ไลฟ์สไตล์

น้ำส้มควันไม้'ยูคาลิปตัส'

น้ำส้มควันไม้'ยูคาลิปตัส'

15 ก.ย. 2554

น้ำส้มควันไม้'ยูคาลิปตัส' กำจัดเชื้อรา'มะม่วง'ชะงัด

         จากที่มะม่วงเป็นไม้ผลสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของไทย เนื่องจากมีการบริโภคทั้งในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ ในรูปผลสดและแปรรูป เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงโดยเฉพาะวิตามิน เอ และ บี แต่ปัญหาสำคัญในการผลิตและจัดจำหน่ายคือ การเข้าทำลายของเชื้อราคอลเลตโตตริกัม กริโอสปอริออยเดส (Colletotrichum gloeosporioides) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคแอนแทรคโนส โดยทำให้เกิดลักษณะจุดสีดำ รูปร่างกลม ในระหว่างการบ่มหรือขนส่งจุดแผลเหล่านี้จะขยายใหญ่ขึ้น และลุกลาม ทำให้เน่าทั้งผลได้

         ดร.สรัญยา วัลยะเสวี สังกัดภาควิชากีฏวิทยาและโรคพืช คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า อาการจุดเน่าดำดังกล่าวนี้พบทำความเสียหายกับมะม่วงเกือบทุกสายพันธุ์ นอกจากนี้เชื้อราชนิดนี้ยังสามารถแฝงอยู่กับผลตั้งแต่อยู่ในแปลงปลูกโดยไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม เช่น ผลสุก หรือมีความชื้นสูงในระหว่างการเก็บรักษา หรือบรรจุหีบห่อเพื่อการขนส่ง จะแสดงอาการได้ ซึ่งสามารถเข้าทำลายมะม่วงได้ตลอดระยะการเจริญเติบโต รวมทั้งหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วย

         ด้วยสาเหตุเหล่านี้ ตนเองและทีมงานจึงได้ศึกษาการทนทานต่อสารกำจัดเชื้อราคาร์เบนดาซิมและความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของเชื้อราคอลเลตโตตริกัม กริโอสปอริออยเดส (Colletotrichum gloeosporioides) สาเหตุโรคแอนแทรคโนสในมะม่วง เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในระดับชีวโมเลกุล ที่มีผลทำให้เกิดความต้านทานต่อสารคาร์เบนดาซิมของเชื้อรา อันจะนำไปสู่การหาวิธีที่เหมาะสมในการควบคุมป้องกันได้อย่างถูกวิธี โดยเลือกใช้น้ำส้มควันไม้ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเผาถ่านธรรมชาติไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อราและแมลงได้หลายชนิด และยังช่วยให้พืชผักมีความสด กรอบ รสชาติดีขึ้น

         "เราได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของสารชีวภัณฑ์ในการควบคุมเชื้อราคอลเลตโตตริกัม (Colletotrichum spp.) โดยทดสอบประสิทธิภาพของน้ำส้มควันไม้ 2 ชนิด คือน้ำส้มควันไม้ยูคาลิปตัส และน้ำส้มควันไม้สะเดา โดยผสมในอาหารเลี้ยงเชื้อพีดีเอ พบว่าน้ำส้มควันไม้ยูคาลิปตัสมีประสิทธิภาพดีกว่าน้ำส้มควันไม้สะเดา" อาจารย์บอกถึงการเลือกใช้น้ำส้มคัวนไม้ยูคาลิปตัส

         ทั้งนี้ จากการทดสอบการควบคุมโรคแอนแทรคโนสบนผลมะม่วงภายหลังการปลูกเชื้อราคอลเลตโตตริกัม กริโอสปอริออยเดส (C.gloeosporioides) ระยะเวลา 16 วัน พบว่าการแช่มะม่วงในน้ำส้มควันไม้ยูคาลิปตัส 1% เป็นเวลา 1 นาที มีประสิทธิภาพยับยั้งการเกิดโรคบนผลได้ โดยยับยั้งเชื้อราสายพันธุ์ปกติ (S53) และเชื้อสายพันธุ์ต้านทานสารกำจัดเชื้อราคาร์เบนดาซิมระดับปานกลางได้ 100%

         ส่วนในกรณีเชื้อสายพันธุ์ต้านทานสารกำจัดเชื้อราคาร์เบนดาซิมระดับสูง สามารถยับยั้งการเกิดโรคได้ 55.17% แต่หากแช่เป็นเวลา 3 และ 5 นาที จะมีประสิทธิภาพยับยั้งการเกิดโรคได้ในช่วง 35.86-55.78% และ 46.21-100% ตามลำดับ นอกจากนี้พบว่าการแช่น้ำส้มควันไม้ยูคาลิปตัส 2% เป็นเวลา 1 นาที และ 3% เป็นเวลา 5 นาที มีประสิทธิภาพในการเกิดโรคจากเชื้อสายพันธุ์ปกติได้ 100% 

         อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบคุณภาพของมะม่วงภายหลังจากแช่น้ำส้มควันไม้เป็นเวลา 16 วัน พบว่ากลิ่นจะหายไปในวันแรกหลังจากการแช่น้ำส้มควันไม้ และไม่พบอาการของโรคที่ผล ส่วนสีเปลือก รสชาติของมะม่วงไม่ต่างจากก่อนนำมาแช่น้ำส้มควันไม้แต่อย่างไร ทว่า หากเกษตรกรรายใดสนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.สรัญยา โทร.053-944-021 หรือ [email protected]