'วันจ่าย'บุญสารทเดือนสิบคึกคัก!
การจับจ่ายซื้อของที่ จ.นครศรีธรรมราช 'บุญสารทเดือนสิบ' งานบุญใหญ่ที่สำคัญประจำปี ซึ่งตรงกับวันที่ 26-27 ก.ย. โดยลูกหลานจะกลับมายังภูมิลำเนาเพื่อร่วมงานบุญนี้โดยเฉพาะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย.54 บรรยากาศใน "วันจ่าย" เพื่อเตรียมงานบุญ พิธีบุญวันสารทเดือนสิบ ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ เดือน 10 บรรดาพ่อค้า แม่ค้า นำสินค้าที่จะใช้ในการทำบุญมาจำหน่ายกันมากมาย ทั้งที่เป็นของสดและของแห้ง พืชผักและผลไม้ เพื่อให้ผู้ที่จะทำบุญได้จับจ่ายซื้อหาสิ่งของไปจัดเตรียมใส่ภาชนะหรือที่ชาวนครศรีธรรมราชเรียกกันว่า "การจัดหฺมฺรับ"
ตามย่านตลาดสดต่างๆ คึกคักคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่แห่กันมาจับจ่ายซื้อหาสิ่งของไปใช้สอย ในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือกันว่าเป็น "วันยกหฺมฺรับ หรือ แห่หฺมฺรับ" โดยหฺมฺรับที่จัดทำขึ้นนั้นจะประกอบไปด้วยของกิน ของใช้ที่จำเป็นมากมายหลาย 10 ชนิด แต่ที่จะขาดเสียไม่ได้นั้นจะต้องมีขนม 5 อย่าง ซึ่งถือกันว่าเป็นหัวใจของการทำบุญวันสารทเดือน 10 ขนม 5 อย่าง นั้นได้แก่
1. ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์หมายถึง แพฟ่อง สำหรับให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วใช้ล่องข้ามห้วงมหรรณพ
2. ขนมลา ใช้เป็นแพรพรรณเครื่องนุ่งห่ม เพื่อให้บรรบุรุษได้สรวมใส่
3. ขนมกง หรือขนมไข่ปลา ให้บรรพบุรุษได้แทนเครื่องประดับร่างกาย
4. ขนมบ้า ให้บรรพบุรุษใช้แทนลูกสะบ้าเล่นในเทศกาลสงกรานต์
5. ขนมดีซำ ให้บรรพบุรุษใช้สอยแทนเงินเบี้ย
สำหรับข้าวของอื่นๆ นั้นมักจะประกอบไปด้วย ข้าวสาร ปลาเค็ม เนื้อเค็ม พริก กะปิ หอม กระเทียม เกลือ น้ำตาล ขิง ข่า ตะไคร้ เป็นต้น ส่วนพวกผลไม้ก็มี เงาะ ทุเรียน มังคุด หรือผลไม้ตามฤดูกาลอื่นๆ รวมไปถึงพวกยาสามัญประจำบ้าน
ซึ่งจะเห็นได้ว่าสิ่งของที่นำมาจัดหฺมฺรับนั้นมักจะเป็นสิ่งของที่เก็บไว้ใช้ได้นานๆ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้พระสงฆ์สามารถเก็บไว้ใช้เป็นเสบียงในช่วงฤดูฝนที่กำลังมาเยือน ซึ่งทำให้พระสงฆ์ออกบิณฑบาตไม่ได้หรือออกบิณฑบาตด้วยความยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อนั้นในช่วงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 พญายมราช ผู้ที่ทำหน้าที่ลงโทษทัณฑ์ในยมโลกจะทำการปลดปล่อยพวกเปรตทั้งหลาย ให้ขึ้นมาเยือนโลกมนุษย์ เพื่อเยี่ยมเยือนลูกหลานพร้อมทั้งขอรับส่วนบุญกุศลที่ลูกหลานอุทิศไปให้ปีละครั้ง คือในช่วงประเพณีงานบุญสารทเดือนสิบ
หลังจากนั้นในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เปรตทั้งหลายก็จะถูกเรียกตัวกลับนรกภูมิ ตามเดิม ซึ่งเปรตที่ได้รับบุญกุศลที่ลูกหลานอุทิศไปให้ในวันสารทเดือนสิบ ก็จะสามารถนำบุญกุศลดังกล่าวไปใช้ในการลดโทษไถ่ถอนโทษจนพ้นผิด หรือมีโทษเบาบางลง
แต่หากเปรตตนใดที่ขึ้นมาขอส่วนบุญกุศลจากลูกหลาน แล้วไม่มีลูกหลานทำบุญอุทิศไปให้ตอนเดินทางกลับนรกภูมิก็จะเก็บเอาใบไม้กลับไปด้วย และนำใบไม้โปรยไปตลอดทาง ทั้งทำการสาปแช่งลูกหลาน คนในตระกูลที่ละเพิกเฉยไม่ทำบุญอุทิศไปให้ ชาวนครศรีธรรมราช เชื่อถือกันว่าคำสาปแช่งของบรรพบุรุษดังกล่าวนั้นทำให้การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมไม่ปกติสุข ดังนั้น เมื่อถึงช่วงงานบุญสารทเดือนสิบทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องร่วมทำบุญอย่างขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด
ในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 จะมีการจัดขบวนหฺมฺรับแห่ไปตามถนนราชดำเนินอย่างยาวเหยียดหลายกิโลเมตร เพื่อนำไปยังสนามสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 "ทุ่งท่าลาด" ซึ่งเป็นศูนย์รวมของการจัดงานประเพณีบุญวันสารทเดือนสิบในปัจจุบัน ซึ่งในจุดนี้นับว่าเป็นจุดที่น่าสนใจ และยิ่งใหญ่ที่สุดในกิจกรรมทั้งหมดของงานนี้ เมื่อแห่หฺมฺรับไปรวมกันที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารก็จะมีคณะกรรมการตัดสินการประกวดหฺมฺรับในวันเดียวกัน
รุ่งเช้าวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ก็จะมีการยกหฺมฺรับไปยังวัดต่างๆ เรียกว่า "หฺมฺรับตา- ยาย" โดยเมื่อเสร็จพิธีทางสงฆ์แล้ว ก็จะนำอาหาร และข้าวของในหฺมฺรับไปวางไว้ตามกำแพงวัด ใต้ต้นไม้ หรือวางไว้บนศาลาที่จัดทำขึ้นเรียกว่า "หลาเปรต" ให้พระสงฆ์สวดบังสุกุลอุทิศส่วนบุญกุศล เสร็จเรียบร้อยแล้วผู้ที่เข้าร่วมในพิธีทั้งหมดก็จะมีการเข้าไปแย่งชิงอาหาร และสิ่งของในหฺมฺรับที่นำไปวางไว้ ด้วยเชื่อว่าอาหารเหล่านี้เป็นของที่เหลือจากบรรพบุรุษ หากผู้ใดได้กินแล้วจะได้กุศลแรง พิธีนี้เรียกว่า "ชิงเปรต" นั่นเอง
เริ่มต้นงานบุญวันสารทเดือนสิบด้วยขบวนเปรตเดือนสิบเดินขอส่วนบุญ
16.00 น. ลานหน้าพระวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้มีการจัดขบวนเปรตเดือนสิบ ซึ่งได้มีการจัดทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงบาปบุญคุณโทษตามตำนานแห่งพระพุทธศาสนา ขบวนเปรตได้ถูกจัดทำขึ้นโดยนักเรียนโรงเรียนโยธินบำรุงนครศรีธรรมราช กว่า 50 ตัว
โดยแต่ละตัวนั้นมีการสร้างสรรค์ตามตำนานในการเกิดเป็นเปรตชดใช้ ตามลักษณะบาปกรรมที่กระทำเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ โดยขบวนเปรตดังกล่าว เริ่มจากลานหน้าวิหารหลวง แล้วเดินขอส่วนบุญไปตามถนนราชดำเนิน แล้วจึงไปจัดตั้งแสดงที่ลานหน้าสวนศรีธรรมาโศกราช ตลอดทั้ง 10 วัน 10 คืน



