ไลฟ์สไตล์

ครม.ตั้งกก.ระดับชาติวางมาตรการป้องไข้หวัดจังโก้

ครม.ตั้งกก.ระดับชาติวางมาตรการป้องไข้หวัดจังโก้

28 เม.ย. 2552

ปลัดสธ.ยันยังไม่พบเชื้อหวัดจังโก้ในไทย เสธ.หนั่นฐานะประธานคณะกรรมการระดับชาติเพื่อดำเนินการวางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก เรียกประชุมด่วน 29 เม.ย.ที่รัฐสภา รวมทุกกระทรวงตั้งเป็นวอร์รูม อิงมาตรฐานแก้หวัดนก

(28เม.ย.) น.พ.ปราชญ์ บุญยะวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า  ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธรณสุขเสนอตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อดำเนินการวางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก โดยมีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯเป็นประธาน นายวิทยา เเก้วภราดรัย รมว.สาธารณสุข เป็นรองประธาน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ เพื่อดำเนินการกำหนดมาตรการระวังป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาด และทำหน้าที่ประสานงานระหว่างประเทศ เนื่องจากองค์การอนามัยโลกได้จัดระดับการแพร่ระบาดไว้ที่ระดับ 3-4 จึงต้องเข้มงวดมากขึ้น

 "ขอแจ้งไปยังประชาชนขอให้ทุกคนดูแลอนามัยของตัวเอง ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบเชื้อดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้เรามีความพร้อมรับมือทั้งเรื่องการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเฉพาะที่มาจากประเทศแม็กซิโกและประเทศใกล้เคียง รวมถึงการเฝ้าระวังการคมนาคมทั้งทางเครื่องบิน เรือขนส่งสินค้า และการคมนาคมทางบก และถ้าประชาชนเป็นหวัดก็ขอให้พบแพทย์ได้ตลอดเวลา และให้พักอยู่ที่บ้าน และกำจัดกระดาศชำระให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งการติดต่อของเชื้อมี 3 ทางคือ ทางตา ปาก และจมูก จึงขอให้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยใช้มือ และหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่" น.พ.ปราชญ์ กล่าวและว่า

 สำหรับความกังวลกับการติดเชื้อจากหมูนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะผู้ป่วยที่พบในแม็กซิโกคิดติดเชื้อจากคน แต่เนื่องจากถ้าไปดูเชื้อดังกล่าวจะพบว่าคือเชื้อ H1N1 ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ปกติแต่พบว่ามียีนส์ตัวหนึ่งของหมูปนอยู่ในเชื้อดังกล่าวด้วย จึงเชื่อได้ว่าหมูเป็นเพียงแหล่งสะสมของเชื้อหลายประเภทเท่านั้นและนำไปสู่การกลายพันธุ์ ซึ่งยังหาสาเหตุไม่ได้ว่ามาได้อย่างไร
 
 อย่างไรก็ตามยืนยันว่าในไทยสามารถรับประทานสุกรได้ตามปกติ เพียงแต่ขอให้ปรุงสุขและสะอาด และเรื่องเนื้อสุกรนำเข้าก็ยังไม่มีปัญหา ยืนยันว่า เชื้อ H2N1 นี้ ป้องกันและรักษาได้ง่ายกว่าเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ที่ผ่านมา และมีความรุนแรงน้อยกว่า อัตราการเสียชีวิตน้อยกว่า เพียงแต่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้

เสธ.หนั่นเรียกประชุมกก.หวัดจังโก้นัดแรกพรุ่งนี้ที่รัฐสภา

 พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ในวันพุธที่ 29 เม.ย. เวลา 14.00 น.ที่อาคารรัฐสภา เขาได้เรียกประชุมคณะกรรมการ เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาไข้หวัดเม็กซิโก ตามที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน โดยรวมกันเป็นวอร์รูม โดยการทำงานของคณะกรรมการนั้นจะใช้มาตรฐานเดียวกับการแก้ไขปัญหาไข้หวัดนก

 อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางกระทรวงสาะารณสุข ยืนยันแล้วว่า โรคนี้ไม่ได้เกิดจากหมู แต่เกิดจากคนไปสู่คน ไม่ใช่หมูมาสู่คน และภายหลังการประชุม เขาจะชี้แจงรายละเอียด และข้อมูลต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกกับปัญหานี้

สธ.ออกคำแนะนำโรคไข้หวัดเม็กซิโกฉบับที่ 1


คำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกฉบับที่ 1 
 
เนื่องจากในขณะนี้ได้เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (สายพันธุ์ เอช1 เอ็น1) แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน มีผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยปอดบวม และผู้เสียชีวิตกระจายไปมากในหลายเมืองของประเทศเม็กซิโก  และจากข้อมูลองค์การอนามัยโลก ณ วันที่ 27 เมษายน 2552 มีผู้ป่วยที่มีผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการในเม็กซิโก 28 ราย ในสหรัฐอเมริกา 40 ราย แต่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงและไม่มีผู้เสียชีวิต  โดยพบผู้ป่วยใน 5 มลรัฐ  ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย 7 ราย เท็กซัส 2 ราย  นิวยอร์ก 28 ราย แคนซัส 2 ราย และโอไฮโอ 1 ราย นอกจากนั้นยังพบผู้ป่วยติดเชื้อหลังกลับจากเม็กซิโกในแคนาดา  สเปน  และสก็อตแลนด์

เนื่องจากปัจจุบันโรคติดเชื้อต่างๆ สามารถแพร่ระบาดระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว  ดังนั้นเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อนี้เข้ามาในประเทศ  กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วน  ดำเนินมาตรการต่าง ๆ  โดยเฉพาะการอย่างยิ่งการเพิ่มระดับความเข้มข้นของการเฝ้าระวังผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ  ร่วมกับการตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ  การรักษาพยาบาลผู้ป่วย   การสำรองยาต้านไวรัส เวชภัณฑ์ต่าง ๆ  และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ  และการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ผู้เดินทางที่สนามบินนานาชาติ  โดยแจกบัตรเตือนเรื่องสุขภาพ  และวัดไข้ด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ  สำหรับการป้องกันโรคนี้  กระทรวงสาธารณสุขขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตน  ดังนี้

 1. หากไม่จำเป็น  ควรเลื่อนหรือชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่เกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง
 
 2. หากจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เกิดการระบาด ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ  หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด  หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์  พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด
 
 3. ผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เกิดการระบาด ถ้ามีอาการของไข้หวัดใหญ่ เช่น  มีไข้ ไอ เจ็บคอ  ปวดเมื่อยเนื้อตัวมาก ฯลฯ  ภายใน 7 วันหลังจากเดินทางกลับ ควรสวมหน้ากากอนามัย  หรือใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอจาม  และรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำในการปฏิบัติตนอย่างเข้มงวด
 4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดย

  4.1 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้  ดื่มน้ำสะอาดและนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และสุรา
  4.2 หมั่นล้างมือบ่อยๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการไอ จาม
  4.3 หากพบว่ามีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ภายในบ้านหรือสถานที่ทำงานเดียวกัน  ต้องรีบแจ้งสำนักงานสาธารณสุขหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน   เพื่อเข้าดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดทันที

  หากมีข้อสงสัย  สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ  กรมควบคุมโรค  หมายเลข 0 2590 3333  และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข  www.moph.go.th

      กระทรวงสาธารณสุข
     วันที่  28  เมษายน  2552