
'หอยหวานกระป๋อง'หลากเมนู
'หอยหวานกระป๋อง'หลากเมนู ต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ โดย...สุรัตน์ อัตตะ
หลังจากประสบความสำเร็จในการขยายผลการเลี้ยง "หอยหวาน" ไปสู่ฟาร์มของเกษตรกรในหลายจังหวัดฝั่งทะเลอ่าวไทย
ดร.นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์ นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยทรัพยากรน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเลี้ยงหอยหวาน ก็ได้ร่วมกับนักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ทำการวิจัยต่อยอดจากแหล่งผลิตสู่การแปรรูปเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หอยหวานสำเร็จรูปบรรจุกระป๋องในหลากหลายเมนู
"ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประมาณ 200 ฟาร์ม แต่ละฟาร์มมีการเลี้ยงระบบอินทรีย์ 100% ก้าวต่อไปเราได้มีการต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ โดยขณะนี้ได้ร่วมกับบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล หรือปุ้มปุ้ย ที่รู้จักกัน พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หอยหวานสำเร็จรูปบรรจุกระป๋องส่งขายทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น ถือเป็นตลาดใหญ่มาก และทั้งคนจีนและคนญี่ปุ่นก็ชื่นชอบหอยชนิดนี้มาก แต่ประเทศเขาเลี้ยงไม่ได้ สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย จึงต้องนำเข้าจากไทยและเวียดนาม"
ดร.นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์ เจ้าของผลงานวิจัยผลิตภัณฑ์หอยหวานบรรจุกระป๋อง เผยระหว่างนำผลิตภัณฑ์หอยหวานบรรจุกระป๋องหลากหลายเมนูโชว์ในงานแสดงและจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระดับโลก หรือ China International SME Fair 2011 ครั้งที่ 8 จัดขึ้น ณ นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ในระหว่างวันที่ 22-25 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา
เขาเผยต่อว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือวช.ก็ได้ให้ความสำคัญในการทำวิจัยหอยชนิดนี้เพื่อให้ก้าวไปสู่ในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ โดยให้การสนับสนุนทุนวิจัยในโครงการวิจัยการเลี้ยงหอยหวานมาตั้งแต่ปี 2538 เป็นการวิจัยการเลี้ยงแบบออแกนิกไม่ใช้ยาหรือสารเคมีใดๆ จนได้หอยหวานขนาดที่ต้องการ ซึ่งมีรสชาติของเนื้อหอยหวานและขนาดเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเพื่อเป็นการรองรับตลาดหอยหวานในอนาคตหากเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด
"คือหอยหวานที่เลี้ยงทั่วไปจะมีขนาดประมาณ 20-30 ตัวต่อกิโลกรัม และเนื้อเหนียว แต่หอยหวานที่ได้จากการเพาะเลี้ยงในโครงการวิจัยจะมีขนาดเล็กกว่าอยู่ที่ประมาณ 100-150 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งจะได้หอยหวานที่เนื้อนุ่มรสชาติอร่อยกว่า และเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่นจะนิยมรับประทานกันมาก" ดร.นิลนาจ เผยข้อมูล
เจ้าของผลิตภัณฑ์เด่นยอมรับว่า ปัจจุบันได้วิจัยผลิตภัณฑ์หอยหวานสำเร็จรูปมากกว่า 16 เมนู โดยมีเมนูพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 4 เมนู ได้แก่ เมนูหอยหวานเนยกระเทียม หอยหวานผัดเห็ดแชมปิญอง หอยหวานแบบเอสคาโก และหอยหวานผัดน้ำพริกเผา รวมถึงพระราชทานพระราชานุญาตให้นำเมนูพระราชทานดังกล่าวตีพิมพ์ในหนังสือเรื่อง "เมนูหอยหวาน อาหารจานเด็ด" เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่โรงแรม ร้านอาหาร และประชาชนทั่วไปด้วย
ทั้งนี้ การเลี้ยงหอยหวานในประเทศไทยเกิดขึ้นมาได้ประมาณ 5-6 ปีมานี้เอง ในสมัยก่อนหอยหวานไม่ได้มีการเพาะเลี้ยง หอยที่ได้จับขึ้นมาจากธรรมชาติเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่จะจับได้ทางฝั่งอ่าวไทย เช่น ระยอง จันทบุรี ตราด และเพชรบุรี ทำให้ปริมาณหอยหวานที่จับแต่ละวันมีปริมาณไม่แน่นอน และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากสภาวะทะเลที่เสื่อมโทรมลง ขณะที่ความต้องการของตลาดกลับมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะ จีน ญี่ปุ่นและไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
ผลิตภัณฑ์หอยหวานสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง นับเป็นอีกก้าวของผลิตผลทางการเกษตรที่ผ่านโครงการวิจัยเพื่อต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ สำหรับเกษตรกรที่สนใจเลี้ยงหอยหวานระบบอินทรีย์โทร.08-1802-1839 ดร.นิลนาจยินดีให้คำแนะนำอย่างละเอียดในทุกขั้นตอนการผลิต



