ไลฟ์สไตล์

สารพัดกลุ่มอาชีพที่สะพานโยง หมู่บ้านสงบตัวอย่าง"พอเพียง"

สารพัดกลุ่มอาชีพที่สะพานโยง หมู่บ้านสงบตัวอย่าง"พอเพียง"

25 ก.ย. 2554

สารพัดกลุ่มอาชีพที่สะพานโยง หมู่บ้านสงบตัวอย่าง"พอเพียง" : ท่องโลกเกษตร ดลมนัส กาเจ

           ถนนคอนกรีตทอดแนวยาวจากตัวตลาด อ.ควนโดน จ.สตูล ราว 1 กิโลเมตรผ่ากลางหมู่บ้านเลียบเลาะตามริมรั้วลวดหนามที่เจ้าของกั้นอาณาเขตครอบครองของแต่บ้านสู่ชุมชนต่างๆ ของหมู่ "บ้านสะพานโยง" หมู่ 1 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง และศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับแนวหน้าของ จ.สตูล ที่มีผู้คนหลากหลายอาชีพทั้งเกษตรกร ผู้คนทั่วไป และนักเรียน นักศึกษต่างพาไปดูงานไม่ขาดสาย รวมถึงคณะจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียด้วย เนื่องเพราะที่บ้านสะพานโยง แม้จะเป็นหมู่บ้านไม่ใหญ่นัก มีทั้งหมด 149 หลังคาเรือน แต่มีกลุ่มอาชีพต่างๆ กว่า 10 กลุ่มอาชีพ หรือกว่า 10 ชุมชน และในจำนวนนี้มีการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนถึง 3 วิสาหกิจด้วยกัน อาทิ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวซ้อมมือบ้านสะพานโยง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลาส้มแม่บ้านชุมชนควนโดน และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพบ้านสะพานโยง

               "สภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านในหมู่บ้านสะพานโยงเรียบง่าย สงบ ไม่มีอาชญากรรม เพราะทุกคนมีงานทำ อาชีพหลักคือการเกษตรทำสวน ทำนา และเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะสวนยางพาราและไม้ผล ทำให้ฐานะความเป็นอยู่จัดอยู่ในประเภทพ้นสภาพของความยากจน ไม่มีคนจนแบบสุดๆ ทุกครัวเรือนจะมีรายได้เฉลี่ยมากไม่ต่ำกว่าปีละ 5 หมื่นบาท บางบ้านเป็นหลักแสนบาท ขณะที่การใช้จ่ายไม่สูงนัก เพราะวิถีชีวิตความเป็นอยู่แต่ละครัวเรือนอยู่กันชนิดที่บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ พืชผักสวนครัว ผลไม้ตามฤดูกาลมีการปลูกไว้กินเองอย่างพอเพียง แต่ที่เราตั้งกลุ่มอาชีพขึ้นมาราว 10 กลุ่มอาชีพนั้นไม่ได้เน้นในเรื่องปากท้องและรายได้ แต่เน้นในด้านความสามัคคี มีเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ส่วนรายได้ถือเป็นผลพลอยได้ หรือรายได้เสริม" ซอหมาด มาลินี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ควนโดน กล่าวในระหว่างที่ทีมงาน "ท่องโลกเกษตร" ไปเยือนชมกิจกรรมต่างๆ ของหมู่บ้าน

               สำหรับกลุ่มอาชีพที่น่าสนใจของหมู่บ้านแห่งมีผลิตภัณฑ์ข้าวซ้อมมือเป็นข้าวพื้นเมืองที่คู่เมืองสตูลมานับร้อยๆ ปีแล้ว คือข้าวพันธุ์เข็มเงิน มีแห่งเดียวปลูกได้ดีที่ อ.ควนโดนเท่านั้น กลุ่มทำสวน กลุ่มอาชีพทำผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ อาทิ ผลิตภัณฑ์กาแฟโบราณพร้อมชง กลุ่มเลี้ยงแพะ กลุ่มออมทรัพย์ และที่สนใจอีกอย่างคือธนาคารขยะรีไซเคิลที่ใช้กลยุทธ์ชวนเชื่อให้เด็กในครัวเรือนสนใจคัดแยกขยะขายภายใต้สโลแกน "ขยะดั่งทองคำ" หมายถึงมีค่าตลอดไป ปรากฏว่าปัจจุบันเกือบทุกครัวเรือนมีบัญชีเงินฝากจากการขายแทบทุกครัวเรือน ทำให้เด็กๆ มีรายได้ตกเดือนเป็นหลักร้อยบาท

               ศิริมา สัสดี แม่บ้านวัย 51 ปี จากบ้านสะพานโยง ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เป็นสมาชิกของธนาคารขยะ บอกว่า เริ่มแยกขยะส่งให้ธนาคารขยะหมู่บ้านมาราว 4-5 เดือนแล้ว ในแต่ละวันหากไปซื้อของจากตลาดมา เมื่อใช้สิ่งของไปแล้วจะเหลือแต่สิ่งของหรือกล่องเครื่องบรรจุภัณฑ์เปล่าที่กลายเป็นขยะ ซึ่งเดิมที่เป็นสิ่งของไร้ค่า และเป็นภาระที่จะต้องจัดหาที่ทิ้ง แต่พอมีธนาคารขยะในหมู่บ้าน จึงแยกขยะมาขายกัน ตามราคาของขยะแต่ละชนิดซึ่งธนาคารกำหนดมา ได้เงินเท่าไรจะฝากบัญชีของธนาคารขยะ ซึ่งแต่ละเดือนได้มากบ้างน้อยบ้างเฉลี่ยได้เป็นร้อย ตอนนี้ยังไม่ทราบเงินค่าขยะในบัญชีมีอยู่เท่าไร เพราะไม่ได้เปิดดู และไม่เคยเบิกใช้ด้วย

               ด้าน อับดุลรอเชด แซะอามา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพบ้านสะพานสูง ซึ่งเป็นแกนนำของหมู่บ้านคนหนึ่งที่ผลักดันเกิดกลุ่มอาชีพต่างๆ บอกว่า เดิมทีอาชีพหลักของชาวบ้านคือทำสวนยางพาราและทำนาเป็นส่วนใหญ่ ปกติชาวบ้านจะกรีดยาง พอหน้าฝนจะทำนาปลูกข้าวพื้นเมืองพันธุ์เข็มเงิน แต่การกรีดยางพาราจะใช้เวลาช่วงเช้าทำให้ช่วงบ่ายมีเวลาว่าง จึงมีการหารือเพื่อตั้งกลุ่มอาชีพเสริมต่างๆ ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดี และได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐทั้งสำนักเกษตรอำเภอ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด การศึกษานอกโรงเรียน เป็นต้น ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงให้จ.สตูลคือข้าวซ้อมมือพันธุ์เข็มเงิน

               ล่าสุดมีการตั้งกลุ่มเลี้ยงแพะขึ้นมา มีสมาชิกทั้งหมด 20 คนได้รับการส่งเสริมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แพะพันธุ์บอร์ พันธุ์แองโกลนูเบียน และซาเนน ชุดแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 จากกรมปศุสัตว์จำนวน 11 ตัว ชุดที่สอง 14 ตัว และชุดสุดท้ายอีก 7 ตัว กระทั่งเดือนสิงหาคม 2454 แม่พันธุ์เริ่มออกลูกตัวแรกและออกเพิ่มอีก 3 ตัว รวมปัจจุบันมีแพะทั้งหมด 45 ตัว เลี้ยงให้ออกลูกเพื่อแจกให้สมาชิกตามโครงการคนละ 6 ตัว

               "เรากำหนดว่า ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมแม่พันธุ์ไปเลี้ยงฟรี แต่เมื่อออกลูกแล้ว จะแบ่งกับกลุ่มคนละครึ่ง ตอนนี้แพะราคาแพงมาก ซื้อขายกันอย่างน้อยตัวละ 3,000 บาท หากเป็นแพะที่เปลี่ยนฟันน้ำนม มีอายุ 2.6 ปีขึ้นไปราคาจะเป็นตัวละ 5,000-7,000 บาท ตอนนี้ตลาดต้องการสูงมาก คาดว่าโครงการนี้จะสร้างรายเสริมให้เกษตรกรเป็นอย่างดี" อัลบดุลรอเชด กล่าว   
 
              ขณะที่ สุวรรณี ชุ่มจำรัส ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวซ้อมมือบ้านสะพานโยง บอกว่า คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะมีที่นาเป็นของตัวเองตามพื้นที่ราบลุ่มที่ไม่สามารถปลูกยางพาราได้ แต่ละครอบครัวจะมีที่นาราว 2-5 ไร่ เป็นการทำนาเพื่อกินเองในครัวเรือนเน้นเฉพาะข้าวพันธุ์เข็มเงิน ซึ่งเป็นข้าวไวแสง ปลูกได้เฉพาะนาปี มีลักษณะเมล็ดเล็ก รสนิ่ม หุงขึ้นหม้อ มีที่เดียวเท่านั้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงวันนี้ บางครอบครัวปลูกแล้วเหลือกินก็มีขายบ้างในพื้นที่ ตอนหลังรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน จึงหันมาตั้งกลุ่มแม่บ้านข้าวซ้อมมือและจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวซ้อมมือบ้านสะพานโยง เมื่อปี 2551 เพื่อผลิตข้าวซ้อมมือออกจำหน่าย แต่เนื่องจากมีปริมาณการผลิตไม่มากนักทำให้ข้าวซ้อมมือเข็มเงินไม่เพียงพอต่องความต้องการของผู้บริโภคในวันนี้   

               ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมอาชีพของหมู่บ้านสะพานโยง หากใครสนใจเข้าเยี่ยมกิจกรรมหรือเรียนรู้เกี่ยวกับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง