ไลฟ์สไตล์

โซนี่เตรียมปล่อย'เพลย์สเตชั่นวิต้า'17ธ.ค.นี้

โซนี่เตรียมปล่อย'เพลย์สเตชั่นวิต้า'17ธ.ค.นี้

14 ก.ย. 2554

บริษัทโซนี่ คอร์ป เตรียมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเกมส์ใหม่ล่าสุด ชื่อ 'เพลย์ สเตชั่น วิต้า' ในญี่ปุ่น 17 ธันวาคมนี้

          14 ก.ย.54 บริษัทโซนี่ คอร์ป เตรียมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเกมส์ใหม่ล่าสุด ที่ใช้ชื่อว่า " เพลย์ สเตชั่น วิต้า " ( PlayStation Vita) ที่ญี่ปุ่น ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ โดยเพลย์ สเตชั่น วิต้า ได้รับการพัฒนาให้มีความล้ำหน้ามากกว่าเครื่องเล่นในกลุ่มเพลย์ สเตชั่น เจนเนอเรชั่นก่อนหน้านี้

          ผู้เล่นเกม เพลย์ สเตชั่น วิต้า สามารถเล่นเกมในระบบหน้าจอสัมผัส พร้อมทั้งระบบจับความ
เคลื่อนไหว ซึ่งผู้บริหารของโซนี่ ระบุว่า เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของโซนี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่การเปิดตัวเครื่องเล่นเพลย์ สเตชั่น เมื่อ 3 ปีก่อน และก่อนหน้านี้ โซนี่ ระบุว่า เครื่องเล่นเพลย์ สเตชั่น วิต้า จะมีวางจำหน่ายตามร้านค้าในญี่ปุ่นภายในสิ้นปีนี้ แต่จะพลาดช่วงเทศกาลวันหยุดคริสต์มาส ซึ่งเป็นฤดูกาลจับจ่ายของขวัญในอเมริกาเหนือและยุโรป    
 
          เพลย์ สเตชั่น วิต้า จะวางจำหน่ายในญี่ปุ่น ในราคาเครื่องละ 24,980 เยน หรือราว 9,700 บาท
สำหรับ วาย-ฟาย เวอร์ชั่น และราคา 29,980 เยน สำหรับรุ่นที่ใช้กับระบบ 3 จี ที่สามารถหาซื้อได้จากร้านของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เอ็นทีทีโดโคโมะ 

          สำหรับที่สหรัฐ ผู้เล่นสามารถใช้เพลย์ สเตชั่น วิต้า เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครื่องชนิดเดียวกัน
ผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือและวาย-ฟาย ซึ่งจะมีเทคโนโลยีตรวจสอบพิกัดของผู้เล่นผ่านระบบจีพีเอส ซึ่งจะมีราคาจำหน่ายเครื่องละ 249 ดอลล่าร์ หรือราว 7,400 บาท แต่ถ้าใช้ระบบ 3 จี ที่เชื่อมต่อกับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ จะมีราคาอยู่ที่ 299 ดอลล่าร์ หรือราว 8,900 บาท

          เพลย์ สเตชั่น วิต้า ประกอบด้วยกล้องแบบหน้าหลัง จอหน้าเป็นระบบทัชสกรีน ด้านหลังมีแผ่น
สัมผัสและจอยสติ๊ก 2 ข้าง ซึ่งนอกจากจะเล่นเกมและรับส่งอีเมลได้แล้ว เพลย์ สเตชั่น วิต้า ยังมีบริการสื่อสารที่เรียกว่า " ปาร์ตี้ " ที่ผู้เล่นสามารถพูดคุยและส่งข้อความในลักษณะ " แช็ต " ได้อีก
ด้วย และยังมีระบบตรวจจับสัญญาณของเครื่องลักษณะเดียวกันที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อจะได้ทราบ
ว่า อีกฝ่ายเล่นเกมอะไรอยู่ และยังสามารถแลกเปลี่ยนเกมกันเล่นได้ด้วย

          บรรดาอุปกรณ์เล่นเกม ทั้งเพลย์ สเตชั่น ของโซนี่และนินเทนโด้ ต่างตกอยู่ภายใต้กระแสกดดันจากอุปกรณ์สื่อสารอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เช่น ไอโฟนและไอแพดของแอ๊ปเปิล ที่พยายามพัฒนาสินค้าราคาถูกและยังจะมีเกมให้เล่นฟรี ที่สามารถดาวน์โหลดได้อย่างไม่จำกัด ทำให้บริษัทผลิตเกมอย่างนินเทนโด ต้องหั่นราคาเกมสามมิติลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลา 6 เดือน หลังพบว่ายอดขายอ่อนตัวอย่างหนัก