ไลฟ์สไตล์

ยอดพระเมรุประดับ'เบญจปฎลเศวตฉัตร'ขาว5ชั้น

ยอดพระเมรุประดับ'เบญจปฎลเศวตฉัตร'ขาว5ชั้น

19 ก.ย. 2554

ยอดพระเมรุประดับ'เบญจปฎลเศวตฉัตร'ขาว 5 ชั้นสมพระเกียรติเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ เริ่มก่อสร้างปลายเดือน ธค.นี้

       19 ก.ย.54 นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะผู้ดำเนินการออกแบบพระเมรุ และควบคุมการก่อสร้างพระเมรุและอาคารประกอบพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร และนายกมล สุวุฒโท อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ แถลงข่าวการออกแบบและการก่อสร้างพระเมรุพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ

         นางสุกุมล กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลมอบหมายให้ วธ. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบออกแบบ และก่อสร้างพระเมรุและอาคารประกอบในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ โดยมอบหมายให้กรมศิลปากร เตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด บัดนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รูปแบบพระเมรุแล้ว และพระราชทานกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพในวันที่ 9 เม.ย.2555 ดังนั้น วธ. จะเริ่มดำเนินการตามภารกิจต่างๆ โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรดำเนินการเขียนแบบพระเมรุ และเริ่มงานก่อสร้าง อาคารประกอบ รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ ที่ใช้ในงานพระราชพิธี

         นางโสมสุดา กล่าวว่า ในส่วนของ กรมศิลปากร ได้เตรียมความพร้อมในภารกิจงานพระราชพิธี 4 ด้าน ได้แก่ 1. การจัดสร้างพระเมรุ และอาคารประกอบ 2. การจัดทำหนังสือจดหมายเหตุ และหนังสือที่ระลึก 3. การบรรเลงดนตรีไทยและประโคมย่ำยาม และ 4. การจัดการแสดงมหรสพสมโภช ตามโบราณราชประเพณี และตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

         พล.อ.ต.อาวุธ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่างพระเมรุแล้ว ซึ่งคล้ายกับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แต่เปลี่ยนยอดพระเมรุเป็นยอดมณฑป และมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย ให้เป็นไปตามพระเกียรติยศ ของ สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ ส่วนขนาดของพระเมรุนั้นได้กำหนดขนาด กว้าง 28 เมตร ยาว 30 เมตร สูง 33 เมตร โดยยกพื้นเป็น 2 ระดับ ชั้นล่างเดินได้รอบ สูง 1.20 เมตร ส่วนชั้นบน ที่ตั้งจิตกาธาน มีความสูง 3 เมตร

         “การที่ขนาดพระเมรุย่อมกว่า เพราะครั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ พระศพอยู่ในหีบ ดังนั้น พื้นที่ที่จะใช้จึงมากกว่า ซึ่งครั้งนี้พระศพอยู่ในพระโกศ พระจิตกาธานจึงเล็กกว่า ส่วนการตกแต่งต่างๆ มีลักษณะคล้ายกัน สำหรับผ้าทองย่นนั้นจะนำมาจากประเทศจีน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นธุระจัดหา โดยจะใช้ประมาณ 80 ม้วน ม้วนหนึ่งยาวประมาณ 70 เมตร” พล.อ.ต.อาวุธ กล่าว

         พล.อ.ต. อาวุธ กล่าวต่อไปว่า ปีนี้เป็นปีมหามงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีรับสั่งว่า ไม่ต้องการให้มีพระเมรุอยู่บริเวณท้องสนามหลวงในช่วงเวลาดังกล่าว จึงคิดว่าจะเข้าไปก่อสร้างและประกอบที่สนามหลวงในภายหลังจากงานเฉลิมพระชนมพรรษาในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ โดยระหว่างนี้จะมีการขยายแบบที่โรงละครแห่งชาติ แล้วนำไปประกอบภายหลัง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนแล้วเสร็จในปลายเดือนมีนาคม 2555 ส่วนงานที่จะต้องดำเนินงานก่อน คือบูรณะเวชยันตราชรถ การสร้างพระโกศจันทน์ ซึ่งครั้งนี้จะใช้ไม้จันทน์จำนวนไม่มาก และการจัดสร้างพระโกศ (พระอัฐิ) ด้วยทองคำลงยา สำหรับรูปปั้นเทวดาจะใช้ของเก่าบางส่วน และจัดทำเพิ่มเติมด้วย

         “ส่วนช่างแทงหยวกงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ลูกหลานของนายประสม สุสุทธิ ช่างเมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้แทงหยวกงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เนื่องจากนายประสมได้เสียชีวิตโดยได้ประสานไปยังลูกหลานทุกแจ้งมาว่าคนยินดีช่วยดำเนินการเรื่องการแทงหยวก ส่วนฉัตรที่จะใช้ประดับยอดพระเมรุนั้นเป็น “เบญจปฎลเศวตฉัตร” เป็นฉัตรขาว 5 ชั้น มีระบายขลิบทองแผ่ลวดซ้อน 2 ชั้น ใช้สำหรับพระราชวงศ์ที่ดำรงพระอิสริยยศชั้น "เจ้าฟ้า" พล.อ.ต.อาวุธ กล่าว

         ด้าน นายกมล กล่าวว่า สบศ. ได้รับมอบหมายให้จัดทำศิลปกรรมประกอบพระเมรุ และร่วมกับกรมศิลปากรจัดมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ ซึ่งในส่วนของฉากบังเพลิงจะมีการเขียนใหม่ ขณะนี้ได้ออกแบบไว้แล้ว แต่ต้องรอการจัดสร้างสถาปัตยกรรมพระเมรุให้แล้วเสร็จก่อน ส่วนแนวคิดจากการออกแบบจะใช้หลักการเดียวกับครั้งพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยมีทั้งฉากชั้นนอกและชั้นใน โดยชั้นนอกเป็นฉากบังเพลิง 4 ด้านของทางขึ้นและลง นำเสนอเทวดาท่ายืน 4 องค์ รวม 16 องค์ มีสัญลักษณ์ของสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ส่วนฉากบังเพลิงชั้นใน จะมีลักษณะของเทวดาส่งเสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์ และจะมีการออกแบบผนังประกอบพระเมรุด้านในด้วย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ นายสาคร โสภา นายสนั่น รัตนะ ซึ่งเป็นอาจารย์ของวิทยาลัยช่างศิลป์สบศ. เป็นผู้ดำเนินการ