
นกเขนน้อยไซบีเรีย
นกป่าสัปดาห์ละตัว : มารู้จักกับ'นกเขนน้อยไซบีเรีย' โดย...http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer
หลังจากทัพหน้าของนกอพยพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกน้ำ (Waterbirds) ได้อพยพมาถึงประเทศไทยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าสู่เดือนกันยายน ก็มาถึงคราวของ Landbirds (ที่มักแปลเป็นไทยแบบตรงตัวสุดๆ ว่า “นกบก”) กันบ้าง ส่วนใหญ่เป็นนกขนาดเล็กที่ทยอยอพยพกันมาอาศัยสวนสาธารณะใกล้บ้านเราเป็นจุดแวะเติมพลังงานก่อนเดินทางต่อ จึงมักพบเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
นกอพยพย้ายถิ่นเหล่านี้หลายชนิดเป็นนกที่ปกติจะพบหากินตามป่า แต่เมื่อป่าในเส้นทางอพยพของพวกมันแทบไม่มีเหลืออยู่แล้วในบางพื้นที่ สวนสาธารณะที่พอจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่บ้าง จึงกลายเป็นแหล่งพักพิงไม่กี่แห่งที่เหลืออยู่ เมื่อพิจารณาถึงฟ้าฝนที่ไม่ค่อยเป็นใจกับกิจกรรมดูนกในช่วงนี้แล้ว ช่วงเวลานี้ของปีดูจะเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการเจียดเวลาว่างขณะที่อากาศดีๆ ไปดูนกตามสวนสาธารณะสักเล็กน้อย เพราะมีโอกาสพอสมควรในการพบนกอพยพที่ปกติไม่ค่อยได้เจอตามสวนใกล้บ้าน
นกเขนน้อยไซบีเรีย (Siberian Blue Robin) เป็นหนึ่งในนกตัวเล็กๆ ที่อพยพเป็นระยะทางไกลมาก ปกติจะพบมันเดินหาแมลงขนาดเล็กกินตามพื้นในป่าดิบ มีพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์คือมันจะกระดกหางถี่ๆ ตลอดเวลา แม้ตามปกติจะพบในป่า แต่ช่วงต้นและปลายฤดูกาลอพยพก็มักพบตามสวนสาธารณะได้บ่อยๆ
ตัวผู้และตัวเมียมีของนกชนิดนี้มีสีสันต่างกันอย่างสุดขั้ว นกตัวผู้จะมีลำตัวด้านบนเป็นสีน้ำเงิน ตัดกับท้องสีขาวโพลน และยังมีแถบสีดำพาดผ่านตาลากยาวแบ่งสีน้ำเงินและสีขาวออกจากกัน แต่นกเขนน้อยไซบีเรียที่เราพบกันบ่อยๆ มักจะเป็นตัวสีน้ำตาลตุ่นๆ มีลายเกล็ดจางๆ บริเวณคอและอก ท้องสีขาวนวล สีสันดูไม่สวยไม่เท่เหมือนนกตัวผู้ สาเหตุที่เรามักพบแต่นกเขนน้อยไซบีเรียที่สีตุ่นๆ เป็นเพราะไม่ได้มีเพียงนกตัวเมียเท่านั้นที่จะมีสีสันจืดชืด นกตัวผู้วัยเด็กและนกวัยรุ่นก็มีลำตัวเป็นสีน้ำตาลเช่นเดียวกัน เจ้าตัวผู้ที่ยังโตไม่เต็มที่เหล่านี้ต่างกับตัวเมียตรงที่พวกมันมีหางออกสีฟ้าๆ ด้วย
นกเขนน้อยไซบีเรีย ทำรังวางไข่ทางตอนเหนือของเอเชียตะวันออก ในช่วงฤดูหนาวนกส่วนใหญ่จะอพยพลงใต้ไปหากินอยู่ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นกบางตัวพลัดหลงไปไกลถึงทวีปยุโรป บางครั้งมันอาจอพยพรวมกันเป็นกลุ่มหลายสิบตัว และอพยพในเวลากลางคืนด้วย สำหรับประเทศไทยนกชนิดนี้เป็นนกอพยพนอกฤดูผสมพันธุ์ที่พบบ่อยทั่วทุกภาค แต่ในบางพื้นที่มีสถานะเป็นเพียงนกอพยพผ่านที่พบได้เฉพาะช่วงต้นและปลายฤดูหนาวเท่านั้น



