ไลฟ์สไตล์

นายเหมืองน้อยพิทักษ์ชุมชน

นายเหมืองน้อยพิทักษ์ชุมชน

01 ต.ค. 2554

เด็กๆ ได้เรียนแต่ในตำราเท่านั้นไม่เคยเจอโลกแห่งความจริง

        “ที่ผ่านมาเด็กๆ ได้เรียนแต่ในตำราเท่านั้นไม่เคยเจอโลกแห่งความจริงนอกห้องเรียน การได้มาครั้งนี้ทำให้ได้รับประสบการณ์ตรง ซึ่งจะทำให้เด็กๆ จดและจำได้มากกว่าแค่อ่านตำราเท่านั้น ได้รู้ว่า การทำเหมืองแร่ มีระบบการดูแลมลภาวะและสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การคืนสิ่งดีๆ ให้กับสังคมในรูปแบบซีเอสอาร์อีกด้วย" กุลรภัส ทับทิม ครูโรงเรียนบ้านใหม่ราษฎร์ดำรง หมู่ 8 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร กล่าว

         โรงเรียนบ้านใหม่ราษฎร์ดำรง เป็นหนึ่งในห้าโรงเรียนมัธยมศึกษา ที่ต้องคัดเลือกนักเรียนที่มีบ้านตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เหมืองแร่ทองคำชาตรีของ บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ไปดูงานเรียนรู้จากสถานที่จริง ในโครงการค่ายเยาวชน “นายเหมืองน้อยพิทักษ์ชุมชน” ร่วมกับโรงเรียนบ้านใหม่ราษฎร์ดำรง โรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา อ.ทับคล้อ โรงเรียนวังทรายพูนวิทยา อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร 

         โรงเรียนวังโพรงพิทยาคม อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และโรงเรียนวังโป่งพิทยาคม อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ อื่นๆ จำนวน  50 คน ไปดูงานเรียนรู้จากสถานที่จริงทั้งด้านห้องแล็บ งานรักษาสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมจริงๆ อีกทั้งมีทีมงานที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงทีมงานด้านมวลชนสัมพันธ์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งจัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 2 จัดขึ้นวันที่ 20-21 สิงหาคม

         ณรงค์ ยืนยงหัตถภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการมีส่วนร่วม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่า โครงการค่ายเยาวชน “นายเหมืองน้อยพิทักษ์ชุมชน” ต้องการจะปลูกฝังเยาวชนให้มีความรู้ความเข้าใจและรักในสิ่งแวดล้อม เข้าใจถึงการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภูมิลำเนาของตน เพื่อนำความรู้ไปเผยแพร่ให้สถาบันครอบครัวและชุมชนได้รู้เรื่องจริงเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ เนื่องจากที่ผ่านมามักมีข้อขัดแย้งและทำให้ชาวบ้านเกิดความเข้าใจผิด ต่อต้านโครงการเกี่ยวกับการทำแร่ต่างๆ เยาวชนที่ผ่านการอบรมครั้งนี้ต่อไปจะได้เป็นหูเป็นตาและเป็นปากเสียงให้แก่ทางราชการและกับชุมชน อีกทั้งจะได้ใช้ความรู้เป็นเครือข่ายเฝ้าระมัดระวังดูสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรแร่ต่อไป”

         กุลรภัส ทับทิม ครูโรงเรียนบ้านใหม่ราษฎร์ดำรง หมู่ 8 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร กล่าวว่า โรงเรียนเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเหมืองแร่ทองคำ อัครา ไมนิ่ง ประมาณ 5 กม. ทั้งโรงเรียนมีเด็กนักเรียน 152 คน มีครู 15 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.3 เด็กและครูส่วนใหญ่มีบ้านเรือนที่ถือว่าเป็นคนริมรั้วของ อัครา ไมนิ่ง ที่ผ่านมาเด็กๆ ได้เรียนแต่ในตำราเท่านั้นไม่เคยเจอโลกแห่งความจริงนอกห้องเรียน การได้มาครั้งนี้ทำให้ได้รับประสบการณ์ตรง ซึ่งจะทำให้เด็กๆ จดและจำได้มากกว่าแค่อ่านตำราเท่านั้น ได้รู้ว่าการทำเหมืองแร่ มีระบบการดูแลมลภาวะและสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

         ด.ช.สุพรรณ  แป้นสุวรรณ หรือกอล์ฟ อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนวังโป่งพิทยาคม ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่าเคยจินตนาการว่าการทำเหมืองแร่คงจะมีอันตรายเหมือนกับในภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่ง ที่มีภาพก้อนหินปลิวหล่นลงมาทะลุใส่หลังคาตกใส่ศีรษะผู้คน แต่พอได้มาอบรมครั้งนี้ จึงได้รู้แจ้งเห็นจริงว่าการทำเหมืองแร่ ตรงกันข้ามกับในหนัง ขนาดไปยืนดูเขาระเบิดหาแร่ที่อยู่ใต้ดินยังแทบไม่ได้ยินเสียงแถมรถที่วิ่งขนแร่ก็คันใหญ่โตดูแล้วปลอดภัยไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจายออกมา

         เช่นเดียวกันกับ ด.ญ.สุวดี อ่อนฉาย อายุ 12 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 4 บ้านจิตเสือเต้น ต.เขาเจ็ดลูก เรียนอยู่ชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านใหม่ราษฎร์ดำรง บอกว่า การอบรมครั้งนี้ถึงได้รับรู้ว่าบริษัทนำเงินกำไรที่ได้จากการดำเนินธุรกิจส่วนหนึ่งมอบให้ อบต.ปีละกว่า 10 ล้านบาท เพื่อไปพัฒนาวัดและโรงเรียน แถมยังมีทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่เรียนเก่ง ส่งต่อให้เรียนจนจบปริญญาตรี ก็หวังว่าบริษัทและชุมชน ต่างจะดูแลซึ่งกันและกันและเคารพในสิทธิและหน้าที่ของกันและกัน ก็จะทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุกปราศจากความขัดแย้งได้เช่นกัน