ตั้งชื่อ'นาคราช'กล้วยพันธุ์ใหม่ของโลก
นักวิจัยมหิดลสำรวจและศึกษาก่อนยืนยันการพบกล้วยพันธุ์ใหม่ของโลกในพื้นที่ป่าด้านตะวันตก บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ตาก และแม่ฮ่องสอน ติดกับประเทศพม่า ตั้งชื่อไทยว่า กล้วยนาคราช ชี้อยู่ในสภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์
ดร.นพ.จามร สมณะ อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวในงานแถลงข่าว การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 37 (วทท 37) ว่า ร่วมกับ ดร.ศศิวิมล แสวงผล อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ ค้นพบกล้วยพันธุ์ใหม่ จึงตั้งชื่อไทยว่า "นาคราช" เนื่องจากออกปลีมีลักษณะยืดยาวลดเลี้ยวคล้ายงูเลื้อย ซึ่งมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากกล้วยชนิดอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ส่วนปลีสีชมพูอมส้ม ซึ่งเป็นสีที่พบได้น้อยในบรรดากล้วยทั่วไป
กล้วยนาคราชถูกพบครั้งแรกที่อำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งในครั้งแรกที่พบเข้าใจว่าเป็นกล้วยบัวสีส้มที่มีต้นสูงใหญ่ เพราะมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างกล้วยปกติและกล้วยบัวสีส้ม แต่เมื่อนำมาลองปลูก เพื่อศึกษาพฤติกรรมและลักษณะการเติบโต
ดร.นพ.จามร พบความแตกต่างจากกล่วยบัวสีส้มอย่างชัดเจน โดยกล้วยบัวสีส้มมีลักษณะต้นเตี้ยประมาณ 1 เมตร เหง้ายาว แตกหน่อห่างกันเป็นเมตร ปลีชี้ขึ้นฟ้า และกล้วยแต่ละหวีให้ผลชั้นเดียว ขณะที่กล้วยนาคราชมีลำต้นสูง 2-3 เมตร แตกกอแน่นเป็นกระจุก ปลีตั้งขึ้นและเลื้อยเอียงเหมือนงู
ด้าน ดร.ศศิวิมล อธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมงานได้สำรวจและพบกล้วยชนิดนี้ในแหล่งธรรมชาติแหล่งอื่นเพิ่มเติม จากนั้นใช้เวลากว่า 4 ปีในการตรวจสอบลักษณะเนื้อเยื่อด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์และวิเคราะห์ดีเอ็นเอ จึงสามารถสรุปยืนยันได้ว่าเป็นกล้วยชนิดใหม่ของโลกอย่างแน่นอน จึงตั้งชื่อกล้วยชนิดใหม่ของโลกชนิดนี้เป็นภาษาละตินว่า Musa serpentina Swangpol & Somana และตีพิมพ์ในวารสาร Thai Forrest Bulletin vol. 39 (2011) ฉบับล่าสุดที่จะเผยแพร่ในปลายปี 2554
"แม้จะพบในหลายจังหวัดบริเวณชายแดนติดประเทศพม่า แต่พบเป็นกลุ่มขนาดเล็กกระจายอยู่ห่างๆ กัน ทำให้อยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ และควรได้รับการอนุรักษ์พันธุ์และพื้นที่ชายป่าที่เป็นแหล่งอาศัยอย่างเร่งด่วน เนื่องจากกล้วยป่ามักขึ้นอยู่ริมถนนหนทางและริมห้วย การขยายถนนและสะพานจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำลายแหล่งพันธุกรรมกล้วยหายากชนิดนี้" ดร.ศศิวิมล กล่าว
กล้วยนาคราชนี้ เป็น 1 ในกล้วยป่ากว่า 65 ชนิดที่พบในโลก และนับเป็นกล้วยชนิดที่ 7 ที่พบได้ในป่าในประเทศไทย ซึ่งนอกจากกล้วยป่าแล้ว ประเทศไทยยังเป็นแหล่งพันธุกรรมของพันธุ์กล้วยลูกผสมไม่มีเมล็ดมากกว่า 100 พันธุ์
ดร.นพ.จามร กล่าวถึงความสำคัญในการศึกษาวิจัยกล้วยป่าว่า จะเป็นประโยชน์ในอนาคต เนื่องจากกล้วยปัจจุบันที่เรากินอยู่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป แต่เชื่อว่า มีการกลายพันธุ์มาจากกล้วยป่า ดังนั้นการศึกษานี้จึงเป็นการหารากเหง้าของอาหารที่เรากินอยู่ ในขณะเดียวกัน หากเกิดเชื้อโรคหรือโรคระบาดกับกล้วยที่เรากินได้จนสูญพันธุ์ไป ข้อมูลการศึกษาวิจัยกล้วยจะช่วยให้หากล้วยพันธุ์ใหม่ที่สามารถนำมาเป็นอาหารทดแทนได้ในอนาคต
กล้วยนาคราชและพันธุ์กล้วยแปลกพร้อมหนังสือ “๑๐๘ พันธุ์กล้วยไทย” หนังสือรวบรวมพันธุ์กล้วยที่ให้ข้อมูลพร้อมภาพวาดและภาพถ่ายที่สมบูรณ์ที่สุด จะจัดแสดงในงาน วทท 37 พร้อมกับไฮไลท์ที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งการบรรยายพิเศษจาก ศ.ดร.โรเบิร์ต ฮูเบอร์ นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2531 เรื่อง โครงสร้างสุนทรีย์ของโปรตีน ศ.ดร.จอร์ก แฮคเกอร์ อธิการบดีสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเยอรมนี บรรยายเรื่อง งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ของโรคติดเชื้อในศตวรรษที่ 21 และนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นไม่ว่าจะเป็น ศ.ยงยุทธ ยุทธวงศ์, ศ.สุทธวัฒน์ เบญจกุล เป็นต้น
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 37 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม 2554 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ รับแจกหน่อกล้วยหอมทองพันธุ์ดีวันละ 100 ต้น ตลอดวันงานทั้ง 3 วัน



