ไลฟ์สไตล์

เนื้อวัวญี่ปุ่นปนเปื้อนรังสี

เนื้อวัวญี่ปุ่นปนเปื้อนรังสี

08 ก.ย. 2554

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่ข้อมูลความปลอดภัยในการการบริโภคเนื้อในประเทศญี่ปุ่น

 การบริโภคเนื้อวัวปนเปื้อนรังสี 1 กก. จะทำให้ได้รับรังสีประมาณ 82.65 ไมโครซีเวิร์ด โดยสารกัมมันตรังสีซีเซียมจะคงอยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลาหนึ่ง หากบริโภคอาหารที่มีซีเซียม รังสีครึ่งหนึ่งจะคงอยู่ในร่างกายหลัง 9 วัน สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี แต่จะอยู่ในร่างกายนานกว่านั้น ตามอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น หากอายุ 50 ปี ซีเซียมจะเหลืออยู่ในร่างกายครึ่งหนึ่งหลังบริโภคไปแล้ว 90 วัน ทั้งนี้ การเดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวเดียวจากกรุงโตเกียวไปยังนครนิวยอร์ก จะทำให้ร่างกายได้รับรังสี 100 ไมโครซีเวิร์ด
 รัฐบาลญี่ปุ่นห้ามให้มีรังสีซีเซียมเกิน 500 เบคเคอเรลต่อ กก.ในเนื้อสัตว์ ไข่ และปลา ซึ่งเป็นปริมาณเท่ากับที่สหภาพยุโรปและไทยจำกัดเช่นกัน ทั้งนี้ ปริมาณรังสีที่จำกัดของสิงคโปร์และฮ่องกง อยู่ที่ 1,000 เบคเคอเรล/กก. สหรัฐ อยู่ที่ 1,200 เบคเคอเรล/กก. เกาหลีใต้และไต้หวันอยู่ที่ 370 เบคเคอเรล/กก.
 ไม่มีขีดจำกัดสำหรับไอโอดีนกัมมันตรังสีในเนื้อและไข่ เนื่องจากค่าครึ่งชีวิตของไอโอดีนมีระยะเวลาเพียง 8 วัน (ต่างจากซีเซียมซึ่งกินระยะเวลา 30 ปี) ช่วงเวลาที่อาหารได้รับไอโอดีนจนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค น่าจะใช้เวลานานกว่า 8 วัน นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ การประมง และการป่าไม้ญี่ปุ่น ยังมีประกาศว่าไอโอดีนในเนื้อวัวที่พบมีปริมาณไม่เกิน 50 เบคเคอเรล/กก.
 เนื้อไก่ และเนื้อหมู ของญี่ปุ่น น่าจะมีความปลอดภัยกว่าเนื้อวัวญี่ปุ่น อย่างไรก็ต้องมีการตรวจอย่างละเอียด ทั้งนี้ อาหารที่ใช้เลี้ยงไก่และหมูนั้น ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิด ต่างจากฟางข้าวซึ่งบางครั้งทิ้งไว้กลางแจ้ง
 นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม น่าจะปลอดภัยกว่าเนื้อ เพราะสามารถตรวจวัดรังสีในขั้นตอนการผลิตนมก่อนจัดจำหน่ายได้ และนมที่มีรังสีเกินกำหนดมักถูกตรวจพบก่อนการจัดจำหน่ายออกสู่ตลาดด้วย
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ