ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่25กันยายน2554

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่25กันยายน2554

25 ก.ย. 2554

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554 โดย แล่ม จันท์พิศาโล

            ••• มี...งานประกวดพระ บนชั้น ๘ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน จัดโดย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานจัดงานและดำเนินงาน เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมตรี ประสานงานโดย ศุภชัย เรืองสรรงามสิริ (ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์) ๒,๑๙๕ รายการ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ พระกริ่ง รูปเหมือน และแผ่นปั๊มบูชา งานประกวดพระครั้งนี้ ที่จอดรถชั้น ๗ ของห้างไม่ให้จอดรถแล้ว โดยให้ไปจอดทางอาคารฝั่งตรงกันข้าม ซอยข้างธนาคารกรุงศรี ซึ่งจอดรถได้จำนวนหนึ่ง แต่คงไม่เพียงพอ ทางที่ดีท่านที่จะไปร่วมงานขอให้ไปโดยรถโดยสารสาธารณะจะสะดวกกว่า

            •••  เมืองไทย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาชาวบ้านในหลายจังหวัดต่างได้รับความเดือดร้อนจากภัย น้ำท่วม อย่างหนัก โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย อาหารการกิน ตลอดจนปัญหาด้านสุขภาพจิตสุขภาพกาย ท่านที่ยังอยู่ดีกินดีมีความสุข น้ำไม่ท่วมบ้าน ขอให้คิดถึงพี่น้องคนไทยที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอยู่ในขณะนี้ โดยแบ่งปันน้ำใจส่งสิ่งของอุปโภคบริโภคหรือปัจจัยเงินทองไปช่วยเขาเหล่านั้น ตามองค์กรต่างๆ ที่กำลังรับบริจาคอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งที่อาคารสำนักงาน เครือเนชั่น ถนนบางนา-ตราด กม.๔.๕ เขตบางนา อันเป็นที่ตั้งของ นสพ.คม ชัด ลึก ของเราก็ได้ สอบถามโทร.๐-๒๓๓๘-๓๓๓๓ ต่อ ๓๒๕๐

            ••• ช่วงที่ผ่านมา คมเลนส์ส่องพระ ไม่ค่อยได้ภาพ พระกรุ มาให้ชมกันเลย เพราะมีพระหมุนเวียนในวงการน้อยมาก แถมยังเป็นพระที่ไม่สวยเท่าที่ควรอีกด้วย แต่วันนี้ได้มาแล้วองค์หนึ่ง คือ พระกำแพงลีลากลีบจำปา กรุทุ่งเศรษฐี เมืองกำแพงเพชร กรุเดียวกับ พระซุ้มกอ พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน พระกำแพงลีลาพลูจีบ ที่เรียกชื่อคล้องจองกันว่า พระกำแพงเม็ดขนุน-พลูจีบ-กลีบจำปา ศักดิ์ศรีอันสูงส่งของพระชุดนี้ คือ เคยเป็น ๑ ใน ๕ ของ พระชุดเบญจภาคี มาก่อน คือ พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน แต่เนื่องจากเป็น พระลีลา ซึ่งเป็น พระยืน ในขณะที่พระอีก ๔ องค์ในชุดเบญจภาคี เป็น พระนั่ง เมื่อใส่ในสร้อยเส้นเดียวกันดูแล้วไม่เข้ากันดีนัก จึงมีการเปลี่ยนจาก พระลีลาเม็ดขนุน เป็น พระกำแพงซุ้มกอ ดังที่ได้พบเห็นในทุกวันนี้

            ••• สำหรับ พระกำแพงลีลากลีบจำปา หรือ พระกลีบจำปา มีอายุการสร้างกว่า ๗๐๐ ปี ศิลปะสมัยสุโขทัย ฝีมือช่างกำแพงเพชร ประทับยืนบนฐานแบบบัวคว่ำบัวหงาย และมีการปาดขอบขององค์พระ แบบพระกำแพงซุ้มกอ เป็นพระเนื้อดินผสมว่าน ขนาดองค์พระกว้างประมาณ ๑.๒ ซม. สูงประมาณ ๔.๐ ซม. มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก (ต่างกันเพียงเล็กน้อย) ในภาพนี้เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ

            ••• ฮือฮากันอีกแล้ว สำหรับ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ พิชิต ธัญญานิธิกร (ไก่ เพาเวอร์พี) คนหนุ่มนักธุรกิจหนังสือเรียนและเครื่องเขียน ไปได้ พระหลวงพ่อทวด เนื้อโลหะทองผสม หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ ปี ๒๕๐๕ พิมพ์พิเศษ ๒ หน้า ถือได้ว่าเป็น  องค์หนึ่งเดียวในสยาม เพราะยังไม่มีใครพบเห็นองค์ที่ ๒ จากที่ไหนอีกเลย เมื่อพิจารณาจากพิมพ์ทรงองค์พระ เนื้อหามวลสาร ความเก่าโดยธรรมชาติ ผิวพระ รอยตะไบแต่ง ฯลฯ อย่างถี่ถ้วนทุกซอกมุมแล้ว เซียนพระสายตรงหลวงพ่อทวด ต่างยอมรับว่าเป็น พระแท้แน่นอน และเมื่อสืบจากประวัติการสร้าง พระหลวงพ่อทวด รุ่นปี ๒๕๐๕ แล้วพบว่า ท่านพระครูวิสัยโสภณ (พระอาจารย์ทิม) เคยกล่าวไว้ว่า การปลุกเสกพระทุกครั้งจะต้องมีพระ ๑ องค์ที่เป็นประธานในพิธี (หรือพระเจ้าพิธี) ดังนั้น พระอาจารย์ทิม จึงได้สั่งให้ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเททองหล่อ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ องค์พิเศษ ขึ้น โดยให้มี ๒ หน้าเหมือนกัน เพื่อให้เป็นองค์ประธานในพิธี อยู่บนยอดสุดของช่อ พระหลวงพ่อทวด ซึ่งมีเพียงองค์เดียวเท่านั้น ก็คือ องค์ที่เห็นในภาพนี้ ซึ่งเดิมเป็นของนักสะสมพระชาวพัทลุง ต่อมาได้เปลี่ยนมือไปอยู่ที่นักสะสมพระชาวสุไหงโก-ลก และได้หายเงียบไปนานกว่า ๒๐ ปี เพิ่งจะปรากฏให้พบเห็นในวงการพระอีกครั้ง เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา

            ••• องค์ถัดมา คือ พระชัยวัฒน์ น้ำเต้าเอียง ปี ๒๔๘๒ ที่ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ ทรงประกอบพิธีเททองหล่อในฤกษ์ ๑,๕๐๐ องค์ พร้อมกับ พระกริ่งหน้าไทย  ๕๐๐ องค์ โดยใช้เนื้อหามวลสารเดียวกัน  การหล่อพระกริ่งรุ่นนี้  อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ผู้ชำนาญพระกริ่งและรูปหล่อยอดนิยมทุกสำนัก บอกว่า เมื่อต้นปี ๒๔๘๒ ได้มีผู้ขอพระเมตตาเจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงเททองหล่อ พระกริ่งหน้าอินเดีย จำนวนหนึ่งซึ่งมากพอสมควร และต้องใช้เวลาทำงานหลายวัน ทำให้ทีมงานทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยไปตามๆ กัน เจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงทรงเททองหล่อ พระกริ่งหน้าไทย และ พระชัยวัฒน์ ขึ้นในฤกษ์ที่ทรงยึดถือปฏิบัติกันมาเก่าก่อน คือ วันเพ็ญ เดือน ๑๒ อันตรงกับวันลอยกระทง และตรงกับวันประสูติของพระองค์ เพื่อประทาน พระกริ่งหน้าไทย และ พระชัยวัฒน์ รุ่นนี้แก่ผู้ช่วยทำงานหล่อพระในตอนต้นปี รวมทั้งผู้มีอุปการคุณต่างๆ ในส่วนของ พระชัยวัฒน์ รุ่นนี้ แต่เดิมคงไม่ได้ตั้งใจทำให้ น้ำเต้า ที่องค์พระทรงถือบนมือนั้นอยู่ในลักษณะ เอียง แต่อย่างใด คงเป็นความเข้าใจของผู้พบเห็นที่มองว่า น้ำเต้าเอียง จึงเรียกเป็นชื่อของพระชัยวัฒน์รุ่นนี้ พระชัยวัฒน์ รุ่นนี้น่าสักการบูชายิ่งนัก องค์พระเล็กกะทัดรัดน่ารัก จึงเป็นที่นิยมของนักสะสมพระกริ่งพระชัยวัฒน์สายนี้  สนนราคาอยู่ที่หลักหมื่นกลางขึ้นไป องค์ในภาพนี้เป็นพระของ เอกวิทย์ ภูษิตรานุสรณ์ บริษัท กำแพงเพชร เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ผู้อ่านทางบ้านส่งภาพมาให้ชมเป็นวิทยาทาน

            ••• เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง แพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสวนดอก จ.เชียงใหม่ ได้ พระกริ่งไพรีพินาศ พิมพ์บัวแหลม วัดบวรนิเวศวิหาร ปี ๒๔๙๖ สภาพสวยสมบูรณ์ มาเข้าคู่กับ พิมพ์บัวเหลี่ยม ที่เคยได้มาก่อนหน้านี้ ถ้าจะให้ครบชุดก็ต้องหาเหรียญ และพระบูชา อีก ๒ ชิ้น เพราะสร้างในคราวเดียวกัน ทุกวันนี้ของแท้หายาก แต่คุณหมอได้มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จึงย่อมต้องเป็นของแท้เสมอ อย่างองค์นี้เรียกได้เลยว่า แท้ร้อยตา ถือเป็นพระองค์ครูที่ดูง่ายมาก

            ••• ช่วงนี้ พระรูปเหมือนปั๊ม กำลังมาแรง อย่างเช่น หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ รุ่นแรกที่ออกจากวัดหนองโพโดยตรง ก็เป็น รูปเหมือนปั๊ม โดยใช้วิธีเดียวกับการปั๊มเหรียญ ด้วยแรงกระแทกของเครื่องจักรลงบนเนื้อโลหะที่วางอยู่บนแม่พิมพ์ จากการสร้างพระแบบปั๊มด้วยเครื่องจักรทำให้แม่พิมพ์ที่ถูกกระแทกบ่อยๆ สึกหรอไปบ้าง จึงต้องนำมาแก้ไขใหม่ให้สวยสมบูรณ์ขึ้น อันเป็นที่มาของ รูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อเดิม รุ่นนี้ซึ่งแยกออกเป็นพิมพ์ต่างๆ คือ พิมพ์ ๑-๒-๓-๔ (หรือพิมพ์เอ-บี-ซี-ดี) แท้จริงแล้วมาจากแม่พิมพ์เดิมๆ ตัวเดียวกัน องค์ในภาพนี้เป็น พิมพ์ ๓ มีรอยจารใต้ฐานชัดเจนมาก สนนราคาอยู่ที่หลักแสนกลาง เป็นพระของ ต้น ท่าพระจันทร์ แชมป์แฟนพันธุ์พระเหรียญ ปี ๒๕๕๑ คนหนุ่มสายตาเฉียบขาดในการดูพระได้หลากชนิด

            ••• องค์ต่อมาเป็นเหรียญหล่อโบราณ หน้าเสือ หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา รุ่นแรก ปี ๒๔๙๒ พระเกจิอาจารย์แถวหน้าอีกท่านหนึ่งของ จ.นครปฐม ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๖ มรณภาพวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ อายุ ๘๓ ปี พรรษา ๖๗ วัตถุมงคลที่โด่งดังสุดคือ เหรียญหล่อหน้าเสือ รุ่นแรก ปี ๒๔๙๒ ที่เรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า หน้าเสือ ก็เพราะเมื่อหลวงพ่อได้เห็นเหรียญรุ่นนี้ในตอนแรก ท่านได้ปรารภออกมาเองว่า ใบหน้าของท่านดูแล้วดุยังกับโจรเสือร้าย ลูกศิษย์ได้ยินกันแล้วก็พากันเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า หน้าเสือ ทุกวันนี้เป็นเหรียญยอดนิยมเช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไป ในภาพนี้เป็นเหรียญของ ออม เมืองกาญจน์ คนหนุ่มผู้เพิ่งเริ่มสนใจสะสมพระเครื่อง แต่ด้วยความใจถึงจึงได้พระแท้ดูง่ายที่ล้วนเป็นพระหลักยอดนิยมมากพอสมควร ••• พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต •••