ไลฟ์สไตล์

อาหารนั้นสำคัญไฉนในผู้ป่วยมะเร็ง

อาหารนั้นสำคัญไฉนในผู้ป่วยมะเร็ง

13 ก.ย. 2554

อาหารนั้นสำคัญไฉน ในผู้ป่วยมะเร็ง

          “มะเร็ง” เพชฌฆาตร้ายอันดับหนึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกจนใครๆ ก็ขยาดกลัว แต่คนเป็นโรคมะเร็งไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตจากโรคนี้ทุกคน หากได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์อย่างถูกแบบแผนและดำเนินวิถีชีวิตอย่างถูกหลักโดยเฉพาะในด้านภาวะโภชนาการ ด้วยเหตุนี้มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย องค์กรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง จึงได้จัดเสวนาในหัวข้อ “อาหารนั้นสำคัญไฉนในผู้ป่วยมะเร็ง”

          โดยมี นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ อุปนายกฯ และ พญ.สิรกานต์ เตชะวณิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โภชนาการ เข้าร่วมให้ความรู้ ที่ห้องมณฑาทิพย์ 4 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

          นพ.วิโรจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคมะเร็งสูงเป็นอันดับต้นๆ โดยชนิดของมะเร็งที่คร่าชีวิตชายไทยมากที่สุดคือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี รองลงมาคือมะเร็งปอด ส่วนเพศหญิงคือ มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งคือ การรับประทานอาหาร เพราะในการรักษาแต่ละวิธีจะทำให้ร่างกายเกิดผลข้างเคียง

          ถ้าร่างกายขาดสารอาหารหรือมีโภชนาการที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้า และทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาลดลง มีคนไข้โรคมะเร็งหลายคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จะทนการรักษาไม่ดีและติดเชื้อได้ง่าย ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะรักษาไม่ได้ประสิทธิผล ขณะที่คนไข้อีกหลายคนรับประทานอาหารเต็มที่ จนร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ทำให้รักษาได้ผลดี

          ด้วยเหตุนี้เรื่องของภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ย่อมส่งผลให้การรักษาผู้ป่วยมะเร็งมีประสิทธิผลดีอย่างชัดเจน โดย พญ.สิรกานต์ เปิดเผยว่า การรักษาโรคมะเร็งจะได้ผลดีกับผู้ป่วยที่มีโภชนาการที่ดี ผู้ป่วยที่รับประทานอาหารได้ดี ย่อมสามารถต่อสู้กับอาการข้างเคียงจากการรักษา และช่วยให้รับมือกับปริมาณยาบางตัวในระดับสูงๆ ได้ หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือฉายรังสีมา ร่างกายจำเป็นต้องใช้โปรตีนในการรักษาเนื้อเยื่อในร่างกายและต่อสู้กับการติดเชื้ออักเสบ ดังนั้นหากขาดโปรตีน ร่างกายจะใช้เวลานานมากกว่าเพื่อจะฟื้นตัวจากโรคภัยไข้เจ็บ

          “สำหรับอาหารที่ให้โปรตีนนั้นได้มาจากพืชและสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วเปลือกแข็ง (nuts) ถั่วฝักแห้ง (dried beans) ถั่วฝักเมล็ดกลม หรือพี (peas) ถั่วเมล็ดแบน (lentils) เลนทิลส์ และอาหารจากเต้าหู้ ต้องเน้นว่าถ้าให้อาหารโปรตีนสูง คนไข้ต้องได้รับพลังงานทั้งวันที่เพียงพอก่อน โปรตีนถึงจะนำไปเสริมสร้างเซลล์ส่วนที่สึกหรอซึ่งอาจเป็นผลของการรักษาได้

          ส่วนที่มีผู้เข้าใจว่าโปรตีนที่มาจากสัตว์ไม่ดีนั้น หมอขอแก้ความเข้าใจผิดตรงนี้ เพราะโปรตีนจากสัตว์มีคุณภาพดี ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น ส่วนโปรตีนจากพืชมีแง่ดี คือ ไม่มีไขมันอิ่มตัว ผู้ป่วยจึงควรกินโปรตีนให้ครบถ้วนทั้ง 2 อย่างในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้สารอาหารที่สมบูรณ์

          ส่วนคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งให้พลังงานหลักสำหรับร่างกาย แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดีที่สุด คือผลไม้ ผัก และโฮลเกรน หรือธัญพืชเต็มเมล็ด ซึ่งให้วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย ไฟเบอร์ และไฟโตทูเทรียนทส์ สำหรับเซลล์ของร่างกายด้วย นอกจากนี้ไขมันก็มีบทบาทที่สำคัญ ไขมันและน้ำมันผลิตจากกรดไขมันและเป็นแหล่งที่ให้พลังงานต่อร่างกายอย่างเข้มข้น

          สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจและระดับคอเลสเตอรอลสูง ควรเลือกรับประทานอาหารประเภทไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันพืช น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วพีนัท น้ำมันดอกทานตะวัน สุดท้ายคือ ดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โภชนาการให้คำแนะนำ

          สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็ง ก็สามารเข้าไปหาดูได้ที่เว็บไซต์ของทางสมาคมที่ www.tsco.or.th