
"BIG GIVE" เกิดที่นี่ คลอดที่นี่ ไม่มีค่าใช้จ่าย (3)
ช่วงใกล้คลอด เป็นช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภจะอึดอัด ไม่สบายตัวมากที่สุด เวลานอนต้องนอนตะแคงตลอด ปวดเมื่อยไปหมด ปวดหลัง เท้าบวม ทุกอย่างที่รู้สึกแย่
โดยเฉพาะเรื่องของฮอร์โมนที่จะทำให้รู้สึกหดหู่ ไม่พอใจ ร้องไห้ง่าย ทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน วิตกกังวลไปหมดว่า จะคลอดยังไง จะเจ็บไหม จนวันที่ลูกเกิด รู้สึกถึงความรัก 2 อย่าง คือ “รักลูก” และ “รักแม่” ตัวเองมากๆ”
สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้
28-32 สัปดาห์ ทารกจะโตขึ้นมากจนไปกดอวัยวะในท้องแม่ เริ่มมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าไม่ว่าจะเป็น แสง เสียง หรือรสชาติ ที่ผ่านมาทางหน้าท้องของคุณแม่ได้ ทารกยังสามารถแยกรสหวานและเปรี้ยวได้ อวัยวะสำคัญๆ เริ่มทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น ยกเว้นปอดที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่นัก อีกทั้งสมองของทารกยังเติบโตมากขึ้นกว่าเดิมมาก ดังนั้นถ้าทารกคลอดในระยะนี้จะมีโอกาสรอดค่อนข้างสูงมาก
32-36 สัปดาห์ ช่วงเดือนนี้ท้องคุณแม่จะขยายใหญ่เกือบจะเต็มที่ เพราะทารกเริ่มมีน้ำหนักอยู่ที่ 2-3 กิโลกรัมแล้ว ทารกจะมีไขมันสะสมเหมือนเด็กแรกเกิด บางคนอาจจะอยู่ในท่ากลับหัวพร้อมจะคลอดแล้ว แต่โดยเฉลี่ยแล้วช่วงนี้ทารกจะขยับตัวน้อยลง เพราะพื้นที่ในท้องคุณแม่มีไม่เพียงพอแล้ว อวัยวะต่างๆ เริ่มทำงานเป็นระบบขึ้น น้ำดีและน้ำคร่ำที่ทารกกลืนเข้าไปจะไปสะสมอยู่ในลำไส้ซึ่งทารกจะขับถ่ายออกมาเป็น “ขี้เทา” ในภายหลัง
ในช่วงนี้คุณแม่บางท่านอาจจะเจอภาวะ “เจ็บท้องหลอก” ซึ่งเกิดจากการหดรัดของมดลูกเพื่อดันทารกมาประชิดปากมดลูก เพื่อจะคลอดทารกออกมานั่นเอง
36 สัปดาห์ ทารกพร้อมจะออกมาดูโลกแล้ว น้ำหนักโดยเฉลี่ยจะอยู่ 3 กก. มีชั้นไขมันหนาเพื่อเก็บเป็นพลังสำรองหลังคลอด ทำให้ทารกดูอ้วนกลม อวัยวะทุกส่วนทำงานเป็นระบบ รวมถึงปอดด้วย ทารกจะอยู่ในท่ากลับหัวเชิงกราน เพื่อให้หัวกดปากมดลูกให้เปิดออก ช่วยให้คุณแม่คลอดง่ายขึ้น ทารกส่วนใหญ่จะคลอดตามกำหนด หรือช้ากว่ากำหนดไม่เกิน 2 สัปดาห์ ทารกจะมีฟันพร้อมฝังอยู่ในขากรรไกรเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอให้มีอายุ 4 เดือน ฟันน้ำนมก็จะงอกขึ้นมาเอง
ข้อควรระวัง
ถ้าทารกคลอดช้ากว่ากำหนดเกิน 2 สัปดาห์ ออกซิเจน และสารอาหารที่ทารกเคยได้รับ จะเริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการ แพทย์จำเป็นจะต้องใช้ยาเร่งคลอด หรือผ่าตัดคลอด เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารก
โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร.1719



