
นานาทัศนะศิลปกรรมแห่งชาติ
ศิลปกรรมไทยความงดงามที่ทรงคุณค่าของไทยไม่แพ้ชาติใด
คมความคิดในเชิงศิลปกรรมของชนชาติไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เริ่มแต่ปี พ.ศ. 2492 ศ.ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ได้เปิดเวทีให้คนรักงานศิลป์ได้ร่วมประชันฝีมือกัน มาปีนี้ครั้งที่ 57 ยังคงปรากฏผลงานศิลปกรรมสะท้อนมุมมองอันหลากหลาย โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มาเปิดนิทรรศการ และมอบรางวัลแก่ศิลปินผู้ได้รับรางวัล โดยมี ผศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร และ อ.สัมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ผู้อำนวยการหอศิลป ต้อนรับ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า
การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งล่าสุด ได้จัดแสดงผลงานประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อประสม รวม 140 ชิ้น โดยมีผลงานที่ได้รับรางวัลจำนวน 15 ชิ้น ที่เหลืออีก 125 ชิ้น เป็นผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมแสดง ที่ได้รับความสนใจก็อย่างผลงานสื่อประสมชื่อ
"มโนภาพแห่งทุกขสัจจะ หมายเลข 2" รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงินของ อัฐพร นิมมาลัยแก้ว ศิลปินชั้นเยี่ยมประจำปีนี้ โดยแรงบันดาลใจมาจากความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกสะท้อนความเป็นไปในสังคม
แนวความคิดน่าสนใจไม่แพ้กัน ผลงานจิตรกรรม รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดงชื่อ "ทางรอด คือ ปัญญา" ของประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์ ใครเห็นเป็นต้องสะดุดกับภาพหญิงสาวและโครงกระดูก เจ้าตัวเล่าว่าเกิดขึ้นตามหลักสัจธรรมที่เมื่อเผชิญกับความทุกข์ ความกลัวแล้วทุกอย่างจะดับไปตามความจริง เช่นเดียวกับผลงานประติมากรรมชื่อ "เรื่องเล่าจากที่ราบสูง" รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน ของประสิทธิ์ วิชายะ ที่สื่อถึงการใช้วิชาความรู้ของเหล่าครูบาอาจารย์ในทางผิด สุดท้ายก็จะพบแต่ความทุกข์แสนสาหัส เป็นต้น
และเช่นเคยนับแต่การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 13 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานผลงานฝีพระหัตถ์มาร่วมจัดแสดงด้วย โดยปีนี้ได้พระราชทานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ไม่ปรากฏชื่อ เทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ และภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ภาพการแข่งเรือ ยังความปลื้มปีติแก่ผู้จัดงานยิ่งนัก ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 กันยายนนี้



