

02 ต.ค. 2554

เล่นเกมคอมพิวเตอร์ดึกดื่นทุกวัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

       "ผมเล่นเกมคอมพิวเตอร์ดึกดื่นทุกวัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผมไม่สนใจเรียน เลิกออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ห่างเหินกับทุกคน หนึ่งปีครึ่งมานี้ ผมนึกเสียใจทุกวัน แต่พอไม่รู้ว่าจะทำอะไรในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะหันไปหาคอมพิวเตอร์อีก ผมจะหยุดวงจรนี้อย่างไรดี"

       วัยรุ่นเกาหลีใต้วัย 17 ปี เลือกใช้เว็บไซต์ของศูนย์บำบัดผู้เสพติดอินเทอร์เน็ต บอกเล่าอาการต่างๆ ให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยหาสัญญาณของอาการเสพติด และร้องขอความช่วยเหลือในเวลาเดียวกัน
 เรื่องราวการเสพติดอินเทอร์เน็ตข้างต้น ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือผิดปกติในเกาหลีใต้อีกต่อไป

       เกาหลีใต้ยอมรับว่า การเสพติดอินเทอร์เน็ตถือเป็นปัญหาสังคม เป็นภาพซ้อนอยู่ในประเทศที่ผู้คนออนไลน์มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก และเจ้าของแชมป์เน็ตเร็วที่สุดบนพื้นพิภพ

       วัยรุ่นคือกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ พวกเขาถูกกดดันให้เรียนหนัก เมื่อเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับโรงเรียนและติวเตอร์ เวลาพบปะและสื่อสารกับเพื่อนฝูงเหลือน้อยลง อินเทอร์เน็ตจึงเป็นวิธีการที่ง่ายและถูกที่สุดในการฆ่าเวลา ประกอบกับการมี พีซี รูม หรืออินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ทั่วทุกแห่ง

       ผลสำรวจที่สำนักงานสังคมข้อมูลข่าวสารแห่งชาติ (นิซา) รวบรวมเป็นเวลา 3 เดือน เมื่อปีที่แล้ว พบว่า อัตราการเสพติดอินเทอร์เน็ตคิดเป็น 8% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด

       ผู้ตอบแบบสอบถามอายุระหว่าง 3-39 ปี จำนวน 7.6 หมื่นคน พบว่า 1,713 คน อยู่ในข่ายติดอินเทอร์เน็ต กลุ่มวัยรุ่นครองสัดส่วนมากที่สุดที่ 12.4% ขณะที่ผู้เสพติดอินเทอร์เน็ตในวัยผู้ใหญ่ อยู่ที่ 5.8% 

       การติดเน็ตขั้นรุนแรงยังเป็นสาเหตุของอาชญากรรมที่แม้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่เป็นคดีสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ เช่น ปีก่อนมีวัยรุ่นคนหนึ่งฆาตกรรมมารดาที่ว่ากล่าวตักเตือนบุตรชายที่เอาแต่เล่นเกมออนไลน์ ก่อนที่บุตรชายสังหารตัวเองตายตาม และในปีก่อนหน้า สามีภรรยาคู่หนึ่งติดเกมออนไลน์ขนาดทิ้งทารกน้อยอดอาหารจนตาย        

       รัฐสภาเกาหลีใต้ได้ผ่านกฎหมายที่เรียกว่า "กฎหมายชัตดาวน์" เมื่อเดือนเมษายน ห้ามเยาวชนเล่นเกมออนไลน์ ช่วงเที่ยงคืนถึง 06.00 น. ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายนนี้

       ด้านกระทรวงความมั่นคงและบริหารสาธารณะ และนิซา เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาและป้องกันการเสพติดอินเทอร์เน็ต (ไอเอพีซี) เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับปรุงศูนย์ที่ให้บริการอยู่เดิมที่เปิดทำการเมื่อปี 2545

       เจ้าหนาที่ประจำศูนย์กล่าวว่า แต่ละสัปดาห์จะมีผู้เสพติดอินเทอร์เน็ตประมาณ 50 คน มาขอคำปรึกษา โดยส่วนใหญ่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสภาพติดเน็ต       

       เป้าหมายของไอเอพีซี คือ เพื่อจัดการปัญหาต่างๆ อันเกิดจากการใช้อินเทอร์เน็ตผิดทาง หรือล่วงละเมิด เช่น ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ส่วนตัว ความวิตกในอาชีพ วิชาการ การบริหารเวลา และการบริหารจัดการความเครียด

       นายโค จอง ฮยอน ผู้อำนวยการไอเอพีซี กล่าวถึงแนวคิดของศูนย์ว่า เราไม่อาจโดดเดี่ยวตัวเองจากอินเทอร์เน็ตได้ในโลกปัจจุบัน ดังนั้นการบำบัดอาการเสพติดอินเทอร์เน็ต จึงควรเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของบุคคลในการควบคุมการใช้ และอบรมวิธีการผ่อนคลายระบายอารมณ์หนทางอื่นที่ไม่ต้องพึ่งโลกออนไลน์

       การติดต่อศูนย์ทำได้ง่ายๆ ผ่านทางโทรศัพท์ หรือปรึกษาทางออนไลน์ในเบื้องต้น จากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์

       นายโค โบ คยอง หัวหน้าฝ่ายให้คำปรึกษาของไอเอพีซี กล่าวว่า อาจต้องใช้เวลาราว 2-3 สัปดาห์ กว่าจะได้รับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัว เนื่องจากปริมาณความต้องการแซงหน้าจำนวนทีมงานที่มีอยู่มาก ทั้งนี้ ระยะเวลาการบำบัดโดยเฉลี่ยจะใช้เวลาราว 6 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง สำหรับการปรึกษาแบบกลุ่ม และอย่างต่ำ 13 ครั้ง สำหรับการพูดคุยปรึกษาแบบรายบุคคล

       การบำบัดจะไม่ยุติลงจนกว่าผู้ขอรับการบำบัดจะเลิกติดอินเทอร์เน็ต ส่วนอัตราความสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 70%

       อย่างไรก็ดี ในความเห็นของไอเอพีซี มองว่า การป้องกันและให้คำปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลควรมีกลไกทางกฎหมายบางอย่างที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุและชนชั้นทางสังคม

       "ราคาที่สังคมต้องแบกรับจากปัญหาติดยาเสพติดมหาศาลมาก แต่ตัวช่วยด้านกฎหมายในการจัดการกับปัญหายังอ่อนปวกเปียก"