ไลฟ์สไตล์

ปราสาทสัจธรรม:วิจิตรปรัชญาตะวันออก

ปราสาทสัจธรรม:วิจิตรปรัชญาตะวันออก

11 ก.ย. 2554

ถิ่นไทยงาม : ความสวยงามทางสถาปัตย์ที่หาดูได้ยาก การบ่งบอกถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม โดย...วรศักดิ์ จรุงรัตนาพงษ์

        ท่ามกลางความพลุกพล่านของเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวชื่อดังทางฝั่งตะวันออก ยังมีมุมหนึ่งที่เงียบสงบ แต่ยิ่งใหญ่ด้วยสิ่งก่อสร้างที่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาตะวันออกอันลุ่มลึก สถานที่ที่ผมกำลังกล่าวถึงนี้ คือ ปราสาทสัจธรรม ปราสาทไม้หลังใหญ่ที่ใช้เวลาก่อสร้างมากว่า 30 ปี จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่สำเร็จลุล่วง ด้วยความพิถีพิถันในรายละเอียด และงานแกะสลักไม้อันประณีตบรรจง ประกอบขึ้นเป็นปราสาทหลังใหญ่ สมดั่งปณิธานของผู้สร้าง คือคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ และพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ที่หวังจะให้ปราสาทแห่งนี้เป็นตัวแทนของคุณธรรมและความดีที่นับวันจะถูกเพิกเฉย นอกจากนี้ยังเป็นการฟื้นฟูภูมิปัญญาโบราณของสยามประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยมีการบันทึกไว้ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครั้งกรุงศรีอยุธยา ว่ามีอาคารไม้สูงกว่า 100 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึก 20 ชั้นในปัจจุบัน

        ผมมาถึงปราสาทสัจธรรมแห่งนี้ในยามบ่าย ผ่านประตูทางเข้าที่เสมือนนำผมหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งที่ดูสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างที่มิได้สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบอาคารในสมัยโบราณ แต่กลับตั้งมั่นที่นำภูมิปัญญาแต่เก่าก่อนมาประยุกต์และผสมผสานกับศิลปะจากหลากหลายอารยธรรมจนเกิดขึ้นเป็น

        ปราสาทไม้สัจธรรมที่ตั้งเด่นสง่าอยู่ปลายแหลมราชเวช โดยรอบปราสาทประดับไว้ด้วยงานไม้แกะสลักเป็นรูปเทวดา นางฟ้า ที่อ่อนช้อยจนดูเหมือนกำลังล่องลอยไปในท้องฟ้า และที่เด่นสง่าบนยอดมุขปราสาททั้ง 4 ด้าน คืองานประติมากรรมที่เป็นตัวแทนแห่งคุณธรรมทั้ง 4 ประการ อันได้แก่ รูปสลักเทวดาถือดอกบัว อันหมายถึง ศาสนาที่เป็นแกนหลักของโลกมนุษย์ รูปสลักเทวดาอุ้มเด็กพร้อมกับจูงคนชรา เป็นตัวแทนของวัฏจักรแห่งชีวิตและการสืบทอด รูปสลักเทวดาถือหนังสือ หมายถึง ปัญญา เทวดากับนกพิราบ ที่สื่อถึงสันติภาพ

        และด้วยปรัชญาตะวันออกที่ยึดโยงกับความเชื่อในโลกหน้า ที่เป็นโลกแห่งอุดมคติ โลกแห่งสันติสุข ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อในเรื่องยุคพระศรีอาริยเมตไตรย ของชาวพุทธนิกายมหายาน หรือความเชื่อของชาวฮินดูในเรื่องพระกัลกิ บุรุษทรงม้าขาว ผู้เป็นองค์อวตารปางสุดท้ายของพระนารายณ์ที่จะเสด็จมาในอนาคตจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้แก่งานประติมากรรมรูปพระกัลกิทรงม้า ที่ประดิษฐานไว้บนยอดปราสาทอันเป็นตำแหน่งสูงสุดเปรียบเสมือนปรัชญาสูงสุดที่มนุษย์เราใฝ่ฝันในอันที่จะมุ่งสู่การหลุดพ้นสู่โลกหน้าอันเป็นดินแดนในอุดมคติ

        ความงดงามขององค์ปราสาทมิได้จำกัดไว้เพียงแต่โครงสร้างอันน่าตื่นตะลึงกับรูปแกะสลักอันงดงามภายนอก แต่ภายในอาคารยังเต็มไปด้วยงานศิลปะอันประณีต และสื่อความหมายตามความเชื่อของชาวตะวันออก ดังเช่นโถงที่รายล้อมไปด้วยงานแกะสลักที่เป็นตัวแทนของธาตุทั้ง 4 ในจักรวาล อันได้ แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ

        นอกจากนี้รูปแบบของปราสาทสัจธรรมได้ยึดโยงกับคติในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับจักรวาลตามหลักของปัจจัย 7 ประการ อันได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว ท้องฟ้า ผืนดิน พ่อ และแม่ โดยมีการนำเสนอในรูปแบบของงานไม้แกะสลักที่ประดับอยู่ภายในตัวปราสาทโดยรอบ

        และส่วนที่สร้างความตื่นตะลึงมากที่สุดสำหรับผม คงหนีไม่พ้นโถงประธานของอาคารที่สูงชะลูด เสาต้นมหึมาหลายต่อหลายต้นทำหน้าที่ค้ำยันโครงสร้างของตัวอาคารโดยไม่น่าเชื่อว่าโครงสร้างใหญ่โตขนาดนี้จะประกอบขึ้นมาจากการเข้าลิ่มแบบโบราณที่สืบทอดกันมา และที่รายล้อมโถงประธานแห่งนี้ คือ รูปสลักของเหล่าทวยเทพยดา ที่มีการผสมผสานเชื่อของทั้งศาสนาฮินดู พุทธนิกายมหายาน และวัชรยาน

        ความวิจิตรบรรจงของงานไม้แกะสลักไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงรูปแบบที่เป็นงานประติมากรรมลอยตัว แต่ทั้งเสา ผนัง ประตู หน้าต่าง ทุกส่วนได้รับการออกแบบและแกะสลักขึ้นอย่างงดงาม ทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงต้องใช้เวลาสร้างนานขนาดนี้ และจะยังทำงานกันขะมักเขม้นแกะสลักไม้ ลวดลายวิจิตรในพื้นที่บางส่วนต่อไป

        นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-3836-7229-30, 0-3836-7815 หรือที่เว็บไซต์ http://www.sanctuaryoftruth.com