ไลฟ์สไตล์

รถบรรทุกทำถนนหมู่บ้านพัง

รถบรรทุกทำถนนหมู่บ้านพัง

09 ก.ย. 2554

ชาว ต.บ้านชวน และต.เกาะมะนาว อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ได้รับความเดือดร้อนในการสัญจร เนื่องจากถนนเชื่อมระหว่างทั้ง 2 ตำบล เกิดความเสียหายชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดทั้งสายยาวกว่า 10-15 กิโลเมตร

 สาเหตุเกิดจากรถบรรทุกดินของบริษัทผู้รับเหมารายหนึ่งในพื้นที่ของโครงการก่อสร้างที่พักสินค้าชั่วคราวของทางการรถไฟ อ.บำเหน็จณรงค์ เข้ามาบรรทุกดินเพื่อไปถมที่ก่อสร้างโครงการในเขตพื้นที่ 2 ตำบล บรรทุกดินเข้าออกผ่านถนนในหมู่บ้าน ผ่านทางเชื่อมกว่า 8 หมู่บ้านของ ต.บ้านชวน และ ต.เกาะมะนาว ซึ่งมีการขนดินเข้าออกตลอดทั้งวันทั้งคืน
 ร้องเรียนไปยัง อ.บำเหน็จณรงค์ ก็ยังเงียบ ชาวบ้านเกรงว่าหลังเสร็จงานก่อสร้างโครงการดังกล่าวแล้ว สิ่งที่เหลือไว้คือความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ต้องเข้าออกลำบาก ทั้งๆ ที่ถนนสายนี้เพิ่งร้องของบประมาณมาก่อสร้างใหม่ ซ่อมแซมให้ใหม่ได้ไม่นานหลังจากพื้นที่เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 ไม่ถึงปี แต่ต้องมาพังเพราะรถบรรทุกดินโดยที่ไม่มีใครรับผิดชอบ รัฐบาลจะต้องสูญเสียงบประมาณมาซ่อมแซมอีก
 ช่วงนี้ระหว่างผู้รับเหมายังไม่หนีไปไหน และกำลังเร่งขนดินทำงานอยู่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขด่วนด้วย
ชาวบำเหน็จณรงค์ / ชัยภูมิ
ตอบ
 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงว่า ที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ กำลังมีการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ต้องมีรถบรรทุกวิ่งส่งหิน ดิน ทราย และวัสดุอุปกรณ์จำนวนมาก อาจมีผลกระทบกับพื้นที่บ้าง แต่หลังจากแล้วเสร็จโครงการหรือระหว่างก่อสร้างโครงการ บริษัทผู้รับจ้างจะทำการซ่อมบำรุงทางให้ใช้งานได้เหมือนเดิม
 โครงการปรับปรุงทางรถไฟระยะที่ 5 ระยะทาง 308 กิโลเมตร ระยะเวลาก่อสร้างโครงการ 24 เดือน ผู้รับจ้างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา จะแล้วเสร็จตามสัญญาประมาณสิ้นเดือนมิถุนายน 2556 เป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก เนื่องจากเส้นทางรถไฟเดิมค่อนข้างอันตรายสภาพทางไม่ปลอดภัยและขาดการบำรุงมานาน รถไฟดีเซลวิ่งไม่ได้เพราะอาจตกราง จึงจำเป็นต้องซ่อมบำรุงครั้งใหญ่
 ปัจจุบันมีเพียงรถไฟท้องถิ่นวิ่งวันละ 4 เที่ยว หากไม่ให้วิ่งเลย ชาวบ้านก็เดือดร้อน
 ที่ผ่านมาการรถไฟได้ซ่อมแซมและประคับประคองมาหลายปี จนกระทั่งได้งบประมาณในโครงการนี้กว่า 8 พันล้านบาท
 รฟท.จะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ลุงแจ่ม