
เผามะเร็ง(ตับ)
คลินิกตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน โรงพยาบาลไทยนครินทร์ มีความพร้อมด้านการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยฉพาะ มะเร็งตับ มะเร็งทางเดินน้ำดี และมะเร็งตับอ่อน
โรงพยาบาลมีความพร้อมของทีมสหสาขาวิชาชีพที่ชำนาญการผ่าตัดตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน (Expert Care Team) เพื่อร่วมกันตรวจวินิจฉัยรักษา และดูแลผู้ป่วย ล่าสุดประสบความสำเร็จในการรักษา ดอน จมูกบาน ดาราตลกอาวุโส ให้หายจากโรคมะเร็งตับ ด้วยเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย
มะเร็งตับไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงที่น่ากลัวอีกต่อไป แพทย์ศัลยกรรมสามารถเจาะเข้าไปเผาก้อนมะเร็งตับได้ หากพบว่าเพิ่งเริ่มเป็น ก้อนมะเร็งมีขนาดไม่ใหญ่มาก มะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งร้ายอันดับ 1 ในเพศชาย และอันดับ 2 ในเพศหญิง สาเหตุหลักมาจากดื่มเหล้ามากจนตับแข็ง และกินอาหารดิบๆ หรือมีเชื้อรา สารพิษ เข้าไปในร่างกายมาก จนตับกรองพิษไม่ไหว
มะเร็งตับไม่ใช่เกิดขึ้นโดดๆ แต่จะมาเป็นแพ็คเก็จพร้อมกัน รวม 3 ชนิด หากเป็นมะเร็งในตับโดยตรง (มะเร็งปฐมภูมิ) ในประเทศไทยพบมากมี 2 ชนิดคือ มะเร็งชนิดเซลล์ตับ เป็นมะเร็งที่พบได้ทั่วทุกภาค จากนั้นจะตามมาด้วยมะเร็งชนิดเซลล์ท่อน้ำดี เป็นมะเร็งที่พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะเป็นอวัยวะต่อเชื่อมกันในการส่งน้ำย่อยเข้าไปย่อยไขมันเมื่อรับประทานเข้าไป ตัวเหลือง หรือที่เรียกว่า อาการดีซ่าน จากนั้นยังพ่วงมาด้วยมะเร็งชนิดที่ลุกลามมาจากมะเร็งของอวัยวะอื่น (มะเร็งทุติยภูมิ) เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนักที่กระจายไปยังตับ หรือจากตับไปยังลำไส้และทวารหนัก
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มะเร็งตับไม่มีการแสดงอาการออกมาให้เห็น หรือส่งสัญญานใดๆ ต่อร่างกายมาก่อน จะรู้ตัวก็เมื่อ “เจ็บหนัก” แล้วเท่านั้น หรือถ้าจะตรวจร่างกายประจำปี ก็ต้องใช้วิธีการ “ตรวจละเอียด” เป็นพิเศษ จึงจะมีโอกาสพบมะเร็งในตับได้ ซึ่งสำหรับผู้ป่วยไทยนั้น มักจะมาพร้อมกับอาหารตับแข็งจากการ “ดื่มเหล้า”
เทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ เมื่อมีการตรวจวินิจฉัยแล้ว หากเป็นระยะเริ่มต้น มะเร็งเติบโตระหว่าง 3-5 เซ็นติเมตร เป็นโอกาสที่จะรักษาได้ด้วยการ “เผามะเร็ง” ไม่ต้องใช้การผ่าตัด ที่ใช้เครื่องมือที่นำความร้อนจากไมโครเวฟ ไปเจาะเข้าไปเผามะเร็งโดยตรง เรียกว่า Microwave Ablation ที่ได้ผล เผามะเร็งจนตายได้ภายในตับ ไม่ต้องผ่าตัด แต่วิธีการนี้ จะนำมาใช้เมื่อมีการการตรวจและรักษามะเร็งตับในระยะแรกเริ่ม จึงได้ผลดี หวังผลในการหายขาดในผู้ป่วยที่ก้อนเนื้อร้ายไม่โตมาก และการทำงานของตับยังดีอยู่
อาการของโรคมะเร็งตับ แบ่งเป็น 4 ระยะ
ระยะที่1 และระยะที่ 2 มักไม่แสดงอาการใดๆ หรือแสดงอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ปวดท้อง ท้องอืด อาจทำให้สับสนคิดว่า เป็นโรคกระเพาะอาหาร
ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 อาการของตับมีปัญหา เช่น อาการตัวเหลือง ตาเหลือง มีภาวะท้องมานน้ำ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน
ห่างไกลมะเร็งตับ ทำได้ง่ายๆ ดังนี้
1.เลิกกินปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบสุกๆ ดิบๆ
2.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง ได้แก่ อาหารที่มีราขึ้น อาหารใส่ดินประสิว และไนไตรซามีน อาหารประเภทหมักดอง เค็มจัด เผ็ดจัด
3.รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะอาหารกลุ่มทีมีแบต้าแคโรทีน วิตามินซี และอี
4.การฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบจากไวรัสบี ซึ่งมักจะฉีดให้ทารกตั้งแต่แรกเกิด
5.เลิกดื่มสุรา และงดสูบบุหรี่
6.ลดความเครียด และออกกำลังกายเป็นประจำ
7.การขับถ่ายในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
8.กลุ่มที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และมีเชื้อไวรัสตับอักเสบ B และ C ในร่างกายควรตรวจคัดกรองทุก 6 เดือน
อย่ากินยากันบูด อันตรายที่สุด เป็นคำแนะนำจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
1.ไม่รับประทานอาหารที่มีเชื้อรา ระมัดระวังอาหารที่ตากแห้ง อาหารที่เตรียมแล้ว เก็บค้างคืน เพราะอาจมีเชื้อราปะปนอยู่
2.ไม่รับประทานอาหารซ้ำๆ หรืออาหารที่ใส่ยากันบูด
3.ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารที่หมัก
4.ควรรับประทานอาหารที่สะอาด และปรุงสุกใหม่ๆ
5.ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์
ผศ.นพ.สิโรจน์ กาญจนปัญจพล
โรงพยาบาล ไทยนครินทร์
โทร.0-23612727 ต่อ 3067-3068



