ไลฟ์สไตล์

'ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต'

'ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต'

10 ก.ย. 2554

'ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต' จากเด็กสถานสงเคราะห์สู่คนชรา

         การ "ให้" ใช่ว่าจะทำได้เฉพาะคนที่มี "มาก" จึงรู้จัก "แบ่งปัน" ทว่าคนที่ด้อยโอกาส หากมีความมุ่งมั่นในการ "ให้" โอกาสในการแบ่งปันพวกเขาก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังเช่น น้องอ้น นรีรัตน์ เมืองแก้วกุน อายุ 15 ปี สถานสงเคราะห์เด็กปัตตานี และเพื่อนสมาชิกโครงการ "จากเด็กสู่คนชรา จากเยาวชนในสถานสงเคราะห์เด็กปัตตานี" อีก 4 คน มิระ เหมมัน อายุ 17 ปี พรรณพิศ หนูทองแก้ว อายุ 15 ปี จันทร์เพ็ญ กันแก้ว อายุ 15 ปี และศิริพร ภุมริน อายุ 14 ปี ทั้งหมดอาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กปัตตานี

         ทั้ง 5 คนทำได้เพราะมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ “ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต” ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Head Heart Hand” หรือ 3H ที่จะนำพาเหล่าน้องๆ เยาวชนวัยแรกเริ่มแห่งการเรียนสู่โลกกว้าง ให้รู้จักการ "ให้" ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552 จากพระดำริในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

         เปิดรับสมัครโครงการจากเยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 13-18 ปีทั่วประเทศทั้งสิ้น 1.2 หมื่นคน คัดเลือกโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคม จำนวน 180 โครงการ 900 คน โครงการละ 4-6 คน ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมในหัวข้อ 3H HEAD หมายถึง การเกิดภาวะความคิด การเป็นผู้นำ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ HEART หมายถึง การมีคุณธรรม จริยธรรม  และจิตอาสา HAND หมายถึง การลงมือปฏิบัติให้เกิดปาฏิหาริย์แห่งชีวิต

         และถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศได้เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างการเรียนรู้ซึ่งกันและกันของเยาวชนจากในและนอกสถานสงเคราะห์ พร้อมแนะแนวการเขียนโครงการ จากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกให้เหลือ 6 โครงการสุดท้ายเพื่อนำไปปฏิบัติจริงในพื้นที่จริง

         น้องอ้น และเพื่อนสมาชิกโครงการ "จากเด็กสู่คนชรา จากเยาวชนในสถานสงเคราะห์เด็กปัตตานี" 1 ใน 6 โครงการที่ได้รับคัดเลือก มีสมาชิกทั้งสิ้น 5 คน มิระ เหมมัน อายุ 17 ปี พรรณพิศ หนูทองแก้ว อายุ 15 ปี จันทร์เพ็ญ กันแก้ว อายุ 15 ปี และศิริพร ภุมริน อายุ 14 ปี ทั้งหมดอาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กปัตตานี เล่าถึงเหตุผลที่เข้าร่วมโครงการว่า ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสถานะที่เป็นผู้รับอย่างเดียว เมื่อมีโครงการ “ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต” ทั้ง 5 ไม่รอช้าที่จะรีบคว้าเอาไว้ หวังจะเป็นผู้ "ให้" คนชรา โดยเข้าไปจัดกิจกรรมที่บ้านน้ำดำ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

         กิจกรรมที่ทำประกอบด้วยหลายอย่าง ทั้งปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน แข่งทำอาหาร สามารถสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณตาคุณยายได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยการเลี้ยงเพลพระสงฆ์ และการแข่งกีฬา นอกจากนั้น ยังมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมไปในชุมชน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้นำชุมชน ทหาร ผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมด้วย

         "ทุกวันนี้คนชราอยู่ที่บ้านโดยลำพัง ไม่มีลูกหลานดูแล บางคนต้องไปอาศัยสถานรับเลี้ยงคนชรา เพราะลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่มีเวลาเลี้ยงดู และหนูเข้าใจดีว่าการถูกทอดทิ้งเป็นอย่างไร หนูมองว่ากิจกรรมนี้ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดบ่อยนัก แต่ใน 1 เดือนจะต้องมี จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ ที่อบอุ่นระหว่างเยาวชนในสถานสงเคราะห์และคนชรา ให้คนชราไม่รู้สึกว่าเขาอยู่คนเดียว และที่สำคัญได้เรียนรู้ว่าการเป็นผู้ให้มันมีความสุขมากเพียงใด" น้องอ้น และเพื่อนสมาชิกเล่าด้วยความปลื้มใจ

         สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) บอกว่า กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีวัตถุประสงค์หลักมุ่งส่งเสริมสนับสนุนและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้รับการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เกิดการรวมกลุ่มเพื่อสร้างประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัวและสังคม รวมทั้งสามารถสร้างปาฏิหาริย์แห่งชีวิต จากการเป็น “ผู้รับ” มาเป็น “ผู้ให้” ทำให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้ถึงศักยภาพของตนเองและได้นำเสนอโครงการ “การให้” อย่างสร้างสรรค์
ถึงแม้ว่าเด็กเยาวชนเหล่านี้จะเป็นเพียงหนึ่งในผู้รับ ในสถานการณ์ที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่พวกเขายังแสวงหาภารกิจแห่งการ “ให้” เพื่อสร้างปาฏิหาริย์แห่งชีวิตให้เกิดขึ้นในสังคม ในฐานะผู้ "ให้" ร่วมสร้างปาฏิหาริย์และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกับพวกเขาได้ที่ www.miracleoflife.org