
ฉันอยากขายกล้วยไม้
หอมกลิ่นกล้วยไม้ : ฉันอยากขายกล้วยไม้ แต่ไม่อยากได้เงิน(9) โดย...ศ.ระพี สาคริก [email protected]
������� ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากเข้าไปอยู่ในห้องพักแล้ว จึงรู้ว่าบ้านพักของเขามีห้องใต้ดินซึ่งเป็นแบบอเมริกันทั่ว ๆ ไป ลักษณะห้องใต้ดินของบ้านหลังนี้ ชั้นล่างใช้เป็นที่รับแขกโดยเฉพาะใช้เป็นห้องนอน รวมทั้งห้องอาหารซึ่งจมลงไปในดินจนแทบไม่เหลือ คงมีส่วนหนึ่งของหน้าต่างที่โผล่ขึ้นมาอยู่เหนือระดับพื้นดินเล็กน้อย และหน้าต่างบ้านนี้มีกระจกใสซึ่งส่วนบนอยู่เหนือระดับพื้นดินเล็กน้อยเกือบถึงพื้นชั้นบนของบ้าน
������� ดังนั้น ถ้านั่งอยู่บนเตียงนอนภายในห้องชั้นล่างของตัวบ้านแล้วหันหน้าออกมาสู่หน้าต่าง อย่างดีก็คงมีโอกาสแลเห็นสิ่งอันเป็นธรรมชาติซึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือระดับพื้นดินเพียงเล็กน้อย ภายในบริเวณห้องใต้ดินดังกล่าว ข้างฝาบ้านของจิม เต็มไปด้วยเครื่องประดับจำพวกเหรียญตราของนายทหารชั้นสูงที่นำมาติดประดับเอาไว้บ้าง แขวนเอาไว้บ้าง แทบจะเต็มไปหมด บ่ายวันนั้นจิมได้ขับรถพาฉันไปปฐมนิเทศโดยนำชมในบริเวณศูนย์วิจัยขีปนาวุธทั่วไปโดยไม่มีการปิดบังเป็นความลับ แม้กระทั่งคลังเก็บขีปนาวุธซึ่งเป็นห้องใต้ดินอีกเช่นกัน
������� นี่แหละคือภาษากล้วยไม้ ซึ่งแฝงเอาไว้ด้วยคุณงามความดีจนกระทั่งได้รับความไว้วางใจอย่างสนิทของคนที่มีจิตใจรักกล้วยไม้อันหมายถึงคุณงามความดีของมนุษยชาติ ซึ่งแม้จะคบค้ากันไม่นานแต่เราก็มีจิตใจถึงซึ่งกันและกันได้อย่างลึกซึ้ง�
������� ที่น่าสนใจก็คือ คืนวันนั้นหลังกลับจากปาฐกถาในสมาคมแล้วฉันได้เข้านอนตามกาลเวลา จนกระทั่งถึงเวลาประมาณสองยามกว่า ๆ เห็นจะได้ ในขณะที่ความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น หูฉันก็ได้ยินเสียงไซเรนดังครวญครางก้องไปแทบจะทั่วทั้งป่า� เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นแต่เช้าตรู่ และรีบกระวีกระวาดลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงนอน หลังจากนั้นจึงมองผ่านหน้าต่างออกไปสู่ด้านนอกทำให้มีโอกาสแลเห็นภาพอันสวยสดงดงามอย่างน่าประหลาดใจ
������� สิ่งแรกก็คือฉันได้เห็น กระต่ายป่า 2 - 3 ตัวกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่เหนือใบไม้แห้ง ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังได้พบภาพกล้วยไม้ดินในสกุล ไซพรีพิเดียม หรือชนิดหนึ่งของสกุลรองเท้านารีที่โผล่อยู่เหนือพื้นดินประมาณ 3 - 4 นิ้วฟุต อันควรถือว่าเป็นเช้าที่สดใส เช้าวันนั้น หลังจากจิมได้ตื่นขึ้นมาแล้วก็มานั่งรับประทานอาหารเช้าร่วมกับฉันบนเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวภายในห้องใต้ดิน และจิมเป็นคนปรุงอาหารให้ฉันบริโภคด้วยตนเองตามแบบฉบับของคนอเมริกัน
������� เสียงจิมถามฉันด้วยความสุภาพเรียบร้อยว่า โปรเฟสเซอร์เมื่อคืนนี้คุณได้ยินเสียงอะไรไหม ฉันอมยิ้มนิดหน่อยและได้ตอบเขาไปด้วยเสียงอันเป็นปกติว่า เสียงไซเรนใช่หรือเปล่า ใช่แล้ว ผมได้ยินเสียงมันร้องครวญครางอยู่หลายที หลังจากนั้นเสียงจิมพูดกับฉันว่า คุณอย่าไปสนใจอะไรมันให้มากนะ ที่นี่น่ะ หมาติดรั้วตัวเดียวมันก็ดัง�



