
'สุกุมล'ผลักดันหลักพอเพียงสู่ชุมชน
สุกุมล ชูวัฒนธรรมแก้ปัญหาสังคม ทั้งยาเสพติด-อาชญากรรม เน้นสร้างเข้มแข็งที่ครอบครัวก่อน พร้อมสั่งทุกกรมน้อมนำหลักศก.พอเพียงสู่ชุมชน โกวิท ยาหอมวธ.เร่งสร้างอาคารที่ทำการถาวร ต่ออายุราชการพนักงานราชการกรมศิลปากรถึง 70 ปี
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูง วธ. ว่า ตนได้มอบนโยบายหลักแก่ผู้บริหาร วธ. ใน 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างความมั่นคง การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการสร้างสรรค์สังคมอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นให้แต่ละกรมมีการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคประชาชน ผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมจะต้องหาวิธีการให้เข้ามามีส่วนร่วมในงานวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลและ วธ. จะต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยส่งเสริม สนับสนุน และประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการมีส่วนร่วม จะแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ การเสริมรากฐานทางวัฒนธรรม การส่งเสริมการพัฒนาการต่อยอด การส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วม
รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทุกหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของหลักเศรษฐกิจพอเพียง หลายหน่วยงานมีนโยบายในการดำเนินงานเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ เช่น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้มีการทำงานเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนกว่า 1,000 โรง รวมถึงภาคเอกชน ก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย ดังนั้น จะต้องให้ทุกกรมร่วมกันผลักดันการดำเนินงานเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้าถึงชุมชนให้ได้
นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้ทุกกรม ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาสังคม ตามนโยบายรัฐบาล เนื่องจากตนมองว่า ขณะนี้เกิดช่องว่างในสังคมมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากทุกวันนี้ ความใกล้ชิดของคนในครอบครัวลดน้องลง ทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมามากมาย อาทิ ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น ดังนั้น ตนได้ให้ทุกกรมนำปัญหาสังคมต่างๆ มาศึกษาพร้อมทั้งสรุปผลปรับเป็นแผนงานของกระทรวงให้ได้
“ในเบื้องต้น ได้มอบนโยบายให้ทุกฝ่ายรวบรวมปัญหาในพื้นที่ และจัดกิจกรรมที่เสริมสร้างชุมชนต่างๆให้ดีขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่า แต่ละพื้นที่ในประเทศมีปัญหาที่แตกต่างกัน การแก้ปัญหาจะต้องบูรณาการจากส่วนกลางไปยังส่วนภูมิภาค โดยใช้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด เป็นตัวกลางในการขับเคลื่อน นำนโยบายของกระทรวงลงไปสู่ประชาชนให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด” นางสุกุมล กล่าวทิ้งท้าย
“โกวิท”ยาหอมวธ.เร่งสร้างอาคารที่ทำการถาวร
พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เมื่อเร็วๆนี้ว่า จากการที่ตนมารับฟังการทำงานของ วธ. พบว่ามีปัญหาอุปสรรค์อยู่หลายเรื่องต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะตั้งวธ.มา 10 ปี ยังไม่มีอาคารที่ทำการอย่างถาวร ต้องเช่าอาคารเอกชนอยู่ เท่าที่ทราบเหลืออยู่เพียงกระทรวงเดียวเท่านั้น ส่วนอีก 17 กระทรวงมีที่ทำการถาวรหมดแล้ว ขณะที่โครงการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติพื้นที่ 35 ไร่ แต่ยังไม่มีงบก่อสร้าง ดังนั้น ตนจะเร่งนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสำนักงบประมาณต่อไป ส่วนกรมศิลปากรมีปัญหาเรื่องพนักงานราชการซึ่งเป็นตำแหน่งช่างฝีมือ ทักษะเฉพาะไม่ได้ต่ออายุราชการ เมื่อเกษียณออกไปตำแหน่งก็ถูกยุบไปด้วย ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือเฉพาะด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก หากปล่อยปัญหานี้ออกไปเรื่อยๆ จะทำให้สร้างบุคลากรที่มีฝีมือไม่ทัน
“สำหรับแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้น ผมคิดว่าน่าจะมีการเสนอต่ออายุราชการพนักงานราชการของกรมศิลปากรออกไป 5-10 ปี หรือเกษียณอายุ 70 ปี เหมือนเช่นศาล อัยการ นักกฏหมาย โดยจะขอเวลานำเรื่องนี้เข้าหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ก่อน บุคลากรด้านวัฒนธรรมนั้นจะต้องรักษาไว้ ถ้าไม่รักษาไว้ก็จะค่อยๆหายไป เรื่องคนถือว่าสำคัญมาก มีเงินแต่ซื้อความชำนาญไม่ได้”รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
พลตำรวจเอกโกวิท กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังเป็นห่วงในเรื่องของวัฒนธรรมไทยที่เสื่อมถอยหลายเรื่อง เด็กรุ่นใหม่ขาดความสนใจ รับแต่วัฒนธรรมต่างประเทศ ละทิ้งวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ทำให้วัฒนธรรมหลายอย่างเลือนหายไป เช่น การไหว้ การอ่อนน้อมถ่อมตน การสวมใส่กระโปรงยาวๆ หากพูดไปจะหาว่าเชย แต่จริงๆแล้ววัฒนธรรมไทยเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องรักษาไว้ ทั้งที่ วธ.พยายามรณรงค์มากแต่ยังไม่เป็นผล ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน สังคม สร้างองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมแก่เด็กและเยาวชน ส่วนกรณีงบประมาณสนับสนุนทุกปีที่มีค่อนข้างน้อยนั้น ตนพร้อมจะช่วยผลักดันอย่างเต็มที่ โดยฉพาะโครงการที่เร่งด่วนก่อน



