
กรรมและชีวิตหลังความตาย
วิทยานิพนธ์ดีเด่น มจร. กรรมและชีวิตหลังความตาย โดย...เพ็ญนภา หงษ์ทอง
“ตอนเขาเสียไปเราก็เป็นห่วงตลอดว่าเขาจะไปสู่สุคติหรือเปล่า เราก็เป็นห่วงเขา แต่พอได้คุย ฟังพระท่าน เราก็คิดว่าไม่น่าห่วงหรอก ถึงแม้ตอนเสียไป สมมติว่าอาจจะตายแบบหลงๆ แต่ก็เป็นช่วงเฉพาะจุดที่เป็นอย่างนั้น”
“ความเจ็บปวด สูญเสีย ความหวั่นไหวของจิตใจมีความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน ได้เรียนรู้ว่ามันจะบรรเทา (รับมือได้ง่ายขึ้น) ในครั้งต่อๆ มา เหมือนมีภูมิคุ้มกัน”
บางส่วนของความรู้สึกของผู้เข้าร่วมกระบวนการกลุ่มกิจกรรมเชิงพุทธ ที่เน้นธรรมะเรื่องหลักกรรมและชีวิตหลังความตาย อันเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยกึ่งทดลองเพื่อศึกษาผลของกิจกรรมเชิงพุทธที่เน้นธรรมะเรื่องหลักกรรมและชีวิตหลังความตายต่อความเศร้าโศก ของผู้เคยสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก อันเป็นวิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาชีวิตและความตาย มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ของพระปณต คุณวฑฺโฒ และเป็นงานวิจัยที่ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่นของ มจร. ประจำปี 2554
ประสบการณ์ที่ต้องแบกรับความรู้สึกจากการจากไปของมารดา กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงานวิจัย พระปณตได้บันทึกไว้ว่า ต้องการแสวงหาแนวทางในการเยียวยาผู้ประสบการสูญเสียให้เกิดผลดีต่อการบรรเทาความทุกข์และการพัฒนาชีวิต ทั้งในด้านจิตใจและปัญญา
“เพราะการเสื่อมถอยและสูญสิ้นชีวิตหนึ่ง ย่อมเป็นการสูญเสียและส่งผลต่อหลายชีวิตที่ชิดใกล้อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง”
การวิจัยชิ้นนี้คัดเลือกผู้เข้าวิจัยซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจำนวน 19 คน ทั้งหมดมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และเป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ เข้าร่วมกิจกรรม “การภาวนาเพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้ล่วงลับอันเป็นที่รัก” ที่ จ.นครปฐม อันเป็นกิจกรรมกลุ่มที่พระปณตออกแบบขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยและเก็บข้อมูลในครั้งนี้
ตลอด 4 วัน 3 คืน ของการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ผู้เข้าร่วมทุกคนได้สวดมนต์ เจริญจิตภาวนา สนทนากลุ่มย่อย เยียวยาจิตใจด้วยวิธีพุทธจิตวิทยา ล้อมวงฟังธรรม และอุทิศกุศลต่อผู้ล่วงลับร่วมกัน โดยธรรมะที่ผู้วิจัยเลือกสรรมาสำหรับกิจกรรมนี้ล้วนเป็นธรรมะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหลักกรรมและชีวิตหลังความตายทั้งสิ้น เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับหลักกรรมและชีวิตหลังความตาย ตามนัยแห่งอภิธัมมัตถสังคหฎีกา ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจว่าการตายอาจเป็นการเปลี่ยนผ่านที่ดีและเกิดจากผลของกุศลกรรมก็ได้ การตายอาจทำให้ผู้ตายได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี และมีความสุขมากกว่าที่ผู้สูญเสียคาดคิดก็ได้ หรือความเข้าใจว่าเมื่อตายจากภพปัจจุบันแล้วจะไปจุติในภพใหม่ทันที หรือการทำให้เกิดความเข้าใจว่าสัตว์ทั้งหลายที่เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏฏ์ ล้วนเคยเป็นญาติมิตรกันมานับครั้งไม่ถ้วน
พระปณตได้บันทึกไว้ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ว่า ความเข้าใจในธรรมต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เคยสูญเสียคนที่รักสามารถคลายความกังวลถึงชีวิตหลังความตายของผู้ตาย และประจักษ์แจ้งว่าการจากลาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงการจากลาชั่วคราว เป็นการเปลี่ยนแปลงหนึ่งในสังสารวัฏฏ์อันยาวไกล รวมทั้งการได้เยียวยาความรู้สึกผิดในใจของตนเองที่อาจได้เคยกระทำอกุศลกรรมไว้ได้
เมื่อจบสิ้นกระบวนการมีการประเมินความเศร้าโศกซึ่งผู้วิจัยได้ออกแบบประเมินไว้ และพบว่าหลังการเข้าร่วมกิจกรรมผู้เข้าร่วมการวิจัยทุกคนมีคะแนนความโศกเศร้าลดลงและเมื่อประเมินอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ก็พบว่าคะแนนความโศกเศร้าของแต่ละคนลดน้อยลงไปอีก
“พบว่ากิจกรรมเชิงพุทธที่เน้นธรรมะเรื่องหลักกรรมและชีวิตหลังความตาย มีผลต่อผู้เคยสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในทางที่ดี ทั้งในด้านการลดความเศร้าโศก และการพัฒนาศักยภาพเชิงบวกของผู้สูญเสีย สอดคล้องกับเป้าหมายในการดับทุกข์ตามหลักพุทธศาสนาที่มิใช่เพียงการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังเป็นการพัฒนาเพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีกต่อไป” บทสรุปของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้กล่าว
ผลงานวิจัยเรื่อง “ผลของกิจกรรมเชิงพุทธที่เน้นธรรมะเรื่องหลักกรรมและชีวิตหลังความตาย ต่อความเศร้าโศก ของผู้เคยสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก” จะถูกนำเสนอต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันอังคารที่ 27 กันยายนนี้ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตวังน้อย ในงานสัมมนาวิทยานิพนธ์ประจำปี 2554 และสำหรับผู้ที่เคยสูญเสียญาติมิตรที่ต้องการร่วมค้นหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิต สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมในงานวิจัยนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 19-22 มกราคม 2554 สอบถามรายละเอียดได้ที่ 08-1174-6314 หรือ [email protected]



