ไลฟ์สไตล์

การพัฒนาอสังหาฯที่ไม่บานเพื่อสู้กับวิกฤติ

การพัฒนาอสังหาฯที่ไม่บานเพื่อสู้กับวิกฤติ

24 ก.ย. 2554

การบรรยายแนวคิด-รูปแบบการพัฒนาอสังหาฯที่ไม่บานเพื่อสู้กับวิกฤติ:คนรักบ้าน/บ้านไม่บาน

          ในสัปดาห์นี้เป็นสาระน่ารู้เกี่ยวกับ “การบรรยาย” ที่ผมร่วมกับ “สถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนล" จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม นี้ ในงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในหัวข้อ “แนวคิด + รูปแบบของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่บาน ประเภทอาคารพาณิชย์, โฮมส์ออฟฟิศ, อพาร์ตเมนต์, คอนโดมิเนียม และโรงแรมขนาดเล็ก เพื่อกับสู้วิกฤติ” จะว่าไปแล้วก็ถือว่าเป็น “งานประจำปี” ที่พวกเราชาว “คนรักบ้าน” ทั่วประเทศจะได้มีโอกาสมาพบปะสังสรรค์กัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน
 
          จะว่ากันไปแล้วในความเห็นของผม อนาคตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเป็นอย่างยิ่งครับ ประเทศ “ไทย” ของเรากำลังเผชิญหน้ากับทั้ง “ศึกใน + ศึกนอก” โดย “ศึกใน” คือ “ความไม่มั่นคงและขาดเสถียรภาพทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในประเทศ” อีกทั้งยังต้องยอมรับนะครับว่า “การเมืองไทย” ยังตกอยู่ในสภาวะ  “คลื่นใต้น้ำ” ส่วน “ศึกนอก” ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน ทั้งปัญหา “วิกฤติซัพไพรม์” ใน “อเมริกา” และปัญหา “วิกฤติหนี้สาธารณะ” ใน “ยุโรป” ทำเอาหลายประเทศในกลุ่ม “อียู” ต้องตกอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว
 
          หากหันไปมอง “อเมริกา” ซึ่งเป็น “อภิมหาอำนาจ” ในแทบทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ และการทหาร แม้ว่า “นายเบอร์นันเก้” ประธาน “ธนาคารกลางสหรัฐ” หรือ “เฟด” จะมีมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 มาตรการใหญ่ ประกอบไปด้วย มาตรการที่หนึ่ง คือ การปรับสัดส่วนการถือครองพันธบัตรของ “เฟด” ให้เป็นตราสารที่มีอายุของการชำระระยะยาวมากขึ้นและลดการถือครองตราสารที่มีอายุการชำระระยะสั้นลงไป ซึ่งเป็นการยืดอายุการชำระหนี้ออกไป มีเป้าหมายเพื่อกดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลงและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น
 
          โดย “เฟด” ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยต่ำติด 0% ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2556 ต่างเป็นปัจจัยที่กดให้ผลตอบแทนของ “พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ” ในระยะยาว 10 ปีลดลง ซึ่งเชื่อว่ามีนักธุรกิจอีกจำนวนมากที่รอตัดสินใจลงทุนและจ้างงานเพิ่มเมื่อต้นทุนการกู้ยืมปรับต่ำลงมา นอกจากนี้ คนจำนวนมากรอตัดสินใจ “ซื้อบ้าน” หรือ “รีไฟแนนซ์บ้าน” ทันทีที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับลดลงเช่นกัน
 
          มาตรการที่สอง คือ การลดหรือยกเลิกอัตราดอกเบี้ย 0.25% ที่ “เฟด” จ่ายให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่นำเงินสดมาฝากสำรองไว้ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย 0.25% ดังกล่าวสูงกว่าดอกเบี้ยอัตรา 0.196% ที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีจะได้รับ โดยให้ความเห็นว่า “เฟด” ไม่ควรจูงใจให้ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินสดไว้กับ “เฟด” เอง แทนที่จะเอาเงินไปปล่อยกู้ให้ธุรกิจและภาคประชาชน ถ้า “เฟด” ลดดอกเบี้ยที่ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่นำเงินสดมาฝากธนาคารเหล่านั้น ก็จะมีแรงผลักดันให้นำเงินไปปล่อยกู้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้อาจจะไม่ให้ผลในเชิงบวกมากนัก เพราะดอกเบี้ยก็มีอัตราต่ำอยู่แล้วและอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินกู้ระยะสั้นเสียด้วยซ้ำ 
 
          มาตรการที่สาม คือ การให้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นของ “เฟด” เกี่ยวกับเป้าหมายและนโยบายทางเศรษฐกิจตลอดจนแผนการเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากการที่ “เฟด” ออกมาประกาศว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปจนถึงปี 2556 นั้น ยังไม่มีความชัดเจนมากพอว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ตัดสินใจเช่นนั้น 
 
          มาตรการทั้ง 3 นี้ ผมกลับมีความเห็นว่าคงจะไม่สามารถช่วยให้ “อเมริกา” หลุดพ้นจาก “วังวน” ของ “วิกฤติเศรษฐกิจ” ครั้งนี้ไปได้ หรือถ้าจะทำได้ก็คงทำได้แค่พยุงไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปมากกว่านี้ ส่วนในภาคพื้น “ยุโรป” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส “นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี” ก็ยังคงมีอาการหนาวๆ ร้อนๆ กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะ “ฝรั่งเศส” เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ของ “กรีซ”  ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับ “ฝรั่งเศส” ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มประเทศ “อียู” (จะเป็นรองแค่เพียง “เยอรมนี” เท่านั้น) ก็หลับตานึกภาพไม่ออกเลยครับว่าเศรษฐกิจ “ยุโรป” จะตกอยู่ใน “สภาวะวิกฤติ” หนักหนาสาหัสสักเพียงใด
 
          ผมก็ได้ย้ำหลายครั้งครับว่าในกระแส “โลกาภิวัตน์” ที่ครอบโลกอยู่นั้นทำให้ปัจจุบันเป็น “โลกที่ไร้พรมแดน” โดยแท้จริง ดังนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับอีกซีกโลกหนึ่งก็จะส่งผลกระทบไปยังอีกซีกโลกหนึ่งด้วยความรวดเร็ว รุนแรงไม่แพ้กัน ดังที่ผมได้เคยกล่าวไว้แล้วว่าขอเพียงแค่เศรษฐกิจสหรัฐ “อเมริกา” มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นไข้ ระคายคอ จนเกิดอาการ “ไอ” เพียงเบาๆ แค่นี้เศรษฐกิจของ “ไทย” ก็จะย่ำแย่จนต้องหามเข้า “ไอซียู” แล้วครับ  
 
          สาระสำคัญของการบรรยายของผมในครั้งนี้ นอกจากจะเตือนสติให้ “รู้เขารู้เรา” เพื่อให้ “รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” แล้ว ผมยังได้นำเอาโครงการน้อยใหญ่ต่างๆ ในรูปแบบที่หลากหลายกว่า 30 โครงการ ที่ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา นำมาตีแผ่ให้เห็นทั้งข้อดี ข้อเสีย เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ รวมทั้งนำเอาแนวคิดเหล่านี้มาต่อยอดจะได้ไม่ทำผิดซ้ำกันอีก ดังนั้น อยากขอเรียนเชิญชาว “คนรักบ้าน” ทั่วประเทศที่สนใจการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” เข้ามาร่วมฟังการบรรยายในหัวข้อ “แนวคิด + รูปแบบของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่บานประเภท อาคารพาณิชย์, โฮมออฟฟิศ, อพาร์ตเมนต์, คอนโดมิเนียม, โรงแรมขนาดเล็กเพื่อสู้กับวิกฤติ”  ในวันที่ 11 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ณ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ใน “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” 
 
          ผมเชื่อมั่นว่า “สาระ” ที่ท่านจะได้รับน่าจะเป็น “ประโยชน์” อีกทั้งยังเชื่อว่าจะสามารถสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้แก่ทุกท่านที่เข้าฟังการบรรยาย ช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยและสามารถทำกำไรได้เร็วไว ในช่วงที่สังคม “ไทย” กำลังเผชิญกับสภาวะ “วิกฤติ” ทั้งในด้าน “เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง” อย่างเช่นในปัจจุบัน
 
          นอกจากนี้ ทุกท่านที่เข้าร่วมฟังการบรรยายจะได้รับแจกดีวีดี “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน”  ชุดที่ 12 อันเป็นชุดใหม่ล่าสุด ที่จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ในครั้งนี้ ดังนั้น ห้ามพลาดเป็นอันขาดครับ ท่านที่สนใจก็สามารถ โทรสำรองจองที่นั่งได้โดยด่วนที่ 0-2245-1399, 0-2644-1478 คงต้องรีบหน่อยครับเพราะรับจำนวนจำกัดจริงๆ  
 
          สำหรับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ที่สนใจศึกษาหาข้อมูลย้อนหลังสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ยอดฮิต www.homeloverthai.com สัปดาห์นี้สาระน่ารู้ก็มีเพียงแค่นี้ เอาไว้ติดตามสาระน่ารู้กันได้ใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ