
เช่าที่ซ้ำซ้อน
อยากทราบเรื่องเกี่ยวกับที่ดินของแม่ค่ะ คือว่า แม่มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง ประมาณ 150 ไร่ แม่มีพี่น้อง 5 คน แบ่งกันคนละ 50 ไร่ แต่ที่ดินแปลงนี้ยังไม่แยกออกโฉนด ยังเป็นโฉนดรวม หลังจากยายตาย น้าคนเล็กก็เก็บโฉนดที่ดินผืนนี้ไว้กับตัว ลูกคนอื่นๆ ไม่คิดจะทวงถาม
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ น้ามาบอกว่า มี นาย ก. มาติดต่อเพื่อจะขอเช่าที่ เพื่อเอาไปทำนา ซึ่งแม่ของดิฉันและพี่น้องคนอื่นๆ ก็เห็นด้วย แต่ให้เช่าในราคา 1,000 บาทต่อไร่ต่อปี หลังจากเจรจากันแล้ว แต่ นาย ก. บอกว่า แพงไป สู้ราคาไม่ไหว แล้วก็เงียบหายไป
จากนั้น ก็มี นาย ข. มาขอเช่า โดยติดต่อผ่านกับแม่ของดิฉัน แม่ก็บอกกับพี่น้องคนอื่นๆ ทุกคนก็เห็นด้วย และ นาย ข. บอกว่า ราคานี้รับได้
ปรากฏว่า หลังจาก นาย ข. เริ่มลงมือทำนา นาย ก. ก็มาอ้างสิทธิว่า เขาเช่าไว้ก่อนแล้ว ทำไมปล่อยให้คนอื่นเช่าซ้ำซ้อน แล้ว นาย ก. ก็ฟ้องร้องจนถึงขั้นมีคำสั่งศาลเรียกตัวให้ทุกคนไปขึ้นศาลเพื่อไกล่เกลี่ยในเรื่องนี้
อยากทราบว่า ในกรณีอย่างนี้ แม่ของดิฉันและพี่น้องคนอื่นๆ จะมีความผิดไหม เพราะเท่าที่ทราบ น้าเป็นคนเดียวที่ทำสัญญาให้กับ นาย ก. พี่น้องคนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องด้วยเลย
จ้อย
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ในกรณีนี้การไปศาลตามที่นัดมาจะช่วยได้ในเรื่องของการเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งจะช่วยให้แม่ของคุณสามารถรู้ได้ว่า น้องชายไปทำสัญญาไว้เมื่อไหร่ อย่างไร และสัญญานั้นเขียนไว้อย่างไรบ้าง
ตามกฎหมายแล้ว การเช่าที่ดินเพื่อทำนานั้นจะมีอายุประมาณ 6 ปี แล้วในเรื่องของข้อกฎหมายสำหรับการทำเกษตรกรรมนั้นก็มีเฉพาะ ต้องดูที่ตัวสัญญาที่น้าทำไว้กับ นาย ก. ด้วยว่า ครบกำหนดที่ นาย ก. จะใช้ประโยชน์จากที่ดินตามสัญญาหรือยัง หรือว่าในระหว่างนี้ นาย ก.ได้ประโยชน์อะไรบนที่ดินผืนนั้นบ้างหรือเปล่า
และที่สำคัญ จากสัญญานี้ก็จะทำให้รู้ว่า น้าได้ให้ นาย ก.เช่าอย่างไร เพราะตามหลักแล้ว ถ้าเป็นที่ดินที่ยังไม่ได้มีการแบ่งแยกออกไปอย่างนี้ เมื่อมีผู้เช่าก็จะเช่าทั้งแปลง แต่เนื่องจากว่าเป็นที่ดินที่มีชื่อรวม น้าจึงไม่มีสิทธิที่จะไม่ถามความคิดเห็นของพี่น้องคนอื่นๆ โดยทำสัญญาให้ นาย ก. เช่าโดยที่ตัวเองรับรู้เพียงคนเดียว
ดังนั้น จึงไม่ต้องตกใจ หรือกลัวว่าแม่จะมีความผิด เพราะศาลจะช่วยไกล่เกลี่ยให้ตกลงกันได้
ลุงแจ่ม



