
ระวังแชร์ลูกโซ่
บริษัท ดคฮ. ของชาวต่างชาติ มีพฤติการณ์ให้พนักงานบริษัทที่เรียกว่า "ผู้แนะนำ" (up line) ชวนเชื่อประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน เข้าร่วมลงทุนผลิตภัณฑ์น้ำหอม น้ำมันหอมระเหย เครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งไวน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต
ตั้งแต่วงเงินเริ่มต้น 1 หมื่น-2 แสนบาทขึ้นไป ภายในอาคารใจกลางเมือง ใกล้บริเวณย่านธุรกิจการค้าสำคัญในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา
อ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูงถึงเดือนละ 1 หมื่น-3 ล้านบาท ไม่เน้นให้ซื้อผลิตภัณฑ์และออกไปเสนอขายสินค้าเหมือนบริษัทขายตรงทั่วไป พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นหนึ่งในเอเชียที่ดำเนินธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จอย่างดี
กระทั่งมีพลเมืองดีจาก จ.พะเยา แจ้งเบาะแสเพื่อให้ตรวจสอบ เนื่องจากพฤติการณ์เข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ชวนเชื่อให้แม่ค้าในพื้นที่ภาคเหนือเข้าร่วมลงทุนสูงถึง 2 แสนบาท ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เหยื่อแชร์ลูกโซ่เป็นหนี้ 6 แสนบาท ล่าสุด นาย ม. ส่งอีเมลแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีหญิง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดคฮ. และดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อช่วยประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
บริษัทนี้มีเทคนิคการพูดจาโน้มน้าว โดยชวนเชื่อว่าภายใน 3-4 เดือนจะได้เงินคืน เพราะเป็นแค่เงินประกันการเข้าทำงาน งานที่ว่านี้อ้างว่าเป็นบริษัททำเพชรพลอย พร้อมทั้งรับรองว่าถ้าทำงานนี้ไม่ได้หรืออยากเลิกก็จะคืนเงินเต็มจำนวนให้ เมื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทและลักษณะการทำงาน เขาบอกว่าไม่ใช่งานขายของ ลงทุนครั้งเดียวสบายถึงลูกหลาน อย่าไปเสียเวลากับการเป็นลูกจ้างเงินเดือนไม่กี่หมื่น พวกเขาจะไม่ยอมพูดอะไรมากไปกว่านี้ บอกแต่ว่าอยากรู้ต้องขึ้นบริษัทไปฟังเอง
จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 1 ปีแล้ว ครอบครัว นาย ม. ได้เงินคืนมาเดือนแรกเพียงเดือนเดียวจำนวน 61,500 บาทต่อคน จากเงินลงทุน 256,000 บาทที่จ่ายครั้งแรก แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายนายทุนเดือนละประมาณ 13,000 บาท ซึ่งไม่สามารถจ่ายได้เลยนับจากนั้นมา ต้องหาเครือข่ายเพิ่มต่อเนื่อง
บริษัท ดคฮ. บอกว่า สินค้ามีหนึ่งเดียวในโลกที่จดสิทธิบัตรโลก นั่นคือ ตะเกียง “lampe berer” ที่มีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรค และมีการจดทะเบียนบริษัทขายตรงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะเป็นแชร์ลูกโซ่ได้อย่างไร เรามีผลิตภัณฑ์ มีที่ตั้งบริษัทแน่นอน ถ้าผิดกฎหมายจะอยู่มาได้ถึง 10 ปีได้อย่างไร ขณะนี้บริษัทได้ขยายสาขาไปอีกที่ จ.นครราชสีมา
ขณะนี้มีข่าวลือว่าหัวหน้าขบวนการที่เป็นหญิงชาวฮ่องกงได้หอบเงิน 200 ล้านบาท หนีกลับประเทศไปแล้ว แต่พนักงานบริษัทนี้กลับออกมาโต้ตอบว่าผู้บริหารกำลังตามอยู่ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวด้านลบออกไป
ขอความกรุณาหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ช่วยคนอีสาน คนภาคเหนือ และอีกหลายๆ ภูมิภาคที่กำลังตกเป็นเหยื่อด้วย มีคนเป็นแสนที่กำลังถูกหลอก
นุชนารถ
ตอบ
พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ชี้แจงว่า ได้รับทราบเรื่องร้องเรียนและให้เฝ้าระวังพฤติการณ์ของบริษัทนี้แล้ว จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสืบหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังไม่พบการกระทำที่น่าสงสัย ส่อว่าประชาชนที่ร่วมลงทุนจะได้รับความเสียหาย กอปรกับยังไม่มีผู้เสียหายหรือเจ้าทุกข์มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.นครราชสีมาเลย
ขอให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามกฎหมายถ้ามีการแจ้งความและตำรวจตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีคนเดือดร้อนเสียหายจริง ก็สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้
พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ บอกว่า ผู้ที่จะลงทุนควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ เนื่องจากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น การลงทุนที่มีผลประโยชน์มากมายขนาดนี้ไม่มีในโลกแน่นอน สักวันต้องถึงทางตัน จะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ รอฟังความคืบหน้าเร็วๆ นี้
ลุงแจ่ม



