ไลฟ์สไตล์

ฟ้องศาลปค.สรรหาคณบดีแพทยศาสตร์มิชอบ

ฟ้องศาลปค.สรรหาคณบดีแพทยศาสตร์มิชอบ

23 ก.ย. 2554

หมอจุฬาฯ ฟ้องศาลปกครอง สรรหาคณบดีแพทยศาสตร์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

          ที่คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ วันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูรย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ได้จัดงานเลี้ยงสื่อมวลชน และบุคลากรในโอกาสดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี

          ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีข่าวการสรรหาคณบดีคณะแพทยศาสตร์คนใหม่ ที่มีการไปฟ้องศาลปกครอง ศ.นพ.อดิศร กล่าวว่า ต้องไปถามคนฟ้องว่ามีเหตุผลอะไร ส่วนตัวไม่อยู่ในฐานะที่จะพูด แต่ยอมรับว่า ไม่เคยเกิดปัญหาเช่นนี้มาก่อน

          "ในปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัย ก็มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะว่า คนเริ่มสนใจความยุติธรรมในการปกครองมากขึ้น พอรู้ช่องทาง ก็มีการฟ้องร้องกันมากขึ้น แม้เรื่องนี้จะกระทบต่อองค์กร แต่คิดว่า คนที่ไปร้องคงไม่มีทางออก ถ้าเลี่ยงได้คงไม่มีใครอยากทำ"

          ด้าน รศ.นพ.ประสงค์ ศิริวิริยะกุล รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวยอมรับว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ฟ้องสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับพวก รวม 2 คน เพราะเห็นว่า กระบวนการสรรหาคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มิชอบด้วยกฎหมาย

          ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก ศ.นพ.อดิศร ดำรงตำแหน่งครบวาระในเดือน ก.ย.นี้ ทางจุฬาฯได้ตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมา 1 ชุด ตามกระบวนการจะให้บุคลากรคณะแพทยศาสตร์ เป็นคนเสนอชื่อ และหย่อนบัตรลงคะแนน ภายหลังการหย่อนบัตร จะมีการเรียกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ 3 คน ที่ได้คะแนนสูงสุดไปแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งในครั้งนี้ เขาก็ไปด้วย และทราบมาว่า คณะกรรมการสรรหา ได้เสนอชื่อเขา ต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อให้การรับรอง

          รศ.นพ.ประสงค์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า อธิการบดีซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ไม่ได้เขียนเหตุผลว่า คนที่ได้รับการเสนอชื่อ มีความเหมาะสมอย่างไร ซึ่งตามธรรมเนียมจะต้องเขียน ก็ไม่รู้เหตุผลว่า ทำไม สภาจุฬาฯก็ท้วงติง เพราะไม่เหมือนกับคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ที่เสนอชื่อคราวเดียวกัน จึงให้กลับไปเขียนเหตุผลให้เรียบร้อย

          ทั้งนี้ ต่อมาทราบว่า เขียนเรียบร้อยและเสนอเข้าสู่สภาจุฬาฯ และมีการประชุมลับ แต่ไม่มีการพิจารณา อีกทั้งมีการบอกว่า กรรมการสรรหาท่านหนึ่ง ขาดคุณสมบัติ แล้วก็มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาชุดใหม่ โดยมีการลงคะแนนใหม่เป็นครั้งที่ 2

          “การลงคะแนนเป็นครั้งที่ 2 ทราบมาว่า ผมได้รับคะแนนมากที่สุด แต่ก็ไม่ได้เรียกไปแสดงวิสัยทัศน์ อีกทั้งมีการตัดคะแนนสายสนับสนุนทิ้ง ทำให้มีผู้ไปฟ้องศาลปกครองเช่นกัน ผมเชื่อว่า คงมีการตั้งธงไว้แล้วว่า จะต้องเอาใคร ถ้าเป็นชื่อผมไม่เอา ซึ่งมันไม่ชอบ ที่ผ่านมาเคยทำหนังสือถึงนายกสภาจุฬาฯ เพื่อขอทราบเหตุผลว่า ทำไมจึงไม่มีการพิจารณาชื่อผม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ก็เลยต้องพึ่งบารมีศาลเพี่อขอความเป็นธรรม เพราะคิดว่ากระบวนการสรรหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย"

          รศ.นพ.ประสงค์ กล่าวว่า คิดว่า เราต้องรักษาหลักการ มิฉะนั้นผู้มีอำนาจอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจ ในวิชาชีพเรานอกจากความรู้ ความสามารถแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องจริยธรรม ยิ่งการได้มาซึ่งผู้นำองค์กร จะต้องตรงไปตรงมา มิฉะนั้น คงลำบากที่จะไปพูดเรื่องจริยธรรมกับคนอื่น