
พระเทพฯทรงห่วงควาญช้างสุรินทร์สูญ
สมเด็จพระเทพฯทรงห่วงอาชีพควาญช้างสุรินทร์สูญทรงแนะนำวิถีชีวิตจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์สุรินทร์พร้อมอนุรักษ์ไว้
นายวีระโรจน์พจนรัตน์ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆนี้กรมศิลปากรได้เปิดตัวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์จ.สุรินทร์เป็นครั้งแรกโดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเสด็จฯมาทรงเป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญทรงออกแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการพิพิธภัณฑสภานแห่งชาติสุรินทร์ด้วยพระองค์เองโดยทรงออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองตามลักษณะสถาปัตยกรรมเขมรประยุกต์การออกแบบในแนวร่วมสมัยนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์กว่า2,000 ปี
จากการที่ได้เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีมีพระราชดำรัสว่าทรงเป็นห่วงเรื่องการสืบทอดอาชีพควาญช้างในประเทศไทยโดยเฉพาะที่จ.สุรินทร์ประชาชนยึดถือเป็นอาชีพตั้งแต่ดั้งเดิมซึ่งขณะนี้พบว่าผู้ที่เป็นควาญช้างลดน้อยลงจึงมีพระราชดำริให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์นำวิถีชีวิตควาญช้างมาแสดงให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของอาชีพดังกล่าวด้วยและให้มีการอนุรักษ์อาชีพนี้ไว้ในจ.สุรินทร์ ปลัดวธ.กล่าว
การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการนำเสนอเรื่องราวของจ.สุรินทร์ตั้งแต่อดีตเมื่อประมาณ2,000 ปีจนถึงปัจจุบันใน5 หัวข้อเรื่องได้แก่1.เรื่องธรรมชาติวิทยาจัดแสดงเรื่องกายภาพของจ.สุรินทร์2.เรื่องข้าวเนื่องจากจ.สุรินทร์เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดีแห่งหนึ่งของประเทศ3.เรื่องประวัติศาสตร์โบราณคดีจัดแสดงพัฒนาการของผู้คนในจ.สุรินทร์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ2,000-1,500 ปีมาแล้วสมัยวัฒนธรรมทวารวดีสมัยวัฒนธรรมขอมจนถึงสมัยวัฒนธรรมล้านช้าง-อยุธยารวมถึงเรื่องประวัติศาสตร์เมืองจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจ.สุรินทร์
4.เรื่องชาติพันธุ์วิทยาจัดแสดงวิถีชีวิตของชนพื้นเมือง3 กลุ่มใหญ่คือกลุ่มไทยเชื้อสายกูยหรือกวยกลุ่มชนที่มีความสามารถในการจับช้างและฝึกช้างกลุ่มไทยเชื้อสายเขมรและกลุ่มไทยลาวที่มีความสามารถทอผ้าไหมได้งดงามและ5.เรื่องมรดกดีเด่นได้แก่การทอผ้าไหมการทำเครื่องประดับเงินศิลปะการแสดงพื้นบ้านและวิถีชีวิตของชาวไทยกวยกับช้าง
ขณะนี้กรมศิลปากรเปิดให้ผู้สนใจเข้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายธีระสลักเพชรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมที่ให้กรมศิลปากรปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานทุกแห่งให้ทันสมัยเป็นแหล่งเรียนรู้แก่นักเรียนนักศึกษาและประชาชนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการแหล่งเรียนรู้ดังกล่าวมากขึ้น



