
บูรณาการ'เฝ้าระวังโรค'ในสัตว์ปีก
บูรณาการ'เฝ้าระวังโรค'ในสัตว์ปีก ป้องกันเชื้อไวรัสหวัดนกกลายพันธุ์
การออกแถลงการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกชนิดรุนแรง H5N1 ในสัตว์ปีกในทวีปเอเชีย ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของเชื้อไวรัส หรือกลายพันธุ์ได้นั้น ทำให้กรมปศุสัตว์เร่งหามาตรการเฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อสกัดไม่ให้การระบาดของเชื้อไข้หวัดนกลุกลามมาถึงภาคเกษตรไทยเพื่อเป็นการป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะปัญหาจะเกิดและส่งผลกระทบเสียหายต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเกษตรของไทยในอนาคต
ปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกว่า การออกมาเตือนภัยดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้กลุ่มประเทศเอเชียได้หันมาเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดมากขึ้น โดยในส่วนของกรมปศุสัตว์เอง แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะไม่พบโรคไข้หวัดนกมานานมากกว่า 2 ปี 10 เดือนแล้ว แต่กรมปศุสัตว์ก็ยังดำเนินการเฝ้าระวังควบคุมและป้องกันโรคอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกำชับให้เครือข่ายเฝ้าระวังโรค ทั้งอาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารงานส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์
"เราพยายามกำชับให้เกษตรกรหมั่นสังเกตอาการสัตว์ปีก หากพบว่ามีอาการสงสัยโรคไข้หวัดนกให้รีบดำเนินการควบคุมโรคทันที และประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขในการเฝ้าระวังโรคในคนด้วย เพื่อการเฝ้าระวังโรคทั้งภาคปศุสัตว์และสาธารณสุขต่อไป รวมทั้งกำหนดให้มีการรณรงค์ค้นหาโรคในสัตว์ปีกแบบบูรณาการและให้มีการเคาะประตูบ้านเกษตรกรทุกราย ฟาร์มสัตว์ปีกทุกฟาร์ม เพื่อสอบถามอาการสัตว์ปีกและสุ่มเก็บตัวอย่างปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคม 2554 ให้มีการรณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศปีละ 4 ครั้ง เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคที่อาจแฝงตัวอยู่ในสิ่งแวดล้อม"
อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงไก่พื้นเมืองในเล้า หรือโรงเรือนที่ป้องกันโรคได้ มีการจัดระบบการเลี้ยงไก่ชนให้มีมาตรฐานป้องกันโรคได้ มีการเฝ้าระวังและควบคุมการเคลื่อนย้ายเป็ดไล่ทุ่ง เป็นต้น รวมทั้งเมื่อเกิดสถานการณ์มีโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน กรมปศุสัตว์ได้กำหนดให้ทุกจังหวัดตามแนวชายแดนทั่วประเทศเข้มงวดการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นในสัตว์ปีก และให้ด่านกักกันสัตว์ตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะในบริเวณจุดผ่านแดนทุกแห่ง ตลอดจนห้ามอนุญาตนำเข้าสัตว์ปีกและซากสัตว์ปีกจากประเทศที่พบโรคไข้หวัดนกจนกว่าสถานการณ์โรคจะสงบ
"ตั้งแต่ปี 2546 ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในสัตว์ปีกกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก มีการทำลายสัตว์ปีกไปมากกว่า 400 ล้านตัวเพื่อควบคุมการระบาด ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 9 ปีที่ผ่านมามีรายงานผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยจำนวน 565 ราย เสียชีวิต 331 รายทั่วโลกซึ่งถือเป็นความสูญเสียมหาศาล จำเป็นที่กรมปศุสัตว์ต้องเร่งสะกัดโรคดังกล่าวไม่ให้เข้ามาระบาดส่งผลกระทบต่อภาคปศุสัตว์ของไทย" นายปรีชา กล่าว
มาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวดของกรมปศุสัตว์ ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถรุกสกัดการระบาดของโรคดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรและผู้ประกอบการภาคปศุสัตว์ภายในประเทศให้เกิดความอุ่นใจและเชื่อมั่นในมาตรการเฝ้าระวังป้องกันมากยิ่งขึ้น



