
เกือบตาย ประกันยังไม่จ่าย
สามีดิฉันขับรถหกล้อ มีรถเก๋งพุ่งออกมาจากทางแยก ทำให้ต้องเบรกรถกะทันหันและไปชนกับเสาไฟฟ้า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550 สามีบาดเจ็บสาหัส เส้นเลือดขาดต้องตัดขา 2 ข้าง ดิฉันต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด ประกันชั้น 1
หลังเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน ร้อยเวรติดต่อให้ดิฉันและสามีไปให้ปากคำ และนัดคนขับรถเก๋งมาเจรจาด้วย คนที่ขับรถเก๋งเป็นผู้ชายอายุ 75 ปี เป็นข้าราชการบำนาญ ดิฉันขอให้เขาช่วยเหลือเยียวยาค่ารักษาพยาบาล โดยให้ดูจากใบเสร็จ ซึ่งดิฉันออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดไม่สามารถไปเบิกกับใครได้
ทางคู่กรณีได้ส่งเจ้าหน้าที่วิริยะประกันภัยมาเจรจา แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่มีอะไรคืบหน้า เจรจาครั้งสุดท้ายประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2550 บอกว่า ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือให้ฟ้องร้องต่อศาล ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน บริษัทประกันยังไม่จ่าย ดิฉันข้องใจว่า ทำไมบริษัทต้องให้เราฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชย ทั้งๆ ที่คนขับรถเก๋งคันที่เอาประกันกับวิริยะประกันภัยก็ยอมรับแล้วว่าเขาผิด
ส่วนพ.ร.บ.รถของสามี เป็นของบริษัท มิตรแท้ประกันภัย ขอเคลมประกันเงินชดเชยจำนวน 15,000 บาท ก็ยังไม่จ่าย บอกว่า ขอปรึกษาบริษัทก่อน ปัจจุบันก็ยังเงียบ
พรทิพย์
ตอบ
พ.ต.ท.ชาติชาย จิตสงบ พนักงานสอบสวน (สบ 3) สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ชี้แจงว่า ที่เกิดเหตุเป็นสี่แยก รถหกล้อและรถเก๋งชนกันกลางสี่แยก รถหกล้อไปชนเสาไฟฟ้าขาดสองท่อน ชนบ้านคน และรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ข้างทาง จากการสอบปากคำรวมทั้งพยาน และตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ได้แจ้งข้อหาประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย ให้ต่างฝ่ายชดเชยคนเจ็บ ชดใช้ค่าเสียหายซึ่งกันและกัน ซึ่งฝ่ายรถเก๋งยอมรับว่าประมาท และได้ชดใช้ค่าเสียหายในส่วนของเสาไฟฟ้า บ้านคน และรถมอเตอร์ไซค์ ฝ่ายรถหกล้อยังไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายใดๆ เนื่องจากไม่ยอมรับว่าคำตัดสินว่าประมาทร่วม
ที่เกิดเหตุเป็นเขตเทศบาลและชุมชน รถหกล้อต้องขับผ่านทางแยกด้วยความระมัดระวัง แต่จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มองได้ว่าขับมาด้วยความเร็วรถชนกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุเอารถไม่อยู่ จนทำให้เกิดความเสียหายรุนแรง
ส่วนของประกันก็ต้องรอคำตัดสินเช่นกัน บริษัทประกันของรถเก๋งยังไม่สามารถจ่ายค่าเสียหายใดๆ ได้จนกว่าจะมีคำสั่งศาล
ลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด ชี้แจงว่า ได้จ่ายค่ายรักษาพยาบาลเบื้องต้น ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 ส่วนค่าชดเชยการขาดประโยชน์ของผู้ขับขี่อีก 15,000 บาทนั้น พ.ร.บ.ของคนขับรถหกล้อเมื่อปี 2550 ยังไม่มีในส่วนของค่าชดเชย เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขตาม พ.ร.บ. ที่เริ่มมีผลบังคับในส่วนของค่าชดเชยการขาดประโยชน์ในวันที่ 1 มกราคม 2553 และไม่มีผลย้อนหลัง
ฝ่ายสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ชี้แจงว่า คนขับรถทั้งสองฝ่ายพิการทั้งคู่ คนขับหกล้อต้องตัดขาทั้งสองข้าง ส่วนรถเก๋งที่ทำประกันกับบริษัทวิริยะก็เป็นอัมพาตครึ่งตัว เบื้องต้นคนขับรถเก๋งสารภาพว่า ขับขี่โดยประมาทจริง ทางอัยการได้ส่งฟ้องทั้งสองฝ่าย คู่กรณีไม่ยอมรับ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอคำตัดสินศาลฎีกาว่าใครเป็นฝ่ายประมาท
ฝ่ายสินไหมทดแทนบอกว่า รอคำตัดสินก่อน ถ้าฝ่ายรถเก๋งผิดก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ
ลุงแจ่ม



