ไลฟ์สไตล์

เบนซ์ พิฆาตเกรย์ความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น

เบนซ์ พิฆาตเกรย์ความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น

11 ก.ย. 2554

เปิดโลกยนตรกรรม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี

        การประกาศแผนทำตลาดเชิงรุกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ล่าสุดด้วยข้อเสนอและบริการทางการเงิน และมาตรการเข้มปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ผู้บริโภค ถือเป็นแนวรบเดิมที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ในระบบตลาดขายรถหรูหราเมืองไทย รถจากค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ถูกแย่งตลาดด้วยผู้นำเข้าอิสระหรือเกรย์ มาร์เก็ต ประมาณ 51 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้ขายอย่าง 

        บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่ายต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อตีคืนตลาด

        “ยอดจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ 7 เดือนแรก มีอัตราการเติบโต 5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คือที่ 2,710 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ ซี-คลาส เซ็กเม้นต์ ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่ 1,023 คัน มีอัตราการเติบโตที่ 7% และมีสัดส่วนการตลาดถึง 49% ตามด้วยรถยนต์ อี-คลาส เซ็กเม้นต์ ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้มียอดจำหน่ายสูงสุดที่ 1,452 คัน มีอัตราการเติบโตที่ 2% และมีสัดส่วนการตลาดถึง 57% ส่วนรถยนต์ เอส-คลาส เซ็กเม้นต์ ซึ่งเป็นรถธงมีอัตราการเติบโตที่ 3% และมีสัดส่วนการตลาดถึง 49% และรถยนต์เฉพาะกลุ่มอีก 31 คัน สรุป คือ  เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงรักษาตำแหน่งของการเติบโตสูงสุดในตลาดรถยนต์หรู 

        สิ่งที่น่าสนใจ คือ มาตรการใหม่ล่าสุดที่ออกมา นั่นคือ การส่งรถใหม่เข้าตลาดเร็วขึ้นโดยเมอร์เซเดส-เบนซ์มีรุ่นใหม่ล่าสุดทุกเซ็กเม้นต์ถึง 9 รุ่นด้วยกัน พร้อมด้วยการประกาศราคารถใหม่ อีก 7 รุ่น โดยรถไฮไลท์ 2 รุ่นคือรุ่น C 200 BlueEFFICIENCY 184 แรงม้า ด้วยราคาต่ำ เพียง 2,149,000 บาท และ E 200 NGT Elegance BlueEFFICIENCY     ราคา 3,549,000 บาท ซึ่งราคารถใหม่ที่ประกาศในวันนี้เริ่มใช้เมื่อ 8 กันยายน 2554

        นอกจากนี้ บริษัทได้ตั้งราคาลดลง 1-2 แสนบาท ในอีก 7 รุ่น คือ ซี-คลาสคูเป้ และ SLK 200 และรถยนต์ อี-คลาส ทุกรุ่น ทั้ง C250 Coupe  Edition 1, E200 NGT E200 ELEGANCE, E250 AVANTGARDE, E 300 AVANTGARDE Sports,และ SLK 200 Sports AMG Roadste

        นอกจากนี้ยังตามมาด้วย การสร้างแรงจูงใจ โอกาสครบรอบ 125 ปีเมอร์เซเดส-เบนซ์ สำหรับลูกค้าที่เลือกซื้อ รุ่น C 200 BlueEFFICIENCY ราคา 2,149,000 บาท สามารถเลือกแคมเปญ StarChoice จากเบนซ์ ลีสซิ่ง โดยชำระรายเดือน 25,900 บาท หรือ 864 บาทต่อวัน

        สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ การใช้แรงกดดัน ในเรื่องการบริการหลังการขาย ที่มาพร้อมด้วยความพยายามรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยยังคงให้บริการหลังการขายรถยนต์นำเข้าโดยผู้นำเข้าอิสระ แต่ไม่มีการรับประกันคุณภาพสินค้า (Warranty) รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่นำเข้าโดยผู้นำเข้าอิสระที่ผลิตตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นมา และตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูงสุด 5 แสนบาท  

        ความเข้มข้นของการชิงตลาดของเบนซ์จากเกรย์ดูเหมือนว่าจะทำเพื่อการตลาดการบริหารจัดการของ แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอง แต่มาตรการดังกล่าว ถือว่าส่งผลดีต่อลูกค้าที่ซื้อเบนซ์ในราคาที่ลดลง เพิ่มความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น