ไลฟ์สไตล์

อิงลิชพาเพลิน..แบบฉบับ'ร.ร.บ้านขามใหญ่'

อิงลิชพาเพลิน..แบบฉบับ'ร.ร.บ้านขามใหญ่'

24 ก.ย. 2554

อิงลิชพาเพลิน..แบบฉบับ'ร.ร.บ้านขามใหญ่' โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

        "อยากให้เด็กเข้าหาภาษาอังกฤษ ต้องทำให้เด็กรู้สึกเพลิดเพลินกับภาษาก่อน ซึ่งความเพลิดเพลินนั้น ครูต้องมีตัวพาเพลินอย่างเกม หรือสื่อมัลติมีเดียต่างๆ ที่มีทั้งภาพเคลื่อนไหว และเสียงมาให้เด็กเล่นประกอบกับเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน นั่นจะทำให้เด็กไม่เบื่อ และเรียนภาษาอย่างสนุก" เสียงบอกเล่าของ "ครูโหน่ง" พัชรา ศิริโอภาส หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนบ้านขามใหญ่ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ที่ให้ความสำคัญกับพระเอกอย่าง “สื่อ” ในการนำเข้ามาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้เด็กสนุก และเข้าใจได้มากขึ้น

        ความสำคัญนี้ ครูโหน่ง เล่าให้ฟังต่อไปว่า ครูยุคใหม่ต้องทันโลก และทันสื่อ เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นเครื่องมือในการเปิดโลกทางการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดที่ส่วนน้อยจะได้มีโอกาสเข้าถึงสื่อการศึกษาดีๆ ดังนั้นครูมีหน้าที่สรรหา คัดเลือก และหยิบเข้ามาประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนอย่างเหมาะสม แทนที่จะสอนแต่ในหนังสือเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่เพียงพอ และตอบสนองความต้องการของเด็กได้

        "เราต้องทำให้ภาษาอังกฤษเป็นเพื่อนของเด็กๆ ด้วยการหาเกม หาเพลง หรือสื่อเข้ามาสร้างสีสัน หรือบางวันอาจหากิจกรรมนอกห้องเรียนให้เด็กทำ เช่น พาเด็กๆ ออกเรียนรู้หาคำศัพท์ตามสถานที่ต่างๆ รอบรั้วโรงเรียน เช่น วัด หรือในชุมชน ทำให้เด็กเรียนรู้คำศัพท์อย่างสนุก แถมยังได้เปิดโลกทางภาษาที่ไม่ใช่จำกัดอยู่แต่ในตำรา หรือในห้องเรียน” ครูโหน่งเล่าให้เห็นถึงภาพกระบวนการเรียนการสอน

        อย่างไรก็ดี ไม่เพียงแต่ครูผู้สอนจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนเท่านั้น การจะพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ ผู้บริหารถือเป็นหัวเรือใหญ่ในการกำหนดทิศทาง และสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ เห็นได้จากความตั้งใจของ ชายแดน สำเภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขามใหญ่ ที่เล็งเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในโลกอนาคต และพร้อมที่พัฒนาเพื่อเตรียมครู และเด็กสู่สากล

        ดังนั้น จึงทำให้สื่อไอซีที และสื่อช่วยสอนอย่างโปรแกรมอิงลิช ดิสคัฟเวอรี่ ถูกนำเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือช่วยสอนของคุณครู และเป็นตัวต่อยอดทางภาษาให้แก่เด็ก ซึ่งเป็นการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอย่างรอบด้านทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน นับเป็นอีกหนึ่งผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้การสอนและการเรียนภาษาอังกฤษไปเป็นอย่างสนุก และเข้าใจง่ายขึ้น       

        "เรามีห้องเรียนภาษาที่มีคอมพิวเตอร์รองรับจำนวน 30 เครื่อง ซึ่งครูสามารถนำสื่อมัลติมีเดียต่างๆ มาใช้สอนเด็กในห้องนี้ได้ ซึ่งเราจะมีการอบรมการใช้โปรแกรมให้แก่ครู และกำหนดให้เด็กเข้าใช้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ชั่วโมง ดังนั้นเด็กของเราจะได้ฝึกทักษะทางภาษาครบ 4 ทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน และเขียน เพราะถ้าเด็กในวันนี้ไม่ได้ภาษาอังกฤษ ในวันข้างหน้าเขาจะอยู่อย่างเสียเปรียบ และเสียโอกาส" ผู้อำนวยการโรงเรียนเผยถึงการเตรียมเด็กสู่ยุคเปิดเสรีอาเซียนที่ใกล้มาถึงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

        บอกเล่าได้จาก สิทธิพงษ์ นัทนสาร หรือ พริก อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.3 เขากล่าวว่า โรงเรียนให้ความสำคัญกับการสื่อสารมาก โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่ครูจะมีสื่อการเรียนการสอนที่น่าสนใจมาให้เด็กเรียน และเล่นไปพร้อมๆ กัน เช่น ใช้เกม เพลง และสื่อมัลติมีเดียเข้ามาเชื่อมโยงกับบทเรียน ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ แต่สนุกและอยากจะเข้าเรียนในทุกๆ คาบ

        เช่นเดียวกับ หทัยทิพย์ ตุลัยลักษณ์ หรือ หมิว อายุ 14 ปี เพื่อนร่วมชั้น กล่าวเสริมว่า คุณครูไม่ได้สอนอยู่แต่ในห้อง แต่จะพาไปเปิดโลกทางภาษานอกห้องเรียนด้วย เช่น มีการจับกลุ่มพากันออกไปเรียนรู้คำศัพท์ตามสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น วัด หรือชุมชนบริเวณโรงเรียน จากนั้นจะให้กลับมาเขียนเป็นแผนที่ความคิดเพื่อสรุปสิ่งที่ได้ลงในกระดาษ 1 แผ่น ทำให้กลับมาทบทวน และเข้าใจมากขึ้น

        นอกจากนั้นแล้ว ทางโรงเรียนยังจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางภาษาให้แก่เด็กๆ ทั้งโรงเรียนจำนวน 250 คนในทุกๆ เช้าหลังเข้าแถวเคารพธงชาติ โดยจะมีกิจกรรมคำศัพท์วันละคำ ซึ่งนำทีมโดยสภานักเรียนเป็นตัวแทนมาพูดคำศัพท์ มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ให้เพื่อนนักเรียนได้จดบันทึกเก็บเป็นคลังคำศัพท์ไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน

        อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนไม่ได้เน้นแต่เรื่องภาษา หรือความรู้ทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการฝึกเด็กให้มีระเบียบวินัย และมีคุณธรรมจริยธรรมด้วย

        "ผมยังให้ความสำคัญกับระเบียบวินัย มารยาทในการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมไปถึงคุณธรรมจริยธรรมที่เด็กทุกคนพึงต้องมี เห็นได้จากโครงการต่างๆ เช่น โครงการสวัสดีบ้านขามใหญ่ กิจกรรมชุมนุมฝึกอาชีพ โครงการอาสาพัฒนาชุมชน ตลอดจนโครงการเข้าวัดฟังธรรมทุกๆ วันศุกร์ ทั้งนี้เพื่อหล่อหลอมให้เด็กเติบโตเป็นคนเข้มแข็ง กล้าคิด ผิดแล้วแก้ไข ล้มแล้วลุกขึ้นเป็น" ผอ.ชายแดนทิ้งท้าย