รุกโรดโชว์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ยุทธศาสตร์การค้าผ่านสหกรณ์
รุกโรดโชว์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ยุทธศาสตร์การค้าผ่านสหกรณ์ : ดลมนัส กาเจ รายงาน
การที่รัฐบาลกำลังเดินหน้านโยบายรับจำนำข้าวนาปีที่จะให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ตุลาคม เริ่มจากราคาต่ำสุดคือข้าวเปลือกเจ้า 25% ตันละ 13,800 บาท ถึงสูงสุดคือข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 2 หมื่นบาทนั้น ดูเหมือนว่าจะสวนทางกับราคาและปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ตามที่นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว อดีตนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ที่ได้วิเคราะห์ก่อนหน้านี้ว่า แนวโน้มราคาข้าวปี 2554/2555 ราคาข้าวจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปี 2553/2554 เนื่องจากมีปัจจัยหลักคือ 1.ผลผลิตข้าวทั่วโลกจะออกสู่ตลาด 456.25 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2553/2554 ที่ออกสู่ตลาด 451.16 ล้านตัน 2.คาดว่าผลผลิตข้าวสาลีจะออกสู่ตลาด 30 ล้านตันเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ทำให้ผู้บริโภคหันบริโภคข้าวสาลีมากขึ้นและ 3.สต็อกข้าวโลกสูงสุดรอบ 5 ปีอยู่ที่ 97.93 ล้านตันจากปีก่อนมีเพียง 94.3 ล้านตันเท่านั้น
ใกล้เคียงกับกระทรวงเกษตรสหรัฐ หรือยูเอสดีเอ ได้คาดการณ์ผลผลิตข้าวนาปีของไทยในฤดูกาลปี 2554/2555 ไทยจะมีผลผลิตข้าวนาปี 20.75 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 เนื่องจากนาดอนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ผลผลิตดีแม้บางพื้นที่จะมีน้ำท่วมก็ตาม ส่วนผลผลิตข้าวนาปรังอยู่ที่ 12 ล้านตันข้าวเปลือก ส่วนเวียดนาม 25.43 ล้านตัน ลดลงจากปี 2553 ที่ 25.8 ล้านตัน ปากีสถาน 6.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่มี 4.7 ล้านตัน จีน 138 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่ 137 ล้านล้านตัน อินเดีย 97 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 95.3 ล้านตัน
ขณะที่ประเทศผู้ซื้ออย่าง อินโดนีเซีย มีการปลูกข้าวได้ผลผลิต 37.3 ล้านตันเพิ่มขึ้นจากปี 2553 มี 37.1 ล้านตัน ฟิลิปปินส์ 10.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มี 10.55 ล้านตัน และพม่า 11 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มี 10.75 ล้านตัน ขณะที่การค้าข้าวโลกคาดว่าจะอยู่ที่ 31.85 ล้านตันลดลงจากปีก่อนที่ 32.09 ล้านตัน เนื่องจากตลาดโลกมีสต็อกข้าวจำนวนมาก สอดคล้องกับมุมมอง นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดการณ์ว่าตลาดข้าวโลกปี 2555 จะอยู่ในภาวะความต้องการลดลง จากปีนี้จะอยู่ที่ 31.5 ล้านตัน แต่ในปี 2555 เหลือ 30 ล้านตัน เพราะผู้บริโภคส่วนหนึ่งหันไปบริโภคสินค้าโภคภัณฑ์อื่น เช่น ข้าวสาลี ที่ราคาต่ำกว่า
หากประเมินจากข้อมูลเหล่านี้ ย่อมมีความเป็นได้สูงที่ประเทศไทยต้องประสบปัญหาในการส่งออกข้าวไปยังตลาดโลกอย่างแน่นอน เนื่องเพราะจะทำให้ข้าวไทยมีราคาสูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตข้าวในตลาดโลกกลับเพิ่มขึ้นและมีราคาที่ต่ำกว่า ทางออกต้องขยายตลาดภายในประเทศ เน้นซื้อขาย แลกเปลี่ยนในรูปแบบผ่านองค์ระหว่างองค์กร เพื่อลดราคาส่วนต่างจากที่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งขณะนี้ทั้งกระทวงพาณิชย์ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่เป็นหัวหอกใหญ่ ได้ดำเนินการอยู่ในรูปแบบของการเดินสายจัดโรดโชว์ข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ใน 5 จังหวัดภาคอีสาน( ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร มหาสารคาม และสุรินทร์) ไปยังภูมิภาคต่างๆ
ล่าสุดกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดคาราวานข้าวหอมมะลิแท้ 100% จากทุ่งกุลาร้องไห้สู่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ที่โรงแรมวังใหม่ อ.เมือง จ.สตูล โดยมีสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวหอมมะลิแท้จากทุ่งกุลาร้องไห้ 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด สหกรณ์การเกษตรสุวรรณภูมิ จำกัด สหกรณ์การเกษตรกระสัง จำกัด และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด พบปะและเจรจาซื้อขายข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ กับ 40 สหกรณ์จาก จ.สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการโรดโชว์ข้าวหอมมะลิแท้จากทุ่งกุลาร้องไห้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวสารกับสหกรณ์ผู้ซื้อ มุ่งเน้นการตลาดเชิงรุกเพื่อกระจายสินค้าและประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิสหกรณ์ให้เป็นที่รู้จัก ขณะเดียวกันสหกรณ์ผู้ซื้อในแต่ละจังหวัดได้ตระหนักถึงอำนาจต่อรองมากขึ้น มีการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายและมีสหกรณ์แกนนำ หรือเป็น “เครือข่ายสหกรณ์ผู้จำหน่ายข้าวสารในแต่ละจังหวัด” เพื่อสั่งซื้อข้าวสารจากสหกรณ์ผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าและการจัดจำหน่าย และลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าด้วย
"ซึ่งข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้เป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดของโลก ที่ผ่านมาเราจัดโรดโชว์มาหลายจังหวัดแล้ว และได้เกิดการซื้อขายขึ้นระหว่างสหกรณ์ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ฉะนั้นการเปิดตลาดในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากจะให้คนภาคใต้ได้บริโภคข้าวหอมมะมาลิราคาถูกผ่านระบบสหกรณ์ด้วยกันแล้ว ต่อไปสหกรณ์ใน 4 จังหวัดชายภาคใต้อาจเป็นศูนย์กลางในการส่งออกไปยังประเทศเพื่อบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ในอนาคต และต่อไป 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจอาหารทะเลไปขายให้สหกรณ์ภาคอีสาน" นายสมชาย กล่าว
ด้าน นางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ตัวแทนจาก 4 สหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มีการปลูกข้าวหอมมะลิ 2.7 ล้านไร่ ที่ผ่านมต่างคนต่างทำ ต่างต่างขาย แต่ปัจจุบันมีการรวมตัวเป็นกลุ่มสหกรณ์กันแล้ว จึงมีการควบคุมให้กระบวนการผลิตให้มาตรฐานเสมอต้นเสมอปลาย จึงมั่นใจว่าข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ที่ผ่านระบบสกรณ์จะไม่มีปลอมแน่นอน
"ที่ผ่านมาเราได้นำข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ร่วมจัดโรดโชว์มาหลายจังหวัด อย่างที่ จ.พัทลุง ซึ่งเป็นที่ปลูกข้าวของภาคใต้ หลังจัดงานแล้วมีการเจรซื้อขายกันลอตแรก 28 ตัน แต่ที่ 4 จังหวัดขายแดนภาคใต้มันใจว่าจะมีการซื้อระยาวและเป็นร้อยตันขึ้นไป" นางบุญเกิด กล่าว
ขณะที่ นายอับดุลลอฮ์ อาเก็ม ประธานสหกรณ์อิบนูอาฟ จำกัด ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่ดำเนินกิจการในรูปแบบของสหกรณ์อิสลามใน จ.สตูล กล่าวว่า พร้อมที่จะเป็นตัวแทนจำหน่ายข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อจำหน่ายให้สมาชิกและคนทั่วไปใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และวางเป้าต่อไปจะขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียต่อไป
นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าจะเป็นตัวอย่างให้แก่กรมกองอื่นๆ ที่จะดำเนินการเพื่อระบายสินค้าเกษตรของไทยผ่านระบบเครื่อข่ายเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตขายสินค้าให้กลุ่มผู้บริโภคโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง



