
สบตาพระอาทิตย์ ลิ้มรสเมนูทะเล
ชวนชิม : สบตาพระอาทิตย์ ลิ้มรสเมนูทะเล อยากอร่อยกับอาหารทะเลสดต้องที่นี่
ถามคุณว่าไปภูเก็ตครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ (เอ..จะได้คำตอบอย่างไรเนี่ย) แต่พอย้อนกลับมาถามตัวเอง ก็ต้องอึ้งกันนิดเพื่อให้เวลานึกแล้วก็ถึงบางอ้อว่าครั้งสุดท้ายที่มาเยือนก็ประมาณต้นปีที่ผ่านมา และทุกครั้งที่มาจังหวัดนี้จะได้พบกับประสบการณ์ที่แปลกและแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ที่เที่ยว ชายหา รวมไปถึงร้านอาหารรสเลิศกับบรรยากาศโดยรอบ
ซึ่งการเดินทางมาเยือนแดนไข่มุกแห่งอันดามันครั้งนี้ก็ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ชักชวนมาชิมอาหารรสเลิศที่รังสรรค์ ด้วยเชฟคนเก่ง อเล็ค โลมาส ของโรงแรมเดอะพาวิลเลียน ภูเก็ต ในเครือเรอเลซ์ แอนด์ ชาโตว์ รังสรรค์ 4 เมนูสุดหรูรสเลิศเพื่อเสิร์ฟให้แก่ผู้โดยสารชั้นบิสสิเนสของสายการบิน และไหนๆ ก็มาเยือนถึงถิ่นจะชิมเพียง 4 เมนูก็ใช่ที่ ยิ่งได้ยินมาว่าโรงแรมนี้มีที่นั่งชิลๆ อาหารอร่อยๆ แล้วนักท่องเที่ยวก็ยกให้เป็นเดอะเบสท์ ซันเซ็ท บาร์ อิน ภูเก็ต หรือแปลเป็นไทยง่ายว่าบาร์ที่นั่งสบตากับพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด..
อะนะ..ว่าแล้วก็ขอไปนั่งสบตากับพระอาทิตย์ตามคำเชื้อเชิญของเจ้าภาพ โดยบาร์นี้มีชื่อเรียกว่า "บาร์ 360 ํ" เพียงเดินมาถึงหน้าร้านก็บอกถึงความเป็นธรรมชาติ ด้วยรายลอบไปด้วยต้นกระจกใบสวยที่เขานำหลอดไฟเล็กๆ มาผูกติดกับกระดาษสีนวลตา เมื่อเปิดไฟก็เสมือนหิ่งห้อยเกาะอยู่เต็มต้นไม้ ยิ่งเดินขึ้นไปถึงด้านบนยอมรับจริงๆ ว่า 360 องศาที่ตั้งชื่อนั่นคือการมองวิวรอบภูเก็ตได้แบบหมุนรอบตัวจึงเป็นที่มาของชื่อบาร์นี้...ในขณะที่หาที่นั่งได้เหมาะเจาะรอสบตาพระอาทิตย์ที่กำลังตก พร้อมกับท้องฟ้าไล่สีส้มฉานมาเรื่อยๆ พนักงานสาวก็ผสมค็อกเทลแสนนุ่มลิ้น ถึง 2 แก้ว คือ "360 ํ "ที่มีส่วนผสมที่ลงตัวจึงให้รสชาติที่โดนใจ และเป็นที่ติดใจแก้วแรกๆ ของผู้ที่มาเยือน ยังค่ะขณะที่กำลังละเลียดค็อกเทลสีสวยอยู่นั่น พนักงานสาวสวยคนเดิมก็ขยันผสมค็อกเทลมาให้อีกแก้ว ที่ชื่อว่า "ไฟร์ แอนด์ ไอซ์" เสิร์ฟแล้วบอกว่าไม่ชิมไม่ได้ค่ะ...และเพียงจิบก็รับรู้ถึงความเปรี้ยวของน้ำเสาวรสมาเป็นอับดับแรก...ยิ่งเมื่อผสมกับส่วนผสมอื่นๆ อย่างลงตัว..ก็ทำเอาเกือบลืมพระอาทิตย์ที่เฝ้าจับตามอง
ระหว่างที่เฝ้ามองพระอาทิตย์นั่นเอง เชฟคนเก่งก็เดินมาหลังจากไปหายไปอยู่ในครัวครู่หนึ่ง แล้วเล่าให้ฟังว่าบาร์นี้อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลที่ปรุงอย่างเบาๆ ง่ายๆ เพื่อเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยคลอไปกับการดูพระอาทิตย์ตกพร้อมกับพุดคุยกันไปอย่างสบายๆ ว่าแล้วก็ยกเมนูแรกคือ "ปูนิ่มทอดราดซอสตะไคร้" ที่จัดแต่งมาอย่างสวยงาม ซึ่งเพียงตัดปูนิ่มใส่จานแล้วตักซอสราดนิ่มหน่อย ความกลมกล่อมทีได้จากซอสตะไคร์ก็ทำให้ต้องตักชิมอีกคำ..
กำลังเพลินกับปูนิ่ม "กุ้งลายเสือราดซอสเสาวรส" ก็ลอยมาวางตรงหน้า กับความที่รู้รสของเสาวรสอยู่แล้วจึงไม่รอช้าตักมาชิมพร้อมกับเนื้อมะม่วงสุกที่เชฟจัดสรรตกแต่งมาพร้อมในจานได้อย่างสวยงามและรสชาติก็ลงตัวกันได้อย่างดี เพราะรสหวานของมะม่วงสุกเบรกรสเปรี้ยวของเสาวรสได้พอดีบวกกับความสดแน่นๆ ของเนื้อกุ้งแบบเต็มๆ คำ ทำเอาติดใจติดรสไปอีกจาน ยังคะยังมีอีกหนึ่งซึ่งคราวนี้ก็เป็นเมนูกุ้งเหมือนกัน แต่เป็นกุ้งขาวตัวใหญ่ปรุงรสห่อด้วยแผ่นทอร์เทีย (คล้ายๆ แผ่นโรตี) มาในชื่อเมนู "กุ้งทาคอสสไตล์แคลิฟอร์เนีย" รสชาติออกจะถูกปากชาวต่างชาติละจานนี้...
และเมื่อเห็นเราทำหน้าปูเลี่ยนๆ อยู่นั่น เชฟคนเก่งก็ส่ง "สะเต๊ไก่" มาลิ้มรส ซึ่งกลิ่นเครื่องเทศในน้ำจิ้มโชยเข้าจมูกมาแต่ไกล ยิ่งเมื่อได้ลิ้มรสขอบอก..ติดใจกันอีกจาน จนลืมความตั้งใจแรกที่จะมาสบตาพระอาทิตย์ยามอัสดงเลย เพราะตอนนี้มืดสนิทมีเพียงแสงไฟที่กะพริบวับวาวจากต้นกระจงและแสงไฟพร่างพราวประหนึ่งดวงดาวใต้ท้องฟ้าจากบ้านหลังเล็กๆ ที่มองเห็นอยู่รอบตัวในด้านล่างของเขาลูกนี้
เอาเป็นว่าถ้าใครได้ไปสบตาพระอาทิตย์ที่บาร์ 360 ํ แห่งนี้ ช่วยบอกเก้าเล่าสิบว่าพระอาทิตย์บอกลาว่าอย่างไร แต่ก่อนไปกริ๊งกร้างไปสำรองที่นั่งก่อนได้ที่ 0-7631-7600 นะค่ะ...



