
อีซูซุ RT-50 โฉมใหม่
เปิดโลกยนตกรรม : อีซูซุ RT-50 โฉมใหม่ 'จัดเต็ม'สู่เจ้าตลาดปิกอัพ
เผยโฉมออกมาแล้ว สำหรับอีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ (ALL-NEW ISUZU D-MAX) หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ตัวก่อนหน้าอยู่ในตลาดยาวถึง 9 ปี อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ มีระหัส ว่า RT-50
“อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด!” รูปทรงดุดัน ทรงพลัง (Aggressive Form) ตัวรถมีรูปทรงลิ่ม ลู่ลม แบบ Wedge-shape Design ให้อารมณ์สปอร์ต รูปลักษณ์แบบ 3 มิติ (3-Dimensional Structure) ด้านหน้า 3 มิติ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน
ภายในก็เน้นความอเนกประสงค์ พร้อมที่วางแก้วมากถึง 10 จุด พวงมาลัยปรับใหม่ ช่องเก็บของเหนือคอนโซลหน้า จอข้อมูลอัจฉริยะขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ห้องโดยสารใหม่ เงียบขึ้น ด้วยเสียงดังรบกวนเพียง 48.2 เดซิเบล แอร์ออกแบบใหม่ พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Cooler) ระบบปรับความเย็นอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น Z-Prestige 4 ประตู) ที่จะปรับอุณหภูมิให้ตามที่ตั้งไว้โดยเร็วที่สุดในทันทีที่เปิดแอร์
เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ แบบ Bolster Seat โอบกระชับรับกับสรีระ เว้าเข้ารูปพอดีทั้งแผ่นหลังและสะโพก เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น Z-Prestige 4 ประตู เครื่องยนต์ 3.0 VGS) เบาะนั่งด้านหลังในรุ่น 4 ประตู ออกแบบให้มีที่วางแขนในตัว แยกปรับพับได้แบบ 60:40
มาคราวนี้อีซูซุ ออกแบบให้ มีระบบ SUPER SPACECAB หรือห้องโดยสารแบบปิกอัพแค็บเปิดได้ สำหรับเครื่องยนต์อีซูซุวางขุมพลัง “อีซูซุ ดีดีไอ ซูเปอร์คอมมอนเรล” (ISUZU Ddi SUPER COMMONRAIL) เจเนอเรชั่น 3.5 ประกอบไปด้วย 3 แบบเครื่องยนต์คือ
• อีซูซุ Ddi 2.5 VGS TURBO ขนาด 2,500 ซีซี 136 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงแบบต่อเนื่อง (High Flat-torque) สูงถึง 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที
• อีซูซุ Ddi 3.0 VGS TURBO ขนาด 3,000 ซีซี เทอร์โบแปรผัน 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงแบบต่อเนื่อง (High Flat-torque) สูงถึง 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที
• อีซูซุ Ddi 2.5 TURBO ขนาด 2,500 ซีซี ให้พลัง 116 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงแบบต่อเนื่อง (Flat-torque) สูงถึง 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,200 รอบ/นาที
ดีแมคซ์ใหม่ระบบเกียร์สองระบบให้เลือกคือ เกียร์ออโตเมติก 5 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต REV TRONIC สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เช่นเดียวกับเกียร์ธรรมดาและเกียร์ธรรมดา 5 สปีดใหม่ แบบ SPORT-SHIFT ชุดเกียร์ใหม่ ออกแบบอัตราทดเกียร์ใหม่ พร้อมออกแบบคันเกียร์ใหม่ ให้มีช่วงชักสั้นลง
ระบบช่วงล่าง แชสซีส์และช่วงล่างใหม่ แบบ Multi-piece Rip Rail แข็งแรงขึ้น 42% ด้วยพื้นที่หน้าตัดของแชสซีส์ขนาด 90x173.6 มม. ใหญ่ที่สุดในวงการรถปิกอัพเมืองไทย
แพลทฟอร์มออกแบบใหม่ i-GRIP PLATFORM (ISUZU Gravity Responsive Intelligent Platform) โครงสร้างช่วงล่าง ออกแบบช่วงล่างใหม่หมดทุกรุ่น ขยายขนาดฐานล้อ ความกว้างช่วงล้อ
จัดวางตำแหน่งเครื่องยนต์ให้เข้าใกล้จุดศูนย์กลางของตัวรถ ช่วยการกระจายน้ำหนักให้สมดุลยิ่งขึ้น มีค่าสัมประสิทธิ์ทรงตัว SSF (Static Stability Factor) ดีที่สุด ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ผสานกับช่วงล่างหลังแบบแหนบขนาดยาวพิเศษ Long Span เสริมโช้กอัพแก๊สทั้ง 4 ล้อ
ช่วงล่างแบบแหนบเหนือเพลา (Over Slung) เสริมสมรรถนะออฟโรด ยกระดับความสูง ใต้ท้องให้เพิ่มขึ้น พร้อมจังหวะการยืดตัวระหว่างล้อและตัวถังที่มากขึ้น ให้ความสมดุลให้ความนุ่มนวลกว่า Over Slung ทั่วไป (ในรุ่นอีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส และรุ่นอีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์)
อีซูซุ เปิดขายรถ ยจริงกลาง เดือนตุลาคม โดยรุ่นสปาร์ค รุ่นงานบรรทุก วางราคาไว้ 4.65-5.35 แสนบาท รุ่นสเปซ แค็บ (แค็บเปิดได้) 5.62-6.71 แสนบาท แค็บโฟร์หรือ 4 ประตู ราคา 6.35-7.07 แสนบาท ไฮ-แลนเดอร์ หรือรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง แบบแค็บเปิดได้ 6.58-7.78 แสนบาท และแบบ 4 ประตู 7.38-9.22 แสนบาท และรุ่นวี-ครอส หรือรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 2 ประตู แค็บเปิดได้ 7.32-8.13 แสนบาท และแบบ 4 ประตู ราคา 8.08-9.94 แสนบาท รถใหม่ราคาเพิ่มขึ้นไม่มาก นี่คือการจัดเต็มของอีซูซุเพื่อเป็นเจ้าตลาดปิกอัพเมืองไทย



