ไลฟ์สไตล์

30วัน'สุกุมล คุณปลื้ม'กาว(ละอ่อน)

30วัน'สุกุมล คุณปลื้ม'กาว(ละอ่อน)

12 ก.ย. 2554

30วัน'สุกุมล คุณปลื้ม'กาว(ละอ่อน)เมืองอกแตก : ผกามาศ ใจฉลาด รายงาน สมนึก อรรถดารา ปชส.วธ.ภาพ

           หากตั้งคำถามว่าตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา หนักใจเรื่องใดมากที่สุด คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ปี 2550 รีบบอกทันทีว่า “ความไม่เป็นเอกภาพของหน่วยงานในสังกัดเป็นเรื่องที่หนักใจที่สุด ต่างคนต่างทำงานเปรียบเหมือนเมืองอกแตก ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า วธ. มีที่มาจากหลายหน่วยงานเดิมที่มีอยู่แล้ว มีวิถีวัฒนธรรมองค์กรที่อยู่ตัวแล้วมารวมกันอยู่ ยากจะรวมเป็นหนึ่ง”

            แต่ละหน่วยงานมีวิธีการทำงานของตัวเอง เป็นเอกเทศ เพราะฉะนั้นอะไรหลายอย่างที่อยากให้ทำในลักษณะเดียวกันจึงต้องใช้เวลา เช่น การผลักดันกฎหมายวัฒนธรรมก็ต้องใช้เวลา แต่ก็เข้าใจว่าบางเรื่องผลักดันให้สำเร็จภายในข้ามคืนเป็นไปไม่ได้ ต้องมีขั้นตอน ถามว่าอึดอัดไหม บอกได้เลยว่าอึดอัด แต่ทำอะไรไม่ได้ บางเรื่องทุกหน่วยงานน่าจะทำร่วมกัน กำลังพยายามสร้างวัฒนธรรมทำงานร่วมกันให้เกิดขึ้นอยู่ คุณหญิงไขศรี กล่าวพร้อมถอนหายใจ

            สมัย รมว.นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ช่วงฮันนีมูนก็ไปกันได้สวย แต่เวลาผ่านไปหม้อข้าวไม่ทันดำก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ก่อนอำลาเก้าอี้จึงได้เผยความรู้สึกกับข้าราชการว่า “...เอ่อ...ข้าราชการต้องใช้เวลาในการปรับความรวดเร็ว สิ่งที่ยังทำไม่ได้คือ การหาแนวร่วมที่เป็นเยาวชน ผมพยายามหาปีหนึ่ง ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยอมรับครับเพราะแนวคิดของเรา คนของเรายังแตะคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมล้มเหลว ผมเลยต้องไปไล่จับเด็กตอนวันสงกรานต์บ้าง อะไรบ้าง”

            จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจที่ 1 เดือนของรัฐมนตรีใหม่ถอดด้ามอย่าง "เบียร์" สุกุมล คุณปลื้ม คุณแม่ลูก 4 ที่เข้าทำงานตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554 จะมีความรู้สึกหนักใจไม่ใช่น้อย เพราะจนป่านนี้ยังเริ่มจับต้นชนปลายงานวัฒนธรรมยังไม่ถูก ยิ่งเธอโดนตั้งแง่ว่าเป็น “นอมินี” ทำหน้าที่ ส.ส.ใหม่และดูแลพรรคพลังชล แทนสามี "แป๊ะ" สนธยา คุณปลื้ม ที่ต้องใส่เกียร์ว่างเพราะติดเงื่อนไขทางการเมือง อีกทั้งเธออายุเพียง 36 ปีน้อยที่สุดในคณะรัฐมนตรีปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงถูกหลายฝ่ายมองยังขาดคุณวุฒิ วัยวุฒิ แต่เธอเปิดใจในวันที่ทำงานมาครบ 30 วันว่า “จะพยายามทำงานให้ดีที่สุดนะคะ” (ยิ้ม)

            ด้วยบุคลิกภาพที่อ่อนน้อมถ่อมตน อัธยาศัยดี พูดจาสุภาพ ตอบคำถามได้หรือไม่ได้ก็ขอ “ยิ้มสู้” ไว้ก่อน ทำให้เธอได้รับความเอ็นดูจากข้าราชการผู้ใหญ่หลายท่านในกระทรวงวัฒนธรรม และเอาตัวรอดจากบรรดาเหยี่ยวข่าว อันนี้ต้องขอยกนิ้วให้บรรดาที่ปรึกษาที่แนะนำมาดี คอยหาจังหวะช่วยเธอวันต่อวัน แต่มาถึงวันนี้แล้ว เธอพร้อมเปิดห้องทำงานเปิดใจ (มีที่ปรึกษานั่งให้กำลังใจอยู่ไม่ห่างอย่างห่วงๆ) ว่า “งานเร่งด่วนคือโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

            รวมถึงการขออัตราบุคลากรและต่ออายุราชการให้แก่ช่างผู้ชำนาญของกรมศิลปากร การผลักดันหอศิลป์ราชดำเนิน 200 ล้านบาท สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ส่งเสริมวัฒนธรรม 500 ล้านบาท การผลักดันร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ พ.ศ.... การพิจารณาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง “รองปลัดวธ.” และ “อธิบดีกรมการศาสนา” คาดว่าจะได้รายชื่อภายใน 2 สัปดาห์ โดยเธอรับรองว่าจะไม่มีย้ายฟ้าผ่าใครแน่นอน ส่วนเรื่องงาน วธ. บอกได้ประโยคเดียวว่า งบน้อย บุคลากรก็น้อย ต้องค่อยเป็นค่อยไป

            “เรายังทำงานเป็นแท่งๆ ยังไม่บูรณาการกัน ต้องเน้นให้แต่ละกรมทำงานร่วมกัน แต่ละหน่วยงานอาจจะมีความถนัดไม่เหมือนกัน ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และที่ปรึกษา จะไม่เข้าไปก้าวก่ายงานของแต่ละกรม เพียงแต่ว่าเราจะมีการพูดคุยกันเพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือมีปัญหาติดขัดตรงไหนจะให้เราประสานงานอย่างไร จะไปขอความร่วมมือให้ อย่างสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ยังต้องการการประชาสัมพันธ์มากๆ ทางที่ปรึกษาจึงรับไปประสานเอกชนเข้ามาช่วยเหลือ ลำพังเรามีงบน้อย บางโครงการไม่ได้บรรจุไว้ในนโยบาย ลำบากในการของบมาใช้ การประสานภาคเอกชน หรือกระทรวงอื่นๆ ของบมาช่วยกัน ถือว่าเป็นเรื่องต้องทำ” สุกุมล เผยความในใจและหลักการทำงาน

            ล่าสุด รมว.วัฒนธรรม บอกว่าได้ประสานกับ วรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในเรื่องการสืบสานการทอผ้า หลังจากมีกลุ่มศิลปินทอผ้าพื้นบ้านฝากมาว่าอยากให้มีการอนุรักษ์การทอผ้า ทุกวันนี้หาคนทอผ้าน้อยมาก หันไปใช้เครื่องจักรทอกันหมด จนการทอผ้าด้วยมือเริ่มจะหายไป ดังนั้น หน้าที่ของเราคือดูว่าจะเริ่มโครงการนี้ตรงไหน กรมไหน จังหวัดใดก่อน การทอผ้าแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน ถือเป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เวลาไปประชุมคณะรัฐมนตรี ก็มักจะใส่ผ้าไทยตลอด เห็นรัฐมนตรีบางคนก็ใส่มา เป็นเรื่องที่น่ายินดี

            สุกุมล บอกอีกว่า ปัญหาขาดการสืบสานผ้าทอง เป็นตัวอย่างที่ “เจ้าของวัฒนธรรม” คือ “ประชาชน” มีความหวงแหน เป็นผู้สะท้อนมาให้วธ.เอง เรามีหน้าที่สนับสนุน แก้ปัญหา เช่นในพื้นที่ จ.ชลบุรี ที่ตนเป็น ส.ส.อยู่ ก็มีชุมชนเก่าแก่พนัสนิคม อยากจะแจ้งขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้เหมือนกัน เชื่อว่าทุกพื้นที่จะต้องมีแหล่งทางวัฒนธรรมที่ชุมชนเห็นว่าควรอนุรักษ์ แต่ด้วยงบประมาณจำกัด เรามีโบราณสถานนับพันแห่ง แต่เราสามารถดูแลได้น้อยมาก หากปล่อยทิ้งไว้จะค่อยๆ เสื่อมสภาพไป

            “วธ.ตั้งมา 10 ปี มีรัฐมนตรี 10 คน เพราะฉะนั้นเราถือเป็นรัฐมนตรีมือใหม่ ก็ต้องนำนโยบายหรือสิ่งที่รัฐมนตรีคนที่แล้วทำไว้ มาดูและสานต่อในเรื่องที่สามารถไปกันได้ อยากขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำงาน ทำให้ทุกคนเห็นว่าวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เรามีของดีอยู่แล้ว จะปล่อยให้เสื่อมสภาพไป คงไม่ใช่ ที่อื่นเขาไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวต้องทุ่มเงินเป็นพันเป็นหมื่นล้านสร้างขึ้นมา เรามีอยู่แล้ว แต่เราไม่มีการอนุรักษ์ รักษาให้มันคงอยู่ นับวันจะพังไปเรื่อยๆ ตรงนี้ไม่สามารถทำใหม่มาได้ เรามีหน้าที่อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ พูดไว้ว่า กระทรวงวัฒนธรรม ปิดทองหลังพระ”

            จากนี้ไปต้องจับตา “กาวละอ่อน” ที่ชื่อ “สุกุมล คุณปลื้ม” จะสามารถประสานงานแต่ละกรม หน่วยงานใน วธ. ให้หันมาบูรณาการทำงานร่วมกันขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมตามแผนที่ตั้งไว้หรือไม่ ขอเอาใจช่วยคนรุ่นใหม่ไฟแรงด้วยคน !

 


แผน 4 ปี 10 โครงการเฉียด 1.8 หมื่นล้าน

 

            6 กันยายน 2554 ครม. มีมติเห็นชอบแผนบริหารจัดการราชการแผ่นดินของ วธ. ซึ่งเป็นแผนงบประมาณประจำปี 2555-2558 จำนวน 17,908 ล้านบาท โครงการสำคัญของ วธ. จำนวน 10 โครงการ มีดังนี้ 1.โครงการมหกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 1,600 ล้านบาท

            2.โครงการรู้รักษ์แผ่นดินไทย ภูมิใจถิ่นกำเนิด 2,500 ล้านบาท 3.โครงการรอยอารยะศิลปวัฒนธรรมไทย ภายใต้ปีท่องเที่ยว “มหัศจรรย์ไทยแลนด์” จัดกิจกรรมรณรงค์ผ้าไทยและสนับสนุนการแสดงโขน 3,450 ล้านบาท 4.โครงการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ 3,498 ล้านบาท

            5.โครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานในสภาวะเร่งด่วน เพื่อความมั่นคงและยั่งยืน 2,100 ล้านบาท 6.โครงการสนับสนุนศิลปาชีพและการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 2,410 ล้านบาท 7.โครงการมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติเวนิสเบียนนาเล่ 120 ล้านบาท

            8.โครงการแก้ไขและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้มิติทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 840 ล้านบาท 9.โครงการพัฒนาความร่วมมือทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 800 ล้านบาท และ 10.โครงการการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่มีเนื้อหาด้านศิลปวัฒนธรรม 500 ล้านบาท