
รถคันแรก
มอเตอร์เวิลด์ : รถคันแรกในชีวิต โดย...ธนวรรธน์ ใฝ่ใจพลอย
เป็นเรื่องที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางแม้แต่ผู้คนที่อยู่นอกวงการรถยนต์เรื่องนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยให้คนอยากมีรถคันแรกในชีวิตได้มีรถใช้อย่างไม่ยากเย็นนัก โดยจะคืนภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ซื้อโดยตรงรายละไม่เกินหนึ่งแสนบาทหลังจากครอบครองรถไปได้แล้วหนึ่งปี
เงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ ผู้ที่คิดจะซื้อรถในนโยบายนี้ก็คงรับรู้กันหมดแล้ว คงเหลือแต่ว่าจะเลือกรถอะไรดีรุ่นไหนดี ครับโอกาสมาถึงแล้วตามนโยบายที่กล่าวกันว่านโยบายเรื่องใดๆ ที่ไหนๆ ก็ตามมักจะอยู่เหนือเหตุผล เหตุผลข้อหนึ่งจากนโยบายก็คือ ต้องการให้คนได้รถประหยัดน้ำมัน ไปใช้งานจึงกำหนดความจุของเครื่องยนต์เบนซินไม่เกินกว่า 1,500 ซีซี (ไม่รวมกับรถกระบะ) ราคาไม่เกินกว่าหนึ่งล้านบาท และเป็นรถที่ประกอบในประเทศเท่านั้น ซึ่งหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจรวบรวมแบ่งแยกออกมาได้ถึง 189 รุ่น ครับนโยบายออกมาแบบนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงทางเทคโนโลยียานยนต์แล้วเครื่องยนต์ที่เล็กกว่าไม่ได้หมายความว่ากินน้ำมันน้อยกว่า และมีอีกหลายรุ่นหลายยี่ห้อที่เป็นรถที่ประหยัดทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าตัวรถ แต่เสียดายที่รถเหล่านนั้นเป็นรถที่ผลิตจากต่างประเทศ เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ในบ้านเราที่เราคิดกันว่าประหยัดเชื้อเพลิงแล้ว เป็นการประหยัดจากที่ผู้ขายบอก
ไม่มียี่ห้อใดที่บ่งบอกอัตราสิ้นเปลืองจากการผ่านทดสอบที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือรวมทั้งวิธีการทดสอบที่ถูกต้องตามหลักสากล เป็นที่รู้กันว่ารถยนต์ในปัจจุบันการหาอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงหาได้อย่างง่ายๆ และถูกต้องด้วยการวัดค่าCO2 ว่ารถคันนั้นในระยะทางหนึ่งกิโลเมตรปล่อย CO2 ออกมากี่กรัม อันเป็นวิธีการหาค่าอัตราการสิ้นเปลืองที่ใช้กันทั่วโลก
รถคันใดปล่อย CO2 ออกมามากกว่าคันอื่นๆ ก็หมายถึงว่ารถคันนั้นกินน้ำมันมากกว่าคันอื่นเพราะค่า CO2 ที่เกิดขึ้นเกิดจากการเผาน้ำมัน CO2 น้อยน้ำมันก็เผาน้อย
รถทั้ง 189 รุ่นที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับการคืนภาษี ผู้ที่จะซื้อต้องใคร่ครวญกันให้ดี ถ้าอยากจะซื้อรถประหยัดรถที่ปล่อยมลพิษออกมาน้อยก็ต้องคิดนานๆ หาข้อมูลให้รอบด้านแล้วจึงจะได้รถที่ตรงกับความต้องการมาใช้ แต่สำหรับคนที่อยากได้รถมาใช้เพราะโอกาสเปิดให้ก็ต้องคิดอีกว่า เบื่อขึ้นมาก่อนห้าปีจะปล่อยออกได้อย่างไรจึงไม่ต้องเสียค่าภาษีคืนให้รัฐ
เรื่องที่จะต้องพิจารณากันให้ถี่ถ้วนในเรื่องของเชื้อเพลิงที่ต้องการใช้ก็เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดเพราะแนวโน้มที่ราคาเชื้อเพลิงทุกชนิดจะทยอยปล่อยรอยตัวในปีหน้า บ้านเราโชคดีที่มีเชื้อเพลิงให้เลือกใช้ได้หลากหลายเช่น เบนซิน 91, 91 แก๊สโซฮอล์, เบนซิน 95, 95 แก๊สโซฮอล์, แก๊สโซฮอล์ อี 20, อี85, ก๊าซเอ็นจีวี, แอลพีจี
มีตัวเลขจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานที่น่าเชื่อถือได้เปรียบเทียบถึงอัตราสิ้นเปลืองของเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ที่ใช้ในเครื่องยนต์ขนาดเท่ากันแล้วคำนวณออกมาเป็นค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรอย่างนี้ครับ
รถที่ใช้เอ็นจีวีมีค่าใช้จ่าย 0.66 บาทต่อกิโลเมตร
แอลพีจี 2.36 บาทต่อกิโลเมตร
รถอี20 2.01 บาทต่อกิโลเมตร
อี85 2.47 บาทต่อกิโลเมตร
อีโคคาร์(ไม่เกิน1,200ซีซี) 1.86 บาทต่อกิโลเมตร
ก็ลองเอาตัวเลขพวกนี้ไปบวกลบคูณหารกันดูเองแล้วกันแล้วถึงตัดสินใจก็ไม่สายครับ มีเรื่องที่ผู้คนไม่ได้พูดถึงก็คือความจุไม่เกิน 1,500 ซีซีนั้นคือเท่าใดเพราะหลายๆ คันเกินกว่า 1,500 แต่ไม่ถึง 1,600 เช่น 1,549 ซีซี นั้นอยู่ในข่ายหรือไม่ ไม่เช่นนั้น เวลาไปขอคืนภาษีแล้วเจอเจ้าหน้าที่เถรตรงแล้วจะทะเลาะกันเป็นเรื่องใหญ่โต เอาเถอะครับไตร่ตรองให้ดีอยากได้ก็ซื้อ



