ไลฟ์สไตล์

ตราบเท่าที่สายน้ำยังคงเดินทาง

ตราบเท่าที่สายน้ำยังคงเดินทาง

11 ก.ย. 2554

สนามเรื่องสั้น-สั้น : ตราบเท่าที่สายน้ำยังคงเดินทาง : โดย...นรพัลลภ ประณุทนรพาล

          ธารระรินไม่หนักใจเลยกับการฝึกงานก่อนจบ บริษัทของเพื่อนสนิทพ่อยินดีรับเธอไว้ในทันทีที่พ่อเอ่ยปาก เขาแค่ถามว่า ทำไมไม่ให้ลูกสาวฝึกงานที่บริษัทของตัวเองโดยไม่ได้ใส่ใจในคำตอบ เมื่อถึงเวลา ธารระรินจึงนำใบขอฝึกงานไปรายงานตัวกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ถูกสั่งการไว้ก่อนแล้ว
 การฝึกงานตามหลักสูตร ทำให้ธารระรินกับกลุ่มเพื่อนสนิทไม่อาจชวนกันไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าหลังเลิกงานเหมือนที่เคยทำหลังเลิกเรียน แต่ทุกคนก็ตกลงกันว่าจะยังคงรวมตัวกันทุกเย็นวันเสาร์ เพื่อไปนอนค้างที่บ้านพักริมน้ำตกของธารระรินเหมือนเคยๆ

          ธารระรินฝึกงานอย่างไม่ใส่ใจ เพราะรู้ดีว่าใบรายงานผลการฝึกงานจะออกมาอย่างไร และที่สำคัญคือเธอรู้ว่าหลังจากเรียนจบเธอก็จะมีงานทำอย่างแน่นอน ถ้าไม่ใช่ที่บริษัทของพ่อก็ต้องเป็นบริษัทของเพื่อนคนใดคนหนึ่งของพ่อ ถ้าเธออยากทำงาน

          และด้วยความไม่ใส่ใจนี้ ธารระรินจึงมักขาดงานในวันจันทร์อยู่เสมอ อันเนื่องมาจากการไปนอนค้างที่บ้านพักริมน้ำตกตั้งแต่เย็นวันเสาร์ และกลับถึงบ้านในดึกวันอาทิตย์ จนไม่มีเรี่ยวแรงพอจะตื่นไหวในเช้าวันจันทร์

          เมื่อไปทำงานในวันอังคาร ธารระรินก็แค่กดโทรศัพท์ภายในไปบอกผู้จัดการฝ่ายบุคคลว่า ‘I don’t like Monday.’ ซึ่งเขาก็ได้แต่อมยิ้ม ก่อนวางสายแล้วหันกลับไปทำงานของตัวเองตามปกติ

          เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝึกงาน ใบรายงานผลการฝึกงานของธารระรินถูกบันทึกว่าอยู่ในระดับดีเยี่ยมตามคาด

          อาจารย์ประจำวิชาแปลกใจที่เห็นคำว่า ‘ดีเยี่ยม’ เพราะรู้จักลูกศิษย์ทุกคนดี ธารระรินก็รู้ว่าอาจารย์แปลกใจ เธอจึงชี้ไปที่เบอร์โทรศัพท์บนกระดาษหัวจดหมาย และบอกว่ายินดีให้อาจารย์สอบถามไปที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคล เธอไม่ได้รู้สึกหวั่นใจแม้แต่น้อย เพราะเชื่อในวิจารณญาณของผู้จัดการฝ่ายบุคคล เขาคงรู้ดีว่าต้องตอบอาจารย์อย่างไร เมื่อถูกถามถึงพฤติกรรมระหว่างฝึกงานของลูกสาวเพื่อนสนิทของประธานในบริษัทที่เขาทำงานรับเงินเดือนอยู่

          และเธอก็รู้แล้วว่าพ่อคิดถูกที่ไม่ให้ฝึกงานในบริษัทของพ่อ เพราะไม่เช่นนั้นอาจารย์คงเปลี่ยนจาก ‘แปลกใจ’ เป็น ‘ไม่เชื่อถือ’ ใบรายงานผลการฝึกงานเป็นแน่

          หลังงานรับปริญญา ธารระรินของบประมาณพิเศษจากพ่อกับแม่เป็นของแถมสำหรับบัณฑิตใหม่ เพื่อการพักผ่อนและให้อิสระกับชีวิตอย่างเต็มที่ ก่อนจะต้องเริ่มต้นชีวิตการทำงาน

          เมื่อไม่มีใครขัดข้อง ธารระรินจึงนัดเจอเพื่อนสนิทที่บางคนกำลังเริ่มสมัครงาน บางคนกำลังวางแผนเรียนต่อปริญญาโท เพื่อบอกแผนการพักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เพื่อนทุกคนลังเล แต่สุดท้ายก็ตกลงปลงใจที่จะขอพักเรื่องอื่นไว้ก่อน เมื่อธารระรินบอกว่ามีงบประมาณเพียงพอสำหรับทุกคน
 การพักผ่อนอย่างอิสระของเพื่อนสนิทห้าคน เริ่มต้นจากสามวันที่ข้ามเกาะไปดูปะการัง สี่วันที่รีสอร์ทท่ามกลางหุบเขา และในวันพักผ่อนที่แปด ขณะกำลังเคลื่อนตัวสู่ที่หมายต่อไป เพื่อนที่สมัครงานไว้ก็ได้รับโทรศัพท์เรียกตัวสัมภาษณ์ ธารระรินจึงส่งเพื่อนนั่งเครื่องบินกลับ จากนั้นที่เหลือก็เดินทางต่อ
 ในวันพักผ่อนที่สิบสอง เพื่อนอีกคนก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่สาว บอกว่าบริษัทที่ฝากงานให้เรียกตัวสัมภาษณ์ด่วน เมื่อรั้งไว้ไม่ได้ ธารระรินจึงส่งเพื่อนกลับไป

          แม้จะเหลือกันสามคน แต่ธารระรินก็ยังเริงร่าผลัดกันถ่ายรูปเพื่อจะเอาไปอวดให้เพื่อนที่กลับก่อนต้องอิจฉา แต่ในวันพักผ่อนที่สิบแปด เพื่อนที่ตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาโทก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่ให้กลับบ้าน เพราะมีข่าวดีเรื่องการขอทุน

          ธารระรินและเพื่อนที่เหลือตกลงใจเดินทางต่อตามแผนเดิม เธอคิดในแง่ดีว่าเมื่อเหลือกันแค่สองคน ในขณะที่ยังเหลือเวลาอีกสิบกว่าวัน ก็ย่อมหมายความว่างบประมาณที่วางไว้จะต้องเหลือ เธอจึงบอกเพื่อนว่าเมื่อกลับถึงบ้าน เงินที่เหลือจะแบ่งกันคนละครึ่ง

          แต่ในวันพักผ่อนที่ยี่สิบสอง เพื่อนคนสุดท้ายก็ได้รับโทรศัพท์เรียกตัวสัมภาษณ์งานด่วน ธารระรินหัวเราะเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าเศร้า เพราะหมดสิทธิ์ได้รับเงินส่วนแบ่งตามเงื่อนไข และเมื่อส่งเพื่อนที่สนามบินแล้วเธอจึงเดินทางต่อคนเดียว

          ยามค่ำคืน ขณะพักในโรงแรมห้าดาว ธารระรินรู้สึกเหงาจนทนไม่ไหว จึงโทรศัพท์ถึงเพื่อนที่กลับไปทีละคน บอกว่าถ้าใครเสร็จธุระแล้วเธอจะโอนเงินค่าเครื่องบินไปให้เพื่อกลับมาหาเธอ ปรากฏว่าเพื่อนหนึ่งคนทำงานไปแล้ว อีกสองคนกำลังเตรียมตัวเริ่มงานในอาทิตย์หน้า ส่วนเพื่อนอีกคนก็ต้องเตรียมตัวสอบชิงทุนเรียนต่อปริญญาโท

          ที่ระเบียง ธารระรินแหงนมองท้องฟ้าที่มืดมิด เธอตัดสินใจโทรศัพท์ถึงพ่อบอกว่าจะกลับก่อนกำหนดทางเครื่องบิน และขอให้พ่อส่งใครก็ได้มาขับรถที่เธอจะจอดทิ้งไว้ที่โรงแรม กลับบ้านให้ด้วย

          ธารระรินเข้าทำงานในบริษัทของพ่อหลังจากครบหนึ่งเดือนของการใช้ชีวิตอิสระ โดยอาทิตย์สุดท้ายเธอพักผ่อนอยู่แต่ในบ้าน ขณะที่เพื่อนสามคนทำงานไปก่อนแล้ว และเพื่อนที่ตั้งใจเรียนต่อก็บอกว่ามีโอกาสสูงที่จะได้ทุน

          เธอได้รับตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของประธานบริษัท มีหน้าที่ตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วคอยฟังว่าพ่ออยากให้ทำหรือไม่อยากให้ทำอะไร ในแต่ละวันทำงานเธอจึงมีเวลาว่างมาก จนแม่ผู้เป็นสาวสังคมมอบตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวให้อีกหนึ่งตำแหน่ง ให้มีหน้าที่คอยติดตามข่าวแฟชั่น และให้คำแนะนำว่าควรแต่งตัวอย่างไรเพื่อให้เป็นจุดเด่นที่สุดในทุกๆ งาน

          แต่สำหรับวันเสาร์ ธารระรินขอที่จะไม่ทำหน้าที่ใดๆ ให้ใคร ยามเย็นบ้านพักริมน้ำตกจึงยังคงได้ต้อนรับเธอกับกลุ่มเพื่อนสนิทเหมือนเคย แม้ว่าระยะหลังเพื่อนผู้มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน จะค่อยๆ ทยอยห่างหายไปทีละคนๆ พร้อมกับธารน้ำตกที่ค่อยๆ แห้งขอดลงตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง

          เย็นวันเสาร์หนึ่ง เมื่อธารระรินรู้สึกถึงสิ่งที่ขาดหาย เธอจึงขอให้พ่อช่วยสร้างธารน้ำตกเทียมที่น้ำจะไม่มีวันแห้งขอดให้ ขณะที่เธอก็มุ่งแสวงหาเพื่อนใหม่ๆ ในโลกไซเบอร์ เพื่อให้ช่วยพาเธอหนีจากความเหงาที่ตามประกบเธอมาตลอดทั้งชีวิต

...ต่อไป
…ต่อๆ ไป