
มาเก็บบลูเบอร์รี่สุดฮิต
เก็บบลูเบอร์รี่สุดฮิต สวีเดนและฟินแลนด์ โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
แรงงานไทยเดินทางไปทำงานในต่างประเทศช่วงที่ฮิตสุดๆ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน คงไม่มีใครเกินประเทศซาอุดีอาระเบีย แต่ก็หมดยุคทองทันทีหลังจากเกิดกรณีเพชรซาอุฯ จากนั้นก็ขยายตลาดแรงงานมาที่ไต้หวัน และครองแชมป์ประเทศที่มีแรงงานไทยไปทำงานมากที่สุดติดต่อกันมาหลายปี
4-5 ปีที่ผ่านมา มีงานน้องใหม่ที่ฮอตฮิตขึ้นมาคือ การไปเก็บผลไม้ป่า คือ ลูกบลูเบอร์รี่ ที่ประเทศแถบยุโรป ได้แก่ สวีเดน และฟินแลนด์ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-กันยายน โดยเริ่มจากมีหญิงไทยไปแต่งงานกับคนที่นั่น แล้วชักชวนญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงให้ไปทำงานเก็บผลไม้ป่า เพราะเห็นว่ามีรายได้ดีกว่าการทำงานทั่วไป แล้วก็ขยายวงกว้างมากขึ้น ขณะนี้มีแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดนและฟินแลนด์รวมเกือบ 5,000 คน
แต่แล้วเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แรงงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่าได้ร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ให้ช่วยส่งตัวกลับ เพราะรายได้ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ แถมกลับมายังต้องเป็นหนี้อีกก้อนโต หรือมีเงินก้อนกลับมาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อย่างเช่น สมบูรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) หนุ่มชัยภูมิ วัย 38 อาชีพทำนา แต่อยากจะไปเสี่ยงดวงเมืองนอก ยอมลำบากคนเดียว เผื่อลูกเมียจะได้สบาย มีกินมีใช้ ไม่ต้องลำบาก อยากให้ลูกได้เรียนสูงๆ จะได้มีอนาคตดีๆ
สมบูรณ์ บอกว่า อยากไป เพราะเห็นเพื่อนๆ ไปทำงานเมืองนอกกลับมาแล้วได้เงินเป็นแสน แต่ถ้าทำงานอยู่ที่เมืองไทยก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำงานนานแค่ไหนถึงจะเก็บเงินก้อนใหญ่ได้ขนาดนี้ แต่ถ้าไปทำงานเมืองนอกไม่กี่เดือนก็ได้เงินก้อน เพื่อทำตามความฝัน อยากได้เงินก้อนใหญ่ ปีที่แล้ว สมบูรณ์ จึงไปหาเงินทุนด้วยการกู้เงินประมาณ 7-8 หมื่นบาท เพื่อเสียค่าใช้จ่ายก่อนเดินทางไปทำงานครั้งนี้ ก่อนไปเขาหวังว่าจะได้เงินกลับมาพอใช้หนี้ และเหลือไว้กินใช้เป็นทุนชีวิตต่อไปก็พอใจแล้ว
เมื่อไปถึงปรากฏว่า สมบูรณ์ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อแลกค่าตอบแทน เรียกว่าลำบากมากกว่าที่เมืองไทยด้วยซ้ำไป เพราะต้องตื่นแต่เช้า ทำงานท่ามกลางอากาศหนาวถึง 4 องศา ที่สำคัญต้องตื่นเช้ามากๆ เพื่อจะไปถึงสวนผลไม้ก่อนคนอื่นๆ จะได้ไม่ต้องเดินเข้าป่าไปไกล ขากลับต้องแบกผลไม้กลับออกมาไว้ตามจุดรับของอีก แล้วก็ต้องนั่งเก็บลูกบลูเบอร์รี่ใต้ต้นไม้ตลอดเวลา บางคนก็ปวดหลัง เพราะต้องก้มๆ เงยๆ แต่ก็อดทนทำงาน เพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะเก็บเงินก้อนกลับมาบ้าน
ในที่สุดหมดฤดูกาลเก็บผลไม้ สมบูรณ์กลับประเทศไทย พร้อมเงินเก็บอีกจำนวนที่ใกล้เคียงกับเงินที่กู้เป็นค่าใช้จ่ายเดินทาง เขาตั้งใจว่า หากมีโอกาสจะกลับไปทำงานอีก แม้จะต้องแลกกับความเหนื่อยยากลำบาก เพราะถ้าอยู่เมืองไทยคนอย่างเขาก็คงยากที่จะมีโอกาสจะมีเงินเก็บได้ 7-8 หมื่นบาทได้ในระยะเวลาเพียง 2 เดือนเศษๆ
สุทัศนี สืบวงศ์แพทย์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า แต่ละปีแรงงานไทยส่งเงินกลับประเทศปีละประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศส่งเงินกลับโดยผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทย ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีก่อน คือ ในปี 2544 เป็นเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท ปี 2545 จำนวน 5.9 หมื่นล้านบาท ปี 2546 จำนวน 6.6 หมื่นล้านบาท ปี 2547 จำนวน 6.5 หมื่นล้านบาท ปี 2548 จำนวน 4.7 หมื่นล้านบาท
ส่วนปี 2549-2553 ส่งกลับปีละ 5.3, 5.6, 6.3, 5.6 และ 5.5 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2554 คือตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม แรงงานไทยมีรายได้ส่งกลับประเทศจำนวน 4.3 หมื่นล้านบาทแล้ว โดยจำนวนเงินที่ส่งกลับผ่านระบบธนาคารนี้ ยังไม่รวมถึงเงินหรือทรัพย์สินมีค่าที่ติดตัวกลับตอนมาเยี่ยมบ้าน หรือตอนเดินทางกลับประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย
แต่คนที่จะได้เงินแสนกลับบ้านจะต้องทำงานด้วยความอดทน และขยันขันแข็ง และต้องเรียนรู้เทคนิคในการทำงานในอากาศหนาวจัด อุณหภูมิเพียง 4 องศาเซลเซียสด้วย ที่สำคัญปีนี้การเดินทางไปทำงานไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา เพราะปีนี้ทางการสวีเดนตั้งกฎไว้ว่า จะต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงมากหากเดินทางไปทำงานโดยไม่มีนายจ้าง และกรมการจัดหางานออกกฎว่า คนงานที่จะไปทำงานเก็บผลไม้ต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่ม และต้องมีผู้รับซื้อ มีหนังสือแจ้งมาว่าต้องการคนงานกี่คน จึงจะได้วีซ่าเข้าไปทำงาน เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้นเราจะสามารถเข้าไปดูแลได้ทันท่วงที และถูกจุด
นอกจากนี้การทำสัญญาจ้างยังมีการประกันรายได้ของคนงานด้วย คือจะได้ค่าจ้างเดือนละไม่น้อยกว่า 8.3 หมื่นบาท และหากมีผลไม้ป่าออกผลน้อยกว่าปกติจะมีการประกันรายได้ที่เดือนละไม่น้อยกว่า 7.7 หมื่นบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน คนงานจะมีค่าใช้จ่ายราว 7.5 หมื่นบาท โดยมีระยะเวลาทำงานประมาณ 2 เดือนกว่า คือ ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-กันยายนของทุกปี เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วก็จะเหลือเงินค่าจ้างกลับบ้านประมาณ 1 แสนบาท
ฉะนั้นการไปทำงานเมืองนอกใช่ว่าจะไปขุดทองได้อย่างที่ใจหวังเพียงอย่างเดียว ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ล้วนแต่อยู่นอกเหนือการควบคุม ฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจไปหาประสบการณ์ใดๆ ควรศึกษาหาข้อมูลให้ท่องแท้และเตรียมตัวที่จะเผชิญกับความยากลำบากด้วยเช่นกัน



