ไลฟ์สไตล์

วัฒนธรรมเชื่อมไทย-กัมพูชา

วัฒนธรรมเชื่อมไทย-กัมพูชา

29 ก.ย. 2554

หัวใจไทย : วัฒนธรรมเชื่อมสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

          หลังจากมีการถกเถียงในความเป็นเจ้าของวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ระหว่างไทยกับกัมพูชามาสักระยะหนึ่ง จนในที่สุดทุกฝ่ายต่างได้รับคำตอบสุดท้ายออกมาว่าคือเป็นวัฒนธรรมร่วมกันของอาเซียนนั้น กระทรวงวัฒนธรรม จึงเห็นว่า ประชาชน เด็กและเยาวชน ควรจะมีการทำความเข้าใจซึ่งกันและกันผ่านมิติวัฒนธรรมมากขึ้น

          ปลายเดือนนี้ที่ จ.สระแก้ว เป็นโอกาสที่เยาวชนไทยกับกัมพูชาจะมีโอกาสเรียนรู้แลกเปลี่ยนวิถีชีวิตวัฒนธรรมกันต่อเนื่อง ตามโครงการศึกษาความเชื่อมโยงของวัฒนธรรมท้องถิ่นสมัยอดีตถึงปัจจุบันเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลวัฒนธรรมและอารยธรรมโบราณในพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงและคาบสมุทรมลายา โดยทุนวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีหน่วยงานร่วมสนับสนุนเป็นจำนวนมาก อาทิ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันรามจิตติ จังหวัดสระแก้ว กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ องค์การอัปสรา (APSARA) ประเทศกัมพูชา จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา และกระทรวงวัฒนธรรม ประเทศกัมพูชา

          ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงวัฒนธรรมทั้งสองประเทศ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดจากทั้งสองประเทศที่ตั้งอยู่ชายแดนที่มีอาณาเขตติดกันระหว่างไทย-กัมพูชา 2.เยาวชนไทยที่จะเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 20 คน 3.เยาวชนกัมพูชา ที่จะเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 20 คน 4.ชุมชนในพื้นที่จัดกิจกรรม จำนวน 20 คน 5.กลุ่มข้าราชการที่เกี่ยวข้อง อบต. นักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี อาจารย์ นักศึกษา จำนวน 20 คน โดยจะร่วมกันหารือถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ “ยุววิจัยอาเซียน” (ASEAN Young Researcher) เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่างพลเมืองอาเซียนรองรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Cooperation) ที่จะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในปี 2558 นี้ 

          ผลจากการดำเนินกิจกรรมเยาวชน 3 ครั้งที่ผ่านมา เป็นการดำเนินกิจกรรมเยาวชนระหว่างเยาวชนไทย-กัมพูชา ไทย-มาเลเซีย เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีและความเข้าใจระหว่างเยาวชนทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานทั้งในมุมมองด้านโบราณคดีและดาราศาสตร์ประกอบสถานที่จริง ตลอดจนการเปิดโอกาสให้เยาวชนทำกิจกรรมประสบการณ์จริงในการศึกษาแหล่งโบราณสถานตามวิธีการศึกษาของนักโบราณคดี เช่น การเดินสำรวจ การคัดแยกวัตถุที่ได้จากการขุดค้นและทำทะเบียนวัตถุ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเยาวชนและนักวิชาการ โดยอาศัยผลของการวิจัยเป็นแกนหลักในการดำเนินกิจกรรม